สท.คนดังเทศบาลรัษฎา เมืองภูเก็ต วอนตำรวจเร่งล่าตัวคนร้ายยิงลูกชายเสียชีวิตโดยเร็ว ยอมรับเสียใจมากที่ต้องสูญเสียลูกชายเพียงคนเดียวไป ขณะที่ ตร.แย้มอาจมีข่าวดีใน 1-2 วัน ขอเวลาเจ้าหน้าที่ทำงาน
เมื่อช่วงเย็นวันที่ 20 ม.ค.ที่ศาลาเอนกประสงค์วัดกะทู้ หมู่ 4 ต.กะทู้ อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต สถานที่ตั้งบำเพ็ญกุศลศพนายธีรศักดิ์ หรือ โม แซ่อ๋อง อายุ 29 ปี บุตรชายนายเจริญ แซ่อ๋อง สมาชิกสภาเทศบาลตำบลรัษฎา เขต 1 อ.เมือง หรือชาวบ้านรู้จักกันในชื่อ สท.เจี้ยว ซึ่งถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงเผาขนเสียชีวิตคารถจักรยานยนต์ เมื่อรุ่งสางวันที่ 19 ม.ค.ที่ผ่านมา บริเวณถนนรัตนโกสินทร์ 200 ปี ม.1 ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต
โดยบรรยากาศค่อนข้างเงียบเหงา มีเพียงบุคคลในครอบครัว ทั้งนายเจริญผู้เป็นพ่อ แม่ ภรรยา ลูกๆ พี่สาว น้าอาและบุคคลใกล้ชิดบางส่วนเดินทางมาเคารพศพด้วยความอาลัย โดยญาติๆ ต่างช่วยกันจัดเตรียมความพร้อมในการสวดพระอภิธรรม และร่วมต้อนรับแขกที่จะมาร่วมแสดงความเสียใจ โดยเจ้าภาพจะตั้งสวดพระอภิธรรมเป็นเวลา 4 คืน ก่อนจะทำการฌาปนกิจในวันที่ 23 ม.ค.นี้
...
จากการสอบถามนายเจริญผู้ เป็นพ่อ เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น รู้สึกเสียใจมาก เพราะตนเองมีลูกชายคนเดียว และเหตุการณ์เช่นนี้ไม่น่าจะเกิดขึ้น เพราะภูเก็ตเป็นเมืองที่พัฒนาแล้ว และยังเป็นเมืองท่องเที่ยว แค่มีการขับรถปาดหน้ากันก็ต้องมีการสูญเสีย ไม่น่าจะให้เกิดขึ้นอีกต่อไป อยากให้เป็นเหตุการณ์สุดท้าย ที่เกิดขึ้นกับประชาชน ซึ่งการกระทำเช่นนี้ถือว่าเกินกว่าเหตุ ทั้งนี้อยากให้เจ้าหน้าที่ช่วยติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็ว เพราะเท่าที่ืืบทราบมาคนร้ายรายนี้มีประวัติโชกโชน เพิ่งออกจากคุกมาด้วย เกรงว่าถ้าปล่อยไว้จะกลับมาก่อเหตุก่อคดีเพิ่มอีก
อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานเต็มที่ในการติดตามตัวมาดำเนินคดี เชื่อว่าหากจับตัวไม่ได้ก็จะเป็นภัยต่อสังคม ซึ่งถือว่าอันตรายมาก ส่วนตัวนายธีรศักดิ์ หรือ โม ลูกชายที่เสียชีวิตนั้น ปัจจุบันมีภรรยาและลูกอีก 3 คน เป็นลูกสาว 1 คนและลูกชาย 2 คน โดยลูกสาวคนโตอายุ 7 ขวบ คนกลางเป็นชายอายุ 6 ขวบ และคนเล็กเป็นชายอายุ 1 ขวบ 2 เดือน ยอมรับว่าลูกชายของตนเป็นคนอารมณ์ร้อน แต่บางครั้งก็เป็นคนมีเหตุมีผล มาครั้งนี้ก็เช่นกัน ตนเองก็ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น เท่าที่ทราบคือครั้งนี้บุตรชายขับรถไปคนเดียว โดยที่ไม่รู้ตัวว่าจะมีการดักยิง และวิธีการคือมีการขับรถปาดหน้าแล้วยิง ซึ่งเชื่อว่าเป็นการวางแผนไว้แล้ว ซึ่งต้องขอร้องไปยังเจ้าหน้าที่ในการคลี่คลายคดี
อย่างไรก็ตามในฐานะเป็นคนที่ทำงานกับสังคมมาเยอะ ก็ขอฝากถึงผู้ปกครองในการเลี้ยงดูบุตรหลาน โดยเฉพาะบุตรหลานที่เป็นชาย ต้องพยายามอบรมสั่งสอนให้ดี อย่าให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น ถึงแม้ลูกชายของตนจะไม่ใช่คนดี แต่ตนเองก็พยายามสั่งสอน ตักเตือนอย่างเต็มที่มาโดยตลอด แต่สังคมสมัยนี้มันเปลี่ยนไป เทคโนโลยีต่างๆส่งผลให้สังคมมันไปไกลมาก ทำให้เกิดปัญหาขึ้น ตัวอย่างเช่นในโซเชียลที่มีปัญหาทะเลาะเบาะแว้ง จนนำไปสู่การเข่นฆ่ากัน ผู้ปกครองควรดูแลบุตรหลานให้ดี
ขณะที่เจ้าหน้าที่บ้านเมืองขอให้ทำงานอย่างเต็มที่ ขณะที่ความคิดเห็นทางสังคมต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจจะสะท้อนออกมาหลายเสียหลายความเห็น ก็ยอมรับว่าบุตรชายของตนไม่ใช่ว่าจะดี แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไปทำร้ายเค้าก่อน เชื่อว่าอีกฝ่ายมีการรวมตัววางแผนกัน ขณะที่ลูกชายตนอยู่บ้าน โดยมีการโทรศัพท์คุยกันเพื่อเคลียร์ปัญหา แต่อีกฝ่ายก็เตรียมอาวุธมาพร้อมก่อนจะก่อเหตุ อยากฝากเจ้าหน้าที่ช่วยเร่งคลี่คลายคดีด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า จากการสอบถามไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจถึงความคืบหน้าทางคดี แม้ว่าจะมีการขออนุมัติออกหมายจับผู้ก่อเหตุไปแล้ว 1 ราย และเตรียมออกหมายจับเพิ่มเติม แต่เจ้าหน้าที่ยังคงไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดความคืบหน้าได้ ตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา เนื่องจากเกรงว่าอาจมีผลต่อการติดตามตัวผู้ก่อเหตุ โดยเจ้าหน้าที่ระบุเพียงว่าคืบหน้าไปค่อนข้างมาก และอาจมีข่าวดีภายใน 1-2 วันนี้แน่นอน แต่ขอให้เจ้าหน้าที่ทำงานให้สำเร็จก่อน.