สาวใหญ่วัย 52 ปีอยู่ที่นครไทย พิษณุโลก นอนตายสภาพร่างกายมีแผลฟกช้ำหลายแห่ง พบเพิ่งถูกสามีขี้เมาทำร้าย ไปไกล่เกลี่ยที่โรงพัก กลับมานอนอยู่บ้าน เจออีกทีเป็นศพแข็งทื่อ
เวลา 13.30 น. วันที่ 21 ก.ย. พ.ต.ต.วันชัย พันธ์พิจิตร สว.(สอบสวน) สภ.นครไทย จ.พิษณุโลก รับแจ้งมีเหตุคนเสียชีวิตอยู่ภายในบ้านเลขที่ 47 หมู่ 11 บ้านร้องกอก ต.นาบัว ไปตรวจสอบพร้อมแพทย์เวร รพ.สมเด็จพระยุพราชนครไทย และเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิมิตรภาพมงคลธรรม
พบเป็นบ้านสองชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้ ศพผู้เสียชีวิตนอนหงายห่มผ้านวมอยู่บริเวณชั้นล่าง ทราบชื่อต่อมาคือ นางบันทูล สอนศรี อายุ 52 ปี เจ้าของบ้าน สภาพศพไม่สวมเสื้อ ใส่ผ้าถุงลายดอกสีน้ำตาล มีบาดแผลฟกช้ำที่ศีรษะ ตามลำตัวหลายแห่งและแขนทั้งสองข้าง ตาข้างซ้ายบวมปูดจนปิด หน้าผากกลางแสกหน้ายุบ คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 8 ชั่วโมง ภายในห้องนอนมีเสื้อผ้ากระจัดกระจายเต็มพื้น ลักษณะคล้ายกับมีการต่อสู้กันระหว่างคนร้ายกับผู้เสียชีวิต
ตำรวจสอบสวน นายทองเตือน อินแผง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 11 บ้านร้องกอก ผู้พบศพคนแรกทราบว่า ตั้งใจจะมาเยี่ยมพูดคุยถามอาการของนางบันทูล ซึ่งเป็นญาติผู้พี่ เมื่อวานมาหาก็พบว่าประตูบ้านล็อกไว้และทราบว่า นายสมนึก สอนศรี อายุ 52 ปี สามีของนางบันทูล ที่ทำงานเป็นนักการภารโรงอยู่ที่โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 23 ต.เนินเพิ่ม อ.นครไทย ไปทำธุระที่ จ.นครนายก
กระทั่งวันนี้ เวลาประมาณ 12.00 น. กลับมาหาอีกครั้งเพื่อถ่ายรูปส่งให้ลูกชายของนางบันทูลที่ทำงานอยู่กรุงเทพฯ ดู เพราะก่อนที่นายสมนึก สามีจะเดินทางไปได้มีปากเสียง และมีการทำร้ายร่างกายกัน พบว่าประตูเปิดอยู่ ตะโกนเรียกแต่ไม่เสียงตอบรับจึงตัดสินใจเข้าไปในบ้าน เห็นนางบันทูลนอนห่มผ้านวมอยู่และเปิดพัดลมแบบตั้งพื้นทิ้งไว้ พยายามเรียกก็ไม่ตอบรับเลยไปตามเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้เคียงมาช่วยกันดู เห็นร่างกายไม่มีการเคลื่อนไหวหรือตอบสนอง และตัวแข็ง จึงตรวจดูลมหายใจก็พบว่าไม่มีลมหายใจ คาดว่าเสียชีวิตไปแล้ว จึงแจ้งให้ตำรวจประจำหน่วยบริการประชาชนตำบลนาบัวทราบและมาร่วมตรวจสอบ
...
ทั้งนี้ ตำรวจสอบสวนญาติของผู้เสียชีวิตที่มีบ้านพักอยู่ใกล้กันทราบว่า ก่อนหน้านี้ ประมาณ 2 วันที่ผ่านมา นางบันทูลผู้เสียชีวิตมีเรื่องทะเลาะกับนายสมนึก ที่ดื่มสุราจนเมามาย และมีการทำร้ายร่างกายกันจนนางบันทูลได้รับบาดเจ็บ ก่อนที่นายสมนึกจะเดินทางไป จ.นครนายก โดยนางบันทูลอยู่ที่บ้านพักเพียงคนเดียว ส่วนลูกชายทั้ง 2 คนไปทำงานที่ อ.เมืองพิษณุโลก และกรุงเทพฯ เพื่อนบ้านและญาติที่อยู่ใกล้เคียงก็ไม่ได้สนใจ เพราะมีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นเป็นประจำ กระทั่งมาทราบจากผู้ใหญ่บ้านที่มาเยี่ยมนางบันทูลที่บ้านว่า นางบันทูลนอนเสียชีวิตอยู่ในบ้าน ตำรวจจึงให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำศพส่งให้แพทย์ชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงโดยละเอียดอีกครั้ง ที่แผนกนิติเวช รพ.พุทธชินราช อ.เมืองพิษณุโลก
ขณะเดียวกัน ทราบจากร้อยเวรว่า ในวันที่ผู้ตายถูกสามีทำร้าย ได้นำตัวทั้งคู่มาไกล่เกลี่ย และลงบันทึกประจำวันไว้แล้ว เนื่องจากนายสมนึก สามีมีพฤติกรรมเวลาดื่มสุราแล้วจะขาดสติ มักทำร้ายร่างกายผู้เสียชีวิตอยู่เป็นประจำ ซึ่งจะเรียกตัวมาสอบสวนอีกครั้ง พร้อมรอผลตรวจชันสูตรศพจากรพ.พุทธชินราช