ผู้ประกาศข่าวคนดัง “เคนโด้-เก๋” ควงทนายเจมส์โร่ขึ้นโรงพัก โดน 3 พนักงานบ้านหลังเก่า GMM25 ดิสเครดิต ทำเสื่อมเสียชื่อเสียง เผย ผกก.โคกคราม มาดูแลรับแจ้งความด้วยตนเอง

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 20 มี.ค.62 ที่ สน.โคกคราม นายเกรียงไกรมาศ หรือเคนโด้ พจนสุนทร อายุ 39 ปี และ น.ส.กมลพร หรือเก๋ วรกุล อายุ 39 ปี 2 อดีตผู้ประกาศข่าว รายการข่าวใหญ่ไทยแลนด์ ทางช่อง GMM25 พร้อมนายนิติธร แก้วโต หรือทนายเจมส์ เดินทางเข้าพบ ร.ต.ท.หญิง สุนทรี จูอี้ รอง สารวัตร(สอบสวน) สน.โคกคราม เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ 3 พนักงานของสถานีฯ ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา พร้อมนำหลักฐานข้อความเกี่ยวกับการโพสต์หมิ่นประมาทลงในเพจของสถานีโทรทัศน์ดิจิทัลดังกล่าว เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับพนักงานบริษัทของสถานีฯ จำนวน 3 คน เนื่องจากพบว่ากลุ่มบุคคลทั้ง 3 นี้โพสต์ข้อความในลักษณะบิดเบือน นำข้อความอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ จนทำให้ผู้ประกาศข่าวทั้ง 2 คนได้รับความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง โดยมี พ.ต.อ.อลงกรณ์ ศิริสงคราม ผกก.สน.โคกคราม มาดูแลการรับแจ้งความด้วยตนเอง

...

นายเกรียงไกรมาศ กล่าวว่า การเข้าแจ้งความในวันนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 16 มี.ค. ที่ผ่านมา มีผู้ส่งข้อมูลเกี่ยวกับโพสต์ดังกล่าวมาให้ ซึ่งมีลักษณะการโพสต์ว่าตนเองและ น.ส.กมลพร ถูกถอดจากรายการข่าวใหญ่ไทยแลนด์ เนื่องจากมีเรตติ้งต่ำสุดในช่วงข่าวทั้งหมดของช่อง และมีการพูดคุยกันในลักษณะที่ทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิดว่าตนเองทำงานไม่มีคุณภาพ จึงโดนไล่ออก หรือถูกสั่งเปลี่ยนออกซึ่งไม่เป็นความจริง ทั้งๆ ที่ตนเองและ น.ส.กมลพร ได้ขอยุติการทำหน้าที่ผู้ประกาศเอง ซึ่งได้มีการพูดคุยกับผู้ใหญ่ในช่องรวมถึงมีการทำหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรตามระเบียบของช่องเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ดังนั้นข้อความดังกล่าวจึงเป็นการทำให้เกิดความเสียหาย ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง รวมถึงอาจมีผลต่องานใหม่ และขอยืนยันว่าตนไม่ได้มีปัญหากับผู้ใหญ่ หรือการยุติหน้าที่ผู้ประกาศจะเกี่ยวกับเรตติ้งไม่ดี จนทำให้ผู้ใหญ่ไม่พอใจ ซึ่งตนได้นำข้อมูลเรตติ้งของรายการในขณะที่ตนเองเป็นพิธีกรอยู่มาประกอบเป็นหลักฐานว่าไม่ได้มียอดที่ต่ำอย่างที่มีการโพสต์กล่าวหา

นายเกรียงไกรมาศ กล่าวอีกว่า หลังเกิดเหตุทางผู้ใหญ่ของช่องได้มีการพูดคุยกับพนักงานทั้ง 3 คน ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตัดต่อ 1 คน เป็นรีไรท์เตอร์ 2 คน และได้มีการลบข้อความดังกล่าวออกไปแล้ว แต่ปรากฏว่ามีผู้ที่บันทึกข้อมูลการโพสต์ดังกล่าวไว้และเผยแพร่ต่อไปจำนวนมาก ทำให้เรื่องราวดังกล่าวไม่จบ ดังนั้นจึงตัดสินใจเดินทางเข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และต้องการให้เป็นตัวอย่างของการโพสต์หมิ่นประมาทในโลกโซเชียล

ด้าน พ.ต.อ.อลงกรณ์ เปิดเผยว่า หลังจากนี้จะทำการสอบปากคำผู้เสียหายทั้งสองคน และตรวจสอบพยานหลักฐานที่นำมาให้พนักงานสอบสวน เพื่อออกหมายเรียกผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 3 คนมาให้ข้อมูล หากพบว่ามีการกระทำการดังกล่าวตามที่ผู้เสียหายกล่าวหาจริง ก็จะแจ้งข้อกล่าวหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ซึ่งในส่วนนี้สามารถยอมความกันได้ หากมีการเจรจาไกล่เกลี่ยข้อพิพาท แต่หากมีการออกหมายเรียกครั้งที่ 1 ยังไม่มาพบพนักงานสอบสวนก็จะออกหมายเรียกครั้งที่ 2 และหากยังไม่มาพบอีก จะดำเนินการออกหมายจับต่อไป.