สั่งเด้ง “ผกก.สภ.พิปูน” เข้ากรุ ศปก.ภ.เมืองคอน เซ่นปล่อย “แอน เขาพระ” ผู้ต้องหาคดีพยายามฆ่าเจ้าพนักงาน สมุนแก๊งค้ายาเสพติดรายใหญ่หลบหนี ขณะนอนพักรักษาตัวอยู่ที่รพ. ล่าสุดยังจับตัวไม่ได้
เมื่อวันที่ 21 ส.ค.61 พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ ผบก.ภ.นครศรีธรรมราช ได้มีคำสั่งด่วนให้ย้าย พ.ต.อ.สมคิด ดำเกลี้ยง ผกก.สภ.พิปูน จ.นครศรีธรรมราช ให้มาประจำที่ ศปก.บก.ภ.นครศรีธรรมราช แล้วมีคำสั่งให้ พ.ต.อ.เชาว์ศิลป์ บุญประดิษฐ์ รอง ผบก.ภ.นครศรีธรรมราช ไปรักษาราชการแทนในตำแหน่ง ผกก.สภ.พิปูน อีกตำแหน่งหนึ่ง พร้อมทั้งมีคำสั่งสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีที่นายสุวิทย์ มีแก้ว หรือฉายา "แอน เขาพระ" อายุ 37 ปี ซึ่งเป็นผู้ต้องหาคดีพยายามฆ่าเจ้าพนักงาน และร่วมกันมียาเสพติดให้โทษไว้ในครอบครอง มีอาวุธปืนและวัตถุระเบิด ได้หลบหนีออกจาก รพ.พิปูน จ.นครศรีธรรมราช เมื่อคืนเวลา 23.30 น. ของคืนวันที่ 16 ส.ค.ที่ผ่านมา ขณะนอนรักษาตัวที่ รพ.พิปูน โดยมีบาดแผลถูกยิงที่หน้าท้องและแขนทั้งสองข้าง ซึ่งล่าสุดตำรวจยังไม่สามารถจับกุมตัวนายสุวิทย์หรือแทนได้ แต่อย่างใด
สำหรับคดีนี้เหตุเกิดเมื่อวันที่ 9 ส.ค. ที่ผ่านมา ตำรวจชุด กก.สส.ภ.จว.นครศรีธรรมราช นำโดย พ.ต.อ.เชาว์ศิลป์ บุญประดิษฐ์ รอง ผบก.ภ.นศ. และพ.ต.ต.สมพร ภูมิภัทร สว.กก.สส.ภ.จว.นครศรีธรรมราช ได้ระดมกำลังตำรวจชุด นปพ.บุกขึ้นในยอดเขาบ้านห้วยท้อน หมู่ 10 ต.เขาพระ อ.พิปูน จ.นครศรีธรรมราช เพื่อปิดล้อมจับกุมนายจ่านันท์ สงเคราะห์ อายุ 43 ปี หรือ "อึ้ง เขาพระ" หัวหน้าแก๊งค้ายาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ อ.พิปูน ปรากฏว่านายจ่านันท์ หรือ "อึ้ง เขาพระ" ได้ไหวตัวกระโดดหลบหนีรอดไปได้หวุดหวิด
ส่วน นายสุวิทย์ มีแก้ว หรือ “แอน เขาพระ” ลูกสมุนได้ใช้อาวุธปืนยิงต่อสู้ตำรวจ ก่อนถูกตำรวจยิงสวนเข้าที่หน้าท้องและแขนได้รับบาดเจ็บวิ่งหลบหนีเข้าป่าหายไป จนกระทั่งรุ่งเช้าวันที่ 10 ส.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ไล่ล่าจับกุมตัวนายสุวิทย์ หรือ “แอน เขาพระ” ได้ขณะนอนหมดแรงอยู่บนภูเขา ก่อนนำตัวส่งรักษาตัวที่ รพ.พิปูน ซึ่งแพทย์ได้ช่วยเหลือผ่าตัดจนพ้นขีดอันตราย แต่ยังคงให้นอนรักษาตัวที่ รพ.พิปูนต่อไป
...
ซึ่งตำรวจได้อายัดตัวนายสุวิทย์ไว้เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยรอให้รักษาตัวหายเสียก่อน แต่ปรากฏว่าในช่วงเวลา 23.30 น. วันที่ 16 ส.ค.ที่ผ่านมา นายสุวิทย์ หรือ “แอน เขาพระ” ได้หลบหนีออกจาก รพ.พิปูนไปอย่างลอยนวล จนนำไปสู่คำสั่งย้าย ผกก.สภ.พิปูน และตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงขึ้นมาดังกล่าว.