บช.ปส. ทลายเครือข่าย “มังกรจาง” ค้ายาเสพติดข้ามชาติ เปิดโรงงานธุรกิจจิวเวลรี่ บังหน้าเพื่อฟอกเงิน “บิ๊กอวบ-เฉลิมเกียรติ” สั่งเร่งติดตาม “เสี่ยจาง” หัวหน้าขบวนการใหญ่ที่ยังหลบหนี

เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา วันที่ 20 ธ.ค.61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) พร้อมกำลังทหาร เข้าตรวจค้นบ้านหลังหนึ่ง ในอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ซึ่งเป็นบ้านของนายประพัฒน์ แซ่ต๋วง ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีสมคบกันฟอกเงิน โดยพบผู้ต้องหารายดังกล่าวอยู่ในบ้านกับภรรยา และนางนาทอ ยอดมหาวรรณ แม่ยายซึ่งมีหมายจับในคดีเดียวกัน 

สำหรับผู้ต้องหาทั้งสองคน ตำรวจมีข้อมูลว่ามีส่วนถือครองและรับทรัพย์สินของนายอาสือ ทรงกิตติกุล หรือ “เสี่ยจาง” ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีสมคบกันฟอกเงิน ที่ยังคงหลบหนีอยู่ในขณะนี้ โดยนายประพัฒน์ ทำหน้าที่เป็นล่าม และคนสนิทของเสี่ยจาง มีหุ้นส่วนในบริษัทจิวเวลรี่ 21 หุ้น จากการตรวจค้นในบ้านพบสมุดบัญชีธนาคารหลายเล่ม และสลากออมสิน ที่เป็นชื่อของเสี่ยจาง

...

นายประพัฒน์ ให้การอ้างว่ามีตำแหน่งเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ และเป็นผู้ควบคุมการก่อสร้าง เบิกจ่ายเงินจากบัญชีของบริษัทที่เสี่ยจางมอบอำนาจเอาไว้ให้ และไม่สามารถติดต่อนายจางได้เกือบ 2 ปีแล้ว โดยปฏิเสธไม่เกี่ยวข้องและไม่รับรู้ว่าเสี่ยจาง ค้ายาเสพติด

หลังจากนั้นตำรวจได้ควบคุมตัวนายประพัฒน์ มาที่โรงงานจิวเวลรี่ ที่นายประพัฒน์ให้การว่าเป็นของเสี่ยจาง ซึ่งใช้เวลาก่อสร้างมา 3 ปี แต่ยังไม่แล้วเสร็จ จากการตรวจค้นมีการก่อสร้างโรงงานบนเนื้อที่ 22 ไร่ แบ่งเป็นส่วนโกดักเก็บสินค้า และรีสอร์ต พบคนงานดูแล 2 คน อ้างทำหน้าที่เป็นเพียงผู้นอนเฝ้าเท่านั้น ไม่มีส่วนรู้เห็นว่าที่นี่ทำธุรกิจอะไร

จากการตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าวพบว่ามีการสร้างเป็นลักษณะของบ้าน ออฟฟิศ และโกดัง ซึ่งบริเวณบ้านพบอุโมงค์ลงไปใต้ดิน เพื่อไปโผล่จุดที่ห่างจากตัวบ้านประมาณ 100 เมตร ซึ่งเจ้าหน้าที่คาดว่าอุโมงค์ดังกล่าวจะใช้ลำเลียงยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมาย รวมทั้งหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่

ขณะเดียวกันบริเวณพื้นที่ด้านหลังของบ้านพบว่ามีกองยาขนาดใหญ่ซึ่งมีตัวอักษรที่อยู่บรกล่องเป็นภาษาจีน กำลังถูกเผาทิ้ง เจ้าหน้าที่จึงเก็บตัวอย่างไปตรวจสอบว่ายาดังกล่าวเป็นยาอะไร

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) กล่าวว่า ผู้ต้องหาทั้งสองคน เป็นเครือข่ายมังกรจาง หรือ เสี่ยจาง ค้ายาเสพติดข้ามชาติ ขนยาเสพติดจากภาคเหนือ ผ่านภาคใต้ ไปยังประเทศไต้หวัน และออสเตรเลีย โดยเสี่ยจาง ถือเป็นตัวการสำคัญ ทำหน้าที่ระดับสั่งการ และประสานงานกับผู้รับยาเสพติดที่ปลายทาง มีพฤติกรรมในลักษณะนี้มาไม่ต่ำกว่า 10 ปี โดยมีการเปิดธุรกิจบริษัทจิวเวลรี่ เพื่อใช้ฟอกเงิน มีงบดุลและบัญชีรายรับรายจ่าย แต่ทางการสืบสวนพบว่าภายในบริษัทไม่มีการทำจิวเวลรี่ ตามที่ได้จัดตั้งบริษัท

สำหรับกลุ่มผู้ขนส่งยาเสพติดที่อยู่ในขบวนการนี้จะใช้กลุ่มชาวม้งเวียงแก่น ลำเลียงยาเสพติดเข้ามาในไทย มาทางอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย และจะมีนายณัฐพล นาคคำ หรือ บอย ผู้ต้องหาค้ายาเสพติดที่ถูกจับไปแล้ว เป็นผู้สั่งการและประสานงานกับเครือข่ายจนนำส่งไปยังภาคใต้และไปประเทศที่สาม

...

เส้นทางการเงินของนายณัฐพล ยังพบเชื่อมโยงกับนายอาสือ และทรัพย์สิน เช่น รถยนต์หรู หรือทรัพย์สิน อื่นๆ ของนายณัฐพล ยังพบว่าเชื่อมโยงกับ “เบนซ์ เรซซิ่ง” นักแข่งรถชื่อดัง ที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติดเคยดำเนินคดีข้อหาสมคบฟอกเงินไปแล้ว

อย่างไรก็ตาม สำหรับ “เสี่ยจาง” นอกจากจะถูกออกหมายจับในไทยแล้ว ยังถูกทางการเมียนมาออกหมายจับในคดียาเสพติดอีกด้วย ที่ขณะยังหลบหนีหมายจับอยู่ตามแนวชายแดน.