ตำรวจลาดพร้าว คุมเข้ม 3 มือสังหารปี 4 อุเทนถวาย ตายต่อหน้าแม่ ฝากขังศาล พร้อมคัดค้านประกันตัว เกรงยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน ข่มขู่พยาน ชี้เป็นคดีอุกฉกรรจ์ อัตราโทษสูง...

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 21 พ.ย.61 ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก พนักงานสอบสวน สน.ลาดพร้าว ควบคุมตัวผู้ต้องหาร่วมกันก่อเหตุยิง นายกมลวิช สุวรรณทัต นักศึกษาชั้นปี 4 คณะโลจิสติกส์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย ต่อหน้าแม่ขณะที่ขายราดหน้า บริเวณซอยนวมินทร์ 57 เมื่อคืนวันที่ 12 ตุลาคมที่ผ่านมา คือ นายกฤษฎา นราพงษ์ ทำหน้าที่ควบคุมสั่งการ, นายสหรัฐ ดงพระจันทร์ ทำหน้าที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ให้มือปืน และนายปฏิภาณ เจริญชัยกุล ทำหน้าที่ชี้เป้า ไปขออำนาจศาลอาญา รัชดาฝากขังผัดแรกเป็นเวลา 12 วัน ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน โดยท้ายคำร้อง พนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัวเนื่องจากเกรงว่าจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานและข่มขู่พยาน ซึ่งคดีนี้เป็นคดีอุกฉกรรจ์ และมีอัตราโทษสูง

ขณะที่ นายนฤดม สุวรรณทัต บิดาของผู้เสียชีวิตและครอบครัว ก็ได้เดินทางมาที่ศาลด้วยเช่นกัน เพื่อยื่นขอคัดค้านการประกันปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหาต่อศาล และติดตามว่าศาลจะอนุญาตให้ประกันตัวหรือไม่ หลังจากนายนฤดม และนางเขมนิจ สุวรรณทัต พ่อแม่ของ นายกมลวิช ได้มาดักรอดูตัวผู้ต้องหาและต้องการพูดคุยกับผู้ต้องหา แต่ก็ไม่ได้พูดคุยอะไร จึงได้ขับรถแท็กซี่ตามมาที่ศาลอาญา เพื่อจะดูหน้าผู้ต้องหาอีกครั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อนายนฤดมและครอบครัวมาถึง ได้เข้าพบทนายความอาสาที่ศาล เพื่อปรึกษาขอคำแนะนำเกี่ยวกับการยื่นคำร้องขอคัดค้านการให้ประกันตัวผู้ต้องหา เนื่องจากหากผู้ต้องหาได้รับการประกันตัวออกมาแล้ว เกรงว่าตนและครอบครัวจะไม่ได้รับความปลอดภัย

...

โดย นายนฤดม กล่าวว่า วันนี้ได้เดินทางไปดูหน้าผู้ต้องหาทั้ง 3 คนที่ร่วมกันยิงลูกชายของตนเอง เพื่อต้องการจะถามว่า ทำไมถึงต้องเป็นนายกมลวิชลูกชายของตนเอง และไม่มีอะไรจะพูดไปมากกว่านี้ แต่ตอนเจอกัน ผู้ต้องหาทั้ง 3 คนไม่ได้มองหน้า ก้มหน้าอย่างเดียว และไม่ได้สนใจอะไร จึงได้เดินทางมาที่ศาลอาญาต่อ และยื่นคำร้องคัดค้านการประกันตัวด้วย เพราะกลัวผู้ต้องหาไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน และเกรงว่า ครอบครัวจะไม่ได้รับความปลอดภัย เพราะยังคงต้องขายผัดไทยอยู่เหมือนเดิม และทุกวันนี้ก็ใช้ชีวิตอย่างหวาดระแวง แม้ที่ผ่านมาจะยังไม่มีใครเข้ามาข่มขู่คุกคามก็ตาม แต่หากมาตนเองก็แยกไม่ออกเพราะคิดว่าเป็นลูกค้าทั้งหมด และในขณะนี้ยังมีความกังวลอยู่บ้างเพราะผู้ต้องหาอีก 2 รายยังหลับหนีอยู่ หากจับกุมตัวได้แล้วคงจะสบายใจขึ้น ทั้งนี้ยังติดใจที่ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ แต่มั่นใจว่าตำรวจมีหลักฐานแน่นหนา เชื่อว่าจะไม่หลุดคดี.