ผู้การสุพรรณฯ จัด 5 ทีมมือพระกาฬไล่ล่า “ไอ้โซ” คนงานพม่าโหด สังหาร “เล็ก อรดา” นายจ้างหมกห้องนอนสุดอำมหิต ทั้งที่เพิ่งรับเข้ามาทำงานได้เพียงวันเดียว เผยล่าสุดออกหมายจับแล้ว เข้มตะเข็บชายแดน หวั่นหนีกลับบ้านเกิดที่ทวาย
จากกรณีลูกจ้างชาวพม่าสังหารโหด นายณัฐปพนวิช วงค์ธนจีรนาถ อายุ 49 ปี หรือ “เล็ก อรดา” เสี่ยรับเหมาชื่อดังเมืองสุพรรณบุรี เจ้าของบริษัท ชยุตา 9999 จำกัด และเป็นคนมีชื่อเสียงในสังคมเมืองสุพรรณฯ โดยญาติพบกลายเป็นศพในห้องนอนภายในบ้านเลขที่ 122 หมู่ 1 ต.โพธิ์พระยา อ.เมืองสุพรรณบุรี ถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยม ทั้งตีทั้งแทงที่หัวนอน ตายจมกองเลือดคาห้องนอน พบสิ่งของมีค่าหายเกลี้ยงห้อง ทั้งเงินสดหลายหมื่นบาท และสิ่งของมีค่าหลายรายการหายไป ตรวจสอบพบผู้ต้องสงสัยที่เป็นฆาตกร เป็นแรงงานพม่าชื่อ นายยโซ อายุ 22 ปี ที่เพิ่งรับเข้ามาทำงานได้เพียงวันเดียว น่าจะเป็นมือสังหาร โดยหลังก่อเหตุได้หลบหนีไปอย่างไร้ร่องรอย โดยเหตุเกิดเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 20 ก.ย. ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 21 ก.ย.61 ที่ห้องประชุม บก. ภ.จว.สุพรรณบุรี พล.ต.ต.กษณะ แจ่มสว่าง ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี ได้ประชุมชุดสืบสวนประกอบด้วย พ.ต.อ.อภิชิต สุรพินิช รอง ผบก. พ.ต.อ.วริทธิ์พงษ์ ทัฬหวรงค์ ผกก.สืบสวน จว.สุพรรณบุรี พ.ต.อ.สมพร พุกหอม ผกก.สภ.เมือง และทีมสืบสวนจาก ภาค 7 รวมกว่า 20 นาย เพื่อสรุปผลความคืบหน้าของคดี รวมถึงการติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี ซึ่งมีการนำกล้องวงจรปิดในสถานที่เกิดเหตุ และกล้องซีซีทีวีตามจุดที่คนร้ายผ่านมาประกอบการประชุม รวมถึงสำนวนการสอบปากคำพยานแวดล้อมทั้งหมดมาประกอบการประชุม โดยใช้เวลาประชุมเครียดเกือบ 2 ชั่วโมง จากนั้นทั้งหมดได้เดินทางลงพื้นที่เกิดเหตุเพื่อทำการตรควจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนที่ทีมสืบสวนจะแยกย้ายลงพื้นที่ในแถบตะเข็บชายไทยไทยพม่าที่ จ.กาญจนบุรี เพื่อติดตามตัวคนร้าย
...
พล.ต.ต.กษณะ แจ่มสว่าง ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี เปิดเผยว่า เบื้องต้นสรุปได้ว่าฆาตกรที่ลงมือฆ่าเป็นคนงานชาวพม่า ชื่อ นายโซ อายุ 22 ปี จากการประชุมทีมสืมสืบสวนทั้ง 5 ชุด ทั้งชุดสืบท้องที่ ชุดสืบจังหวัด และชุดสืบภาค 7 และชุด ฉก.อีก 2 ชุด ลงพื้นที่ติดตามไล่ล่าคนร้ายในจุดที่คาดว่าคนร้ายไปกบดานตั้งแต่เมื่อวานแล้ว และได้มีการไปสอบปากคำภรรยาของนายโซ ที่ทำงานเป็นคนงานอยู่ที่ อ.ลาดหญ้า จ.กาญจนบุรี และพี่ชายของนายโซ ที่ทำงานเป็นคนตัดอ้อยที่แถวบ้านหนองรี อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี ทราบว่านายโซเป็นคนพม่า อยู่เมืองทวาย หลบหนีเข้าเมืองมาทางบ้านอีต่อง อ.สังขละบุรี ไม่มีเอกสารการทำงานอะไรเลย จึงได้นำภาพถ่ายของนายโซประสานกับทาง ตม.กาญจนบุรี และตำรวจ ตชด.รวมถึงทหาร เพื่อให้สกัดกันการหลบหนีออกนอกประเทศในช่องทางธรรมชาติ ซึ่งหากหลบหนีออกนอกประเทศก็จะยากต่อการติดตามจับกุม นอกจากนี้ยังได้ประสานของความร่วมมือ พ.ต.อ.สำราญ กลั่นมา ผกก.ตม.กาญจนบุรี ให้ประสานกับทางตำรวจเมืองทวาย ประเทศพม่า หากคนร้ายหลบหนีไปที่บ้านเกิดเมืองทวาย ให้ขอความร่วมมือให้ทางตำรวจพม่าจับกุมตัวให้ด้วย
ในส่วนของทรัพย์สินที่คนร้ายได้ไปเบื้องต้นคือเงินสดประมาณ 7 หมื่นบาท สร้องทองและพระเลี่ยมทอง ส่วนอาวุธปืนของผู้ตายนั้นทราบจากพี่สาวว่าผู้ตายไปฝากญาติไว้ เนื่องจากยังโอนชื่อไม่เรียบร้อย ด้านการชันสูตรพลิกศพ แพทย์แจ้งว่าผู้ตายถูกของแข็งตีที่ศีรษะท้ายทอยด้านหลังหลายครั้งจนกะโหลกยุบ และถูกของแหลมแทงที่ต้นคออีก 3 แผล และเสียเลือดมากจนเป็นเหตุให้เสียชีวิต ซึ่งดูจากตรวจสภาพที่เกิดเหตุและบาดแผลอย่างละเอียดแล้ว คาดว่าคนร้ายจะมีการเตรียมการเป็นอย่างดีและลงมือกระทำอย่างโหดเหี้ยมอำมหิต ส่วนของการดำเนินคดีขณะนี้พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำพยานบุคคลแวดล้อมทั้งหมด และภาพถ่ายของคนร้ายที่แคปมาจากกล้องวงจรปิดภายในบ้าน รวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดนำไปขออนุญาตศาลจังหวัดสุพรรณบุรีเพื่อออกหมายจับแล้ว ล่าสุดจากการตรวจเช็คคาดว่าคนร้ายยังหลบหนีอยู่ในพื้นที่เขตประเทศไทย น่าจะอยู่แถวเขตชายแดน จ.กาญจนบุรี คาดว่าไม่เกิน 1-2 วันนี้ จะสามารถจับกุมมาดำเนินคดีให้ได้
ส่วนบรรยากาศที่บ้านของผู้เสียชีวิต ตั้งแต่เช้าบรรยากาศเป็นไปด้วยความเงียบเหงา ญาติได้ทำความสะอาดห้อง ล้างคราบคราบเลือดภายในห้องนอน รื้อเตียงและผ้าปูที่นอนเปื้อนเลือดออกมาทิ้งนอกบ้านหมดแล้ว และบรรยากาศภายในบริเวณบ้านมีบรรดากลุ่มสื่อมวลชนทุกสำนักไปรอทำข่าวกันเป็นจำนวนมากด้วย โดยนางณัฐณิชากรณ์ วงค์ธนจีรนาถ อายุ 54 ปี พี่สาวผู้ตายพร้อมญาติ ได้เดินทางไปรับศพนายเล็ก อรดา ที่ รพ.ศูนย์เจ้าพระยายมราช เพื่อนำมาบำเพ็ญกุศลที่วัดพร้าว ต.โพธิพระยา อ.เมือง โดยมี พ.อ.กุญภัสร์ หาญสมบูรณ์ เสธ บก.ควบคุม กกล.รส.มทบ.17 สุพรรณบุรี เป็นประธานรดน้ำศพ ท่ามกลางบรรดาแขกในวงการรับเหมาก่อสร้าง และกลุ่มเพื่อนในแวดวงธุรกิจที่มีความสนิทสนมกับผู้ตายมาร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก
นางณัฐณิชากรณ์ วงค์ธนจีรนาถ อายุ 54 ปี พี่สาวผู้ตาย เปิดใจทั้งน้ำตาว่า รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่คิดว่าคนงานที่น้องชายของตนรับเข้าทำงานจะมาลงมือก่อเหตุอย่างเหี้ยมโหดแบบนี้ เห็นสภาพศพแล้วยังทำใจไม่ได้ ปกติผู้ตายเป็นคนใจดี ดูแลคนงานอย่างดี และรักลูกน้อง ไม่ค่อยมีเหตุวิวาทหรือมีปัญหาในการทำงาน ซึ่งที่ผ่านมาน้องชายจะเป็นคนที่ชอบช่วยเหลือสังคม ช่วยบริจาคเงินเพื่อนำไปสร้างบ้านให้กับคนจน และช่วยเหลือเด็กยากจน ทุกวันนี้ที่บ้านก็จะเป็นเหมือนสถานสงเคราะห์เด็ก น้องชายได้รับเด็กยากจนและเด็กกำพร้ามาเป็นลูกบุญธรรมอยู่ 3 คน ส่งเรียนหนังสือ หรือหากใครไม่เรียนก็จะให้ไปช่วยทำงานที่บริษัทรับเหมา ปลูกห้องแถวภายในบริษัทให้อยู่กัน และจะมีน้ำใจกับคนงานที่มาทำงานในบริษัทรับเหมาทุกคน ไม่คิดว่าคนดีอย่างน้องชายจะมาอายุสั้นแบบนี้ ซึ่งชนวนการก่อเหตุครั้งนี้ตนว่าน่าจะมาจากการต้องการชิงทรัพย์ อย่างไรก็ตาม ตนวอนขอให้ตำรวจได้เร่งจับกุมตัวผู้ก่อเหตุมาให้ได้โดยเร็ว.
...