หนีไม่พ้นกรรม โจรตีนเปล่าบีบคอฆ่าชิงทรัพย์แม่เฒ่าคาที่นอน ถูกสกัดจับได้หลังย้อนกลับบ้าน แล้วใช้มีดจี้ญาติชิงรถ จยย.และเงิน ตำรวจเตรียมส่งตัวไปดำเนินคดีที่ สภ.เลาขวัญ เนื่องจากมีหมายจับคดีลักทรัพย์และทำร้ายเจ้าทรัพย์ แต่สงสัยพฤติกรรมไม่สวมรองเท้าก่อเหตุ แถมบ้านเมียโจรโหดอยู่หมู่บ้านเดียวกันกับเหยื่อ เค้นถามจนเปิดปากรับสารภาพ ถือฤกษ์เช้ามืดงัดหน้าต่าง ถอดรองเท้าบุกเข้าไปลักสร้อยทองกับเงินในบ้าน เหยื่อตื่นมาเห็นเลยบีบคอจนแน่นิ่งไม่คิดว่าจะเสียชีวิต
รวบแล้วโจรเท้าเปล่าบีบคอฆ่าแม่เฒ่าชิงทอง แฉประวัติสุดแสบก่อคดีโชกโชน โดยเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 23 มี.ค. ที่ บก.ภ.จ.สุพรรณบุรี พล.ต.ต.คมศักดิ์ สุมังเกษตร ผบก.ภ.จ.สุพรรณบุรี พ.ต.อ. วริทธิ์พงษ์ ทัฬหวงศ์ ผกก.สส.ภ.จ.สุพรรณบุรี พ.ต.อ.ธนกฤต จันทร์ชีระ ผกก.สภ.ทุ่งคอก ร่วมกันแถลงผลจับกุมนายจักรกฤษณ์ หรืออาร์ท การภักดี อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 357 หมู่ 6 ต.ด่านช้าง อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี ฆาตกรโหดบีบคอฆ่านางทองมา ส่ำสมบูรณ์ชัย อายุ 74 ปี ตายคาที่นอน เหตุเกิดบ้านเลขที่ 89 หมู่ 1 ต.ทุ่งคอก อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี ชิงเงินและสร้อยทอง ทิ้งรอยเท้าเปล่าบนพื้นบ้านไว้เป็นหลักฐาน เหตุเกิดวันที่ 20 ม.ค.ที่ผ่านมา พร้อมของกลางรถ จยย.ฮอนด้าที่ใช้ก่อเหตุ สร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท และสร้อยข้อมือทองคำหนัก 1 สลึงอย่างละ 1 เส้น ของเหยื่อโหด
พล.ต.ต.คมศักดิ์ สุมังเกษตร ผบก.ภ.จ.สุพรรณบุรี เปิดเผยว่า สอบสวนทราบว่านายจักรกฤษณ์ มาอยู่บ้านภรรยาที่หมู่ 1 ต.ทุ่งคอก ห่างบ้านผู้ตาย 3-4 กม. และเคยแวะไปนั่งคุยกับเหยื่อ เห็นว่าสวมสร้อยทองและอยู่บ้านคนเดียว วันเกิดเหตุขี่รถ จยย. ไปจอดริมถนน แล้วถอดรองเท้าเข้าไปก่อเหตุโดยงัดหน้าต่างเข้าไปรื้อค้นหาทรัพย์สิน แต่ผู้ตายตื่นขึ้นมาเห็นเลยบีบคอจนแน่นิ่ง แล้วชิงเงิน 20,000 บาท และปลดสร้อยที่ผู้ตายสวมอยู่เผ่นหนี นำสร้อยไปขายที่ร้านทอง 2 แห่งใน อ.อู่ทอง พอรู้ว่าเหยื่อเสียชีวิตก็หนีไปอยู่ตามบ้านเพื่อนต่างจังหวัด กระทั่งไปอยู่กับเพื่อนที่ อ.เลาขวัญ จ.กาญจนบุรี ไปก่อเหตุลักทรัพย์ และทำร้ายเจ้าทรัพย์จนถูกออกหมายจับ กระทั่งบ่ายวันที่ 21 มี.ค. ตำรวจ กก.สส.ภ.จ.สุพรรณบุรี จับกุมผู้ต้องหาได้ใน ต.บ่อกุก อ.เดิมบางนางบวช นอกจากนี้ ยังพบว่าผู้ต้องหาเคยก่อคดีลักทรัพย์ สภ.เมืองปทุมธานี หลบหนีที่คุมขัง สภ.สามโคก คดีข่มขืนที่ สภ.ห้วยยอด จ.ตรัง
...
พ.ต.อ.วริทธิ์พงษ์ ทัฬหวงศ์ ผกก.สส.ภ.จ.สุพรรณบุรี กล่าวถึงเบื้องหลังการจับกุมว่า เมื่อวันที่ 21 มี.ค. นายจักรกฤษณ์ กลับบ้านที่ อ.ด่านช้าง ใช้มีดจี้ญาติชิงรถ จยย. และเงิน 5,000 บาท ผู้ต้องหานำรถไปใช้ก่อคดีญาติเพราะรู้ประวัติเป็นอย่างดี เลยแจ้งตำรวจสกัดจับได้ในช่วงบ่ายขณะขี่รถ จยย.คันดังกล่าวไปตามถนนใน ต.บ่อกุก เมื่อตรวจสอบประวัติพบว่ามีหมายจับของ สภ.เลาขวัญ พฤติกรรมก่อเหตุคล้ายกับคนร้ายฆ่าชิงทรัพย์นางทองมา คือคนร้ายไม่สวมรองเท้า ประกอบกับบ้านภรรยาคนร้ายอยู่หมู่บ้านเดียวกับผู้ตาย เค้นสอบจนยอมรับสารภาพว่าเป็นคนร้ายฆ่าชิงทรัพย์นางทองมา เพราะต้องการหาเงินเลี้ยงเมียและลูกอีก 2 คน สาเหตุที่ไม่สวมรองเท้าขณะก่อเหตุ เพราะทำให้ย่องเดินได้เงียบเสียงกว่าสวมรองเท้า
จากนั้นตำรวจคุมตัวนายจักรกฤษณ์ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในที่เกิดเหตุ และร้านขายทองทั้งสองแห่งที่นำทองไปขาย รวมถึงนำไปชี้จุดทิ้งกระเป๋า เงินและบัตรประชาชนของผู้ตายลงคลองชลประทานในหมู่บ้าน ก่อนประสานตำรวจ สภ.เลาขวัญ รับตัวไปดำเนินคดี