รวบ "เป็ด โกวบ๊อ" หัวใสอ้างเป็นตำรวจ ทำนามบัตรตำรวจอาสา แอบอ้างหากิน รับปรึกษาบัตรทอง 30 บาท คดีความ ต่อทะเบียนรถ แรงงานต่างด้าว ก่อนมาจนมุมไปหลอกผู้เสียหายสามีภรรยาชาวพม่าขอใบอนุญาตทำงานให้ได้...


เมื่อวันที่ 5 ต.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น รรท.ผบช.น. ได้รับรายงานจาก พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผบก.สส.บช.น.และ พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ ตงเต๊า ผบก.น.8 กรณี พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบก.สส.บช.น.นำเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน กก.2 บก.สส.บช.น.ร่วมกับฝ่ายสืบสวน สน.บุคคโล จับกุมตัวผู้ต้องหาคดีน่าสนใจเป็นเรื่องสมควรเตือนภัยให้ประชาชนทราบ ได้แก่ นายศักดิ์ชัย หรือ "เป็ด" เลิศธนากรกุล อายุ 58 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดตลิ่งชัน ที่ จ.453/2561 ลงวันที่ 13 ก.ย.61 ในข้อหาฉ้อโกงทรัพย์ โดยจับกุมได้ที่หน้าบ้านเลขที่ 9 ถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน ซอย 34 (ศาลเจ้าโกวบ๊อ) แขวงดาวคะนอง เขตธนบุรี กทม.

การจับกุมในครั้งนี้สืบเนื่องจากในห้วงเวลาที่ผ่านมารัฐบาลได้เร่งดำเนินการกวาดล้างบุคคลต่างด้าวที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยอย่างผิดกฎหมาย โดยจัดระบบระเบียบให้แรงงานต่างด้าวที่มีใบอนุญาตทำงานอยู่แล้วเร่งดำเนินการต่ออายุ ส่วนแรงงานผู้ที่ยังไม่มีใบอนุญาตก็ให้นายจ้างนำตัวมาขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เรียบร้อย กระทั่ง นายศักดิ์ชัย ผู้ต้องหารายนี้สบโอกาสกระทำความผิดไปแฝงตัวอยู่ที่สำนักจัดหางานกรุงเทพเขตพื้นที่ 6 ย่านถนนบรมราชชนนี ก่อนแอบอ้างตัวเป็นตำรวจ และโชว์นามบัตรระบุตำแหน่งตำรวจอาสา สน.บุคคโล เข้าไปประสานกับผู้เสียหายสามีภรรยา สัญชาติพม่าคู่หนึ่ง ว่า สามารถดำเนินการเรื่องขอใบอนุญาตทำงานให้ได้ โดยคิดค่าจัดการกับสามีภรรยาคู่นี้ รายละ 9,000 บาท

เมื่อ นายศักดิ์ชัย ขอเบอร์โทรศัพท์พูดคุยติดต่อกับผู้เสียหายเป็นที่เรียบร้อย จึงนัดหมายรับเงินจากผู้เสียหายงวดแรกที่คลินิกเสริมความงาม เอสอีซี คลินิก เลขที่ 1/78 แขวงอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กทม.ซึ่งเป็นที่ทำงานของผู้เสียหาย จำนวน 9,000 บาท เมื่อวันที่ 22 ม.ค.61 จากนั้นโทรศัพท์ไปนัดรับเงินงวดที่สอง อีกจำนวน 9,000 บาท เมื่อช่วงสงกรานต์เดือน เม.ย.61 รวมทั้งสิ้น 18,000 บาท แต่จนแล้วจนรอด นายศักดิ์ชัย ก็ไม่ดำเนินการขอใบอนุญาตทำงานให้เสียที ทุกครั้งที่ทางผู้เสียหายทวงถามก็อ้างว่าติดขั้นตอนการพิจารณาของผู้หลักผู้ใหญ่อยู่หลายท่านจนใกล้จะหมดระยะเวลาดำเนินการที่ทางรัฐบาลกำหนดเอาไว้ ผู้เสียหายจึงตัดสินใจประสานนายหน้าตัวจริงให้ดำเนินการขอใบอนุญาตให้ และตัดสินใจเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจ สน.บางยี่ขัน เพื่อประสานกับ บก.สส.บช.น.และ สน.บุคคโล ร่วมกันติดตามจับกุม นายศักดิ์ชัย ได้ในที่สุด

...

จากการสอบสวน นายศักดิ์ชัย ให้การว่า ไม่มีอาชีพเป็นหลักแหล่งและเคยเป็นตำรวจอาสาสมัครของ สน.บุคคโล จริงตั้งแต่ปี พ.ศ.2547 จึงไปว่าจ้างให้ร้านทำนามบัตรเป็นชื่อของตัวเองเอาไว้ ในนาม "เป็ด โกวบ๊อ" โดยระบุตำแหน่งเป็นอาสาสมัครตำรวจมวลชน สน.บุคคโล รับปรึกษาเรื่องโครงการบัตรทอง 30 บาท รับปรึกษาเรื่องคดีความต่างๆ รับต่อทะเบียนรถและ พ.ร.บ.ยานพาหนะ และรับปรึกษาเรื่องแรงงานต่างด้าวนำเข้า MOU ก่อนนำนามบัตรดังกล่าวไปใช้แอบอ้างตัวหากินกับพรรคพวกตามสายอาชีพต่างๆ ที่ตนเองสามารถดำเนินการได้ แต่สำหรับกรณีการขอใบอนุญาตทำงานให้ผู้เสียหายสามีภรรยาชาวพม่าคู่นี้เพิ่งทำเป็นครั้งแรกแต่ไม่สำเร็จ จนตำรวจตามมาจับกุมตัวได้ดังกล่าว

ด้าน พ.ต.อ.ธวัชชัย ศรีสุรางค์ ผกก.สน.บุคคโล กล่าวว่า สั่งการให้ พ.ต.ท.ปิโยรส กัณหะสิริ รอง ผกก.สส.สน.บุคคโล ตรวจสอบประวัติ นายศักดิ์ชัย เลิศธนากรกุล หรือ “เป็ด โกวบ๊อ” อายุ 58 ปี ผู้ต้องหารายนี้อย่างละเอียด พบในอดีตเมื่อปี พ.ศ.2547 เคยเข้ามาสมัครเป็นอาสาสมัครตำรวจบ้านจริง แต่ไม่เคยปรากฏว่ามีประวัติช่วยเหลือทางราชการแต่อย่างใด จากการศึกษาแผนประทุษกรรมของ นายศักดิ์ชัย ที่มีทั้งบัตรตำรวจอาสาและนามบัตรที่ทำขึ้นมารับปรึกษาธุรกรรมต่างๆ เกี่ยวกับทางราชการ ตนเชื่อว่า น่าจะมีผู้เสียหายได้รับความเดือดร้อนจากการถูกแอบอ้างตัวไปหลอกลวงมากกว่านี้ โดยตอนนี้ตนยึดบัตรเอาไว้แล้ว ดังนั้นขอเตือนให้ประชาชนทราบว่าอย่าไปหลงเชื่อบุคคลที่มีพฤติกรรมแอบอ้างเหล่านี้ หากท่านใดสงสัยเคยตกเป็นเหยื่อขอให้ประสานเข้ามาได้ที่ สน.บุคคโล เพื่อตรวจสอบข้อมูลแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม ซึ่งชุดจับกุมจะนำตัว นายศักดิ์ชัย ส่งพนักงานสอบสวน สน.บางยี่ขัน เพื่อดำเนินการตามข้อหาในหมายจับอย่างเร่งด่วนต่อไป.