เผยนักท่องเที่ยวสาวชาวอังกฤษแจ้งความถูกข่มขืนบนเกาะเต่า อ้างเกิดที่หาดทรายรี ที่เดียวกับ น.ส.ฮานนา ถูกข่มขืนฆ่าตายพร้อมเพื่อนชาย ผบก.ภ.สุราษฎร์ฯ ลงพื้นที่สั่งตั้ง กก.สอบด่วน ขณะที่ ผวจ.ขู่ ไม่จริงเจอฟ้องแน่
เวลา 08.30 น.วันที่ 27 ส.ค. พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี พร้อมด้วย พล.ต.เกรียงไกร ศรีรักษ์ ผู้บัญชาการกองบัญชาการช่วยรบที่ 4 (ผบ.บชร.4) และกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยกองทัพภาคที่ 4 ส่วนหน้า ขึ้นเฮลิคอปเตอร์บินด่วนไปยังสนามหน้าที่ว่าการ อ.เกาะพะงัน (ส่วนหน้าเกาะเต่า) ต.เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน พร้อมตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง นายไชยันต์ ธุระสกุล นายกเทศมนตรี ต.เกาะเต่า และผู้นำท้องถิ่น ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณหาดทรายรี ต.เกาะเต่า
ทั้งนี้ หาดทรายรี แห่งนี้ เป็นบริเวณเดิม กับที่เกิดคดีครึกโครม เมื่อปี 2557 น.ส.ฮานนา วิคตอเรีย วิทเธอริดจ์ ถูกคนร้ายข่มขืนแล้วฆ่าตาย พร้อม นายเดวิด วิลเลียม เพื่อนชาย ทั้งคู่เป็นชาวอังกฤษ ครั้งนี้ น.ส.อีสเบล วิคตอเรีย แบคเตอร์ อายุ 19 ปี นักท่องเที่ยวสัญชาติอังกฤษ เช่นกัน อ้างว่าเดินทางมาท่องเที่ยวกับเพื่อนชายชาวยุโรป รวม 5 คน ได้ถูกวางยาจนไม่รู้สึกตัวเเละข่มขืน หลังจากนั่งดื่มที่บาร์แห่งหนึ่งเหตุเกิดคืนวันที่ 25 มิ.ย. 61 โดยไปแจ้งกับตำรวจ สภ.เกาะพะงัน เเต่ตำรวจไม่ลงข้อมูลเรื่องการข่มขืนเพียงลงว่า โทรศัพท์ไอโฟน 7 พลัส กับเงินสด 3,000 บาท และบัตรเดบิต จำนวน 4 ใบหายไป
...
พล.ต.ต.อภิชาติ และคณะ ได้ไปตรวจดูกล้องวงจรปิดบริเวณแหลมหิน จปร.หาดทรายรี เป็นสถานที่ผู้เสียหายอ้างว่าถูกข่มขืน ห่างจากร้านฟิชโบลว์บาร์ และลีโอบาร์ หาดทรายรี ที่ไปเที่ยวดื่มกินกับเพื่อนชายประมาณ 400 เมตร พบว่ามีกล้องวงจรปิด 7 ตัว เก็บบันทึกภาพได้ 7 วัน ล่าสุดคือช่วงวันที่ 28 มิ.ย.-4 ก.ค.61 ส่วนก่อนนี้ได้ถูกบันทึกทับไปแล้ว
พล.ต.ต.อภิชาติ ได้สอบถาม น.ส.ภัทรา แจ่มตระกูล อายุ 32 ปี เจ้าของที่พักเดอะไฮ โฮสเทล (THE HIVE) ที่ผู้เสียหายเข้าพัก ให้ข้อมูลว่า น.ส.อีสเบล ได้จองที่พักไว้วันที่ 21-23 มิ.ย.61 แต่ได้ขอขยายเวลาต่อถึงวันที่ 26 มิ.ย.61 โดยพักในที่เดียวกันรวม 5 คน มี น.ส.อีสเบล กับเพื่อนชายอีก 4 คน โดยคืนวันที่ 25 มิ.ย. น.ส.อีสเบลกับกลุ่มเพื่อนทั้ง 5 คน ได้นัดกับตนไว้ให้พบกันที่ร้านฟิชโบลว์บาร์ตอน 5 ทุ่ม พอถึงเวลาไม่เห็นมาตามนัดตนเข้าใจว่าคงไปเที่ยวกันเองตนจึงกลับมาก่อน เพราะปกติกลุ่มนี้จะกลับที่พักตอนตี 2 เกือบทุกคืน
น.ส.ภัทรา กล่าวว่า ช่วงเช้า วันที่ 26 มิ.ย. น.ส.อีสเบล มาบอกว่า ถูกวางยาในเครื่องดื่มและถูกข่มขืนบริเวณแหลมหิน จปร. และเอาทรัพย์สินไป ตนจึงได้แนะนำให้ไปแจ้งความ แต่ น.ส.อีสเบล อ้างว่าจะรีบไปเกาะพะงันไปพบแฟนหนุ่มกับเพื่อนชาวอังกฤษที่มางานฟูลมูนปาร์ตี้ ซึ่งตนพยายามคะยั้นคะยอให้ไปแจ้งความก่อนแต่ก็ไม่ไป และตนเองไม่ได้ติดตามเรื่องเพราะไม่แน่ใจเกิดเหตุจริงหรือไม่ เนื่องจากมักจะออกไปเที่ยวดื่มกินกลับช่วงเวลาดังกล่าว
“กระทั่งวันที่ 4 ก.ค.เพื่อนชายชื่อนายมาร์ติน ได้มาปรึกษาว่ายังสามารถแจ้งความให้ น.ส.อีสเบล ได้หรือไม่ จึงได้พานายมาร์ตินไปที่ สภ.เกาะเต่า ซึ่งตำรวจไม่สามารถรับแจ้งได้เนื่องจาก น.ส.อีสเบล ไม่ได้มาด้วย แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พาไปดูกล้องวงจรปิดบริเวณที่อ้างว่าเป็นจุดเกิดเหตุ พบว่ากล้องเก็บข้อมูลได้เพียง 7 วันและทราบว่าในคืนวันที่ 26 มิ.ย. นายมาร์ติน ได้ชกต่อยกับแฟนของ น.ส.อีสเบลที่เกาะพะงัน จนทำให้ฟันหน้าบิ่นแตกหัก” น.ส.ภัทรา กล่าว
ด้านพล.ต.ต.อภิชาติ กล่าวว่า ได้มีคำสั่ง ที่ 817/2561 แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจข้อเท็จจริง โดยมี พ.ต.อ.วิชอบ เกิดเกลี้ยง รอง ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี เป็นประธาน ว่าทาง สภ.เกาะพะงัน ไม่รับแจ้งความตามที่กล่าวอ้างหรือไม่ และสั่งให้ทำการเร่งรัดสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด เพื่อให้ได้ความว่า มีเหตุการณ์จริงหรือไม่อย่างไร ถ้าจริงให้แจ้งไปยังผู้เสียหาย หากต้องการดำเนินคดีให้มอบอำนาจให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดี ซึ่งไม่ว่ามีความเป็นผิดเกิดขึ้นหรือไม่จะสั่งให้คณะกรรมการสืบสวนลงมารวบรวมพยานหลักฐานเป็นสำนวนสอบสวนไว้
...
พร้อมกันนี้ ได้ประสาน ฝ่ายปกครองในพื้นที่รับผิดชอบ เพิ่มการดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มขวด ให้กวดขัน จับกุมการกระทำผิดทุกประเภทที่เสี่ยงต่อการเกิดอาชญากรรม โดยเฉพาะแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย การประกอบอาชีพผิดกฎหมายของชาวต่างชาติ สถานบริการ แหล่งมั่วสุมทุกประเภท โดยให้จัดกำลังออกตรวจชายหาด สถานที่ท่องเที่ยว ตลอด 24 ชั่วโมง โดยขอความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดอาสาสมัคร ชุดเดินเท้า และขอให้ผู้ประกอบการช่วยดูแลนักท่องเที่ยว ตามนโยบายของ คสช. และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ขณะที่ นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวถึงความคืบหน้าการสอบสวนคดีที่นักท่องเที่ยวหญิงชาวอังกฤษอ้างว่า ถูกข่มขืนและปล้นทรัพย์สิน บนเกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี และไปแจ้งความกับตำรวจในพื้นที่เกิดเหตุ แต่ตำรวจปฏิเสธสอบสวนข้อหาข่มขืน ลงบันทึกเฉพาะเหตุจี้ชิงทรัพย์เท่านั้น ว่า วันนี้ชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจหาพยานและหลักฐานเพิ่มเติมแล้ว ทั้งนี้ยอมรับว่าข่าวดังกล่าวได้สร้างความเสียหายให้กับเกาะเต่า เพราะหลังจากเกิดคดีฆาตกรรม 2 นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษทางจังหวัดและตำรวจได้เพิ่มมาตรการในการรักษาความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวทั้ง 3 เกาะ ไม่ว่าจะเป็นเกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า แต่ยังเกิดกรณีแบบนี้ขึ้น ตำรวจก็ต้องไปสอบสวนหาข้อเท็จจริงว่าเป็นไปตามที่นักท่องเที่ยวสาวได้กล่าวอ้างหรือไม่
อย่างไรก็ตาม กระแสข่าวที่เกิดขึ้นไม่ได้ส่งผลกระทบด้านการท่องเที่ยวแต่อย่างใด ยังคงมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาพักผ่อนในเกาะเต่าตามปกติ อย่างไรก็ตาม หากผลการสอบสวนออกมาได้ข้อสรุปว่าข้อกล่าวอ้างที่เกิดขึ้นไม่เป็นความจริงทางจังหวัดสุราษฎร์ธานีจะฟ้องร้อง ดำเนินคดีกลับนักท่องเที่ยวหญิงคนดังกล่าว เนื่องจากทำให้จังหวัดและประเทศเสื่อมเสียชื่อเสียง แต่ตอนนี้ต้นยังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลรายละเอียดใดได้ เนื่องจากเป็นหน้าที่ของตำรวจในการสอบสวนหาพยานหลักฐาน
...