ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นายกฯ สั่งปราบ "ทัวร์ศูนย์เหรียญ" "นอมินี" นายทุนต่างชาติต้นเหตุเรือล่ม

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์15 ก.ค. 2561 05:01 น.
    SHARE

    โศกนาฏกรรมเรือท่องเที่ยวถูกคลื่นซัดอับปางกลางทะเลที่เกาะเฮ จ.ภูเก็ต เมื่อ 5 ก.ค. เป็นข่าวดังกระฉ่อนไปทั่วโลก ผู้เสียชีวิตและผู้สูญหายส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน ต้องมาเสียชีวิตเพราะความเห็นแก่ตัวของนายทุนต่างชาติที่ใช้คนไทยเป็น “นอมินี” ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่แจ้งเตือนไปยังผู้ประกอบการเดินเรือ มีคลื่นสูง ลมแรง งดออกจากฝั่ง บริษัทคนไทยไม่มีใครออกเรือ แต่บริษัทเรือต่างชาติที่มีคนไทยเป็นนอมินี

    ไม่สนใจคำเตือน เนื่องจากมีคำสั่งตรงจากนายทุนต่างชาติมุ่งประโยชน์ในทางธุรกิจ กลายเป็นความสูญเสียร้ายแรงทำลายภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทย ทำความเสียหายระบบการท่องเที่ยวแบบผูกขาดในเมืองไทย

    ย้อนเหตุการณ์ เรือฟีนิกซ์ ไดวิ่ง เรือนำเที่ยวหรูของบริษัท ทีซี บลูดรีม จำกัด นำนักท่องเที่ยว 89 คน ชาวจีน 87 คน ยุโรป 2 คน พนักงานเรือ 14 คน รวม 103 คน และ เรือยอชต์ เซเรนาต้า ที่เช่าโดยบริษัท เลซี่ แคท ทราเวล จำกัด นำนักท่องเที่ยวชาวจีน 42 คน ไปดำน้ำที่เกาะเฮ และเกาะไม้ท่อน เจ้าหน้าที่แจ้งเตือนว่ามีคลื่นลมแรง เรือเล็กงดออกนอกฝั่ง แต่เจ้าของเรือไม่สนคำเตือน สั่งนำเรือออกจนเกิดอุบัติเหตุเรือล่มนักท่องเที่ยวเสียชีวิต

    หลังเกิดเหตุ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นห่วงเรื่องที่เกิดขึ้น ให้เร่งค้นหาช่วยเหลือนักท่องเที่ยวผู้ประสบเหตุ พล.อ.ประยุทธ์ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมผู้ประสบเหตุ ตรวจสอบระบบการดูแลนักท่องเที่ยว สาเหตุเรือล่ม เยียวยาผู้สูญเสีย ส่งผลให้ทางการจีนพอใจ

    พล.อ.ประยุทธ์ สั่งให้ตำรวจปราบทัวร์ด้อยคุณภาพไม่ได้มาตรฐาน ให้รื้อระบบนักท่องเที่ยวชาวจีนที่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากรูปแบบ “ทัวร์ศูนย์เหรียญ” แม้จะไม่สามารถหยุดความสูญเสียที่เกิดขึ้นไม่ได้ในทันที แต่ต้องไม่ทำให้มันเกิดขึ้นอีก และกำหนดมาตรฐานการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวคนไทยและต่างชาติ

    พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ขานรับนโยบายให้ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. ที่รับผิดชอบปราบปรามธุรกิจเอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยวมาต่อเนื่อง ตรวจสอบสาเหตุและผู้ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ ลงพื้นที่ร่วมกับ พล.ต.อ.ชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล ประธาน ปปง. พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง ผบก.ทท.1 บช.ทท. นำกำลัง 14 หน่วยงาน อาทิ ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ตำรวจป่าไม้ กรมสรรพากร กรมศุลกากร ทหาร ฝ่ายปกครอง ปปง. ปูพรมค้น 11 จุด เครือข่ายบริษัทนำเที่ยวที่มีคนไทยเป็น “นอมินีต่างชาติ” ที่เชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจทัวร์นำเที่ยวไม่ได้มาตรฐาน

    จุดแรก สำนักงานบริษัท ทีซี บลูดรีม จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่เกี่ยวข้องกับเรือฟีนิกซ์ ไดวิ่ง ที่อับปางกลางทะเล พบเอกสารใบเสียภาษี ค่าใช้จ่ายปี 2560 จำนวนมาก ข้อมูลการติดต่อแชตข้อความกับนายทุน ซึ่งทาง ปปง.มองว่ามีลักษณะคล้ายกับการติดต่อโอนเงินไปยังนายทุนต่างประเทศ คล้ายกับคดีทัวร์ศูนย์เหรียญเมื่อปี 2558 ที่บริษัท ทรานลี่ ทราเวิล จำกัด โอนเงินให้นายทุนจีน และบ้านหลังดังกล่าว น.ส.วรลักษณ์ ฤกษ์ชัยกาล หรือยุ้ย เจ้าของบริษัท ทีซี และประกอบกิจการเรือฟีนิกซ์ได้ขอเช่าทำสำนักงาน โดยย้ายเอกสารมาเก็บไว้ที่นี่ แต่ยังไม่ได้ทำสัญญาเช่าบริษัท ทีซี บลูดรีม เป็นที่ตั้งชั่วคราว ไม่ได้สร้างแบบถาวร เป็นเครื่องบ่งชี้ว่ามีการกระทำคล้ายนอมินี

    จุดที่สอง บริษัท เลซี่ แคท ทราเวล จำกัด ที่เช่าเรือ เรือยอชต์เซเรนาต้า ค้นชั้นล่างพบเสื้อชูชีพ อุปกรณ์ดำน้ำ กล้องถ่ายรูปใต้น้ำ โฟมลอยตัว ผ้าใบปูหาดทราย ริสต์แบนด์ ห่วงยาง ของเล่นเด็ก ที่ไม่ได้มาตรฐานจำนวนมาก พบเอกสารขอเช่าอาคารที่เป็นคนสัญชาติจีนชื่ออาพั้ง พบของกลางที่สั่งนำเข้าจากประเทศจีน หลีกเลี่ยงภาษีส่งตรงมาให้ นายอิทธิโรจน์ ชวาลพิพัฒน์พงศ์ หรือเฮียช้าง ร่วมกับ ปปง.ตรวจสอบเพราะเป็นความผิดมูลฐานฟอกเงิน จุดที่สามค้นพื้นที่บุกรุกป่าสงวน วอเตอร์ บีช คลับ ที่หาดนุ้ย มีอดีตผู้จัดการบริษัท ทรานลี่ ทราเวิล จำกัด เป็นเจ้าของ พบเชื่อมโยงกับบริษัท เลซี่ แคท ทราเวล จำกัด ตรวจสอบพบว่ามีการบุกรุกสร้างสิ่งปลูกสร้างคล้ายรีสอร์ต และก่อสร้างสปาขัดผิว เนื้อที่กว่า 18 ไร่ หลายส่วนบุกรุกแหล่งทรัพยากรธรรมชาติ และบริษัทเหล่านี้เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงต้มตุ๋นชาวต่างชาติ มาซื้อที่ดินผิดกฎหมายในแหล่งท่องเที่ยว

    ผู้เชี่ยวชาญการต่อเรือภาคเอกชนที่รับต่อเรือฟีนิกซ์ ไดวิ่ง ที่อู่ต่อเรือคานเรือสิกิจ ซึ่งข้อมูลการต่อเรือจากนายช่างพบว่าการต่อเรือฟีนิกซ์ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน ใช้วัตถุดิบที่เสี่ยงต่อการเกิดอันตรายมาใช้ต่อเรือ อาทิ เครื่องยนต์รถบรรทุก 10 ล้อ กระจกพลาสติก PVC กำแพง ประกอบจากไม้อัด และระบบระบายน้ำขังที่มีเครื่องมือระบายน้ำขนาดเล็กกว่ามาตรฐานเกือบเท่าตัว

    สรุปเข้าตรวจค้น 11 จุด ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจทัวร์นำเที่ยวไม่ได้มาตรฐาน ว่าจ้างคนไทยเป็น “นอมินี” จับกุมผู้ต้องหา 2 คน นายอิทธิโรจน์ ชวาลพิพัฒน์พงศ์ หรือช้าง ผู้จัดการเก่า บริษัท ทรานลี่ ทราเวิล จำกัด และเป็นเจ้าของที่พักและบาร์ใน เข้าข่าย “บุกรุกป่าสงวน และรุกล้ำป่าชายเลน” และ น.ส.วรลักษณ์ ฤกษ์ชัยกาล หรือยุ้ย เจ้าของเรือยอชต์ บริษัท ทีซี บลูดรีม จำกัด มีความผิดฐาน “ซื้อหรือรับไว้ของที่ไม่ผ่านศุลกากร” ยึดเอกสาร 33 ชุด เครื่องคอมพิวเตอร์ 12 เครื่อง สินค้าเลี่ยงภาษีกว่า 1,000 ชิ้น เสื้อชูชีพไม่ได้มาตรฐาน 21 ตัว

    พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. กล่าวกับ “ทีมข่าวอาชญากรรม” ว่า “ได้รับมอบหมายจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ให้บูรณาการหลายหน่วยงาน ปปง. กรมสรรพากร กรมศุลกากร ตำรวจท่องเที่ยว เข้าตรวจสอบ 11 จุดในพื้นที่ จ.ภูเก็ต ที่เชื่อมโยงกับการประกอบธุรกิจท่องเที่ยวที่เอารัด เอาเปรียบนักท่องเที่ยว จนเป็นเหตุให้เรืออับปาง มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ผลการตรวจ สอบยึดเอกสารหลักฐานจำนวนมากพบความผิดที่ชัดเจนหลายส่วน คนไทยเป็นเจ้าของ ไม่มีความรู้ เป็น “นอมินี” แต่มีนายทุนชาวจีนมาเช่าอยู่เบื้องหลัง ซึ่งหลักฐานที่อายัดได้ต้องขยายผลไล่ตรวจสอบตั้งแต่เอกสารจดทะเบียน เส้นทางการเงิน ผู้ถืออำนาจที่แท้จริง หลักฐานการโอนเงินให้กับชาวต่างชาติที่พักอาศัยอยู่ในที่ดินบุกรุกพื้นที่ป่าสงวน”

    เรือฟีนิกซ์ ไดวิ่ง ที่อับปาง สอบสวนพบการต่อเรือไม่สมบูรณ์ใช้อุปกรณ์ไม่ได้มาตรฐาน ห้องเครื่องอยู่ท้องเรือ ไม่อยู่บนเรือทำให้น้ำเข้าห้องเครื่อง บริษัทไม่มีออฟฟิศเป็นหลักแหล่ง อุปกรณ์ทางน้ำไม่มีมาตรฐาน หลายอย่างหลบเลี่ยงภาษี เจ้าของแต่ก่อนเป็นแค่ลูกจ้าง แต่อยู่ไปอยู่มาได้เป็นนายจ้าง เป็น “นอมินี” รับคำสั่งอย่างเดียว เบื้องต้นจับกุมผู้กระทำผิด 2 นายในความผิดเกี่ยวกับศุลกากร และบุกรุกป่าสงวนและรุกล้ำป่าชายเลน เอกสารที่ตรวจยึดจะร่วมกันไปตรวจสอบโดยละเอียดเพื่อดำเนินคดี หากพบว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องจะดำเนินการทางกฎหมายทันที ขณะนี้ไม่ได้มีแค่ 2 บริษัทที่เกี่ยวข้องยังมีข้อมูลอีกหลายบริษัทที่เป็นนอมินีทัวร์ด้อยคุณภาพ ไม่มีมาตรฐาน หลีกเลี่ยงภาษี เอาเปรียบนักท่องเที่ยว ทั้งกรณีเรืออับปาง เหตุไฟไหม้ทางทะเล ล้วนมาจากความไม่ได้มาตรฐานของบริษัทเหล่านี้ ตำรวจท่องเที่ยวจะขยายผลดำเนินการกับผู้เกี่ยวข้องทุกราย โดยเฉพาะ “นอมินี” ข้ามชาติเหล่านี้เข้ามาใช้ทรัพยากรในประเทศไทย แต่รายได้ไม่เข้าประเทศไทย เข้ามาแย่งอาชีพคนไทย ถ้าไม่ปราบวันนี้คนไทยจะไม่มีที่ยืน”

    การเข้าปฏิบัติการกวาดล้าง ใช้ยาแรงของตำรวจท่องเที่ยวตามคำสั่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี คงจะเป็นการเตือนบริษัทที่ทำผิดกฎหมายให้หยุดการกระทำ อย่าเอาผลประโยชน์ความเห็นแก่ตัวมาแลกกับความปลอดภัยนักท่องเที่ยว ไม่ปล่อยให้ใครมาทำให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้กับนักท่องเที่ยวอีก

    พอกันที สำหรับ “นอมินีข้ามชาติ” สร้างความเสียหายให้ “เมืองภูเก็ต” ต่อเนื่องยาวนาน ได้เวลาขุดรากถอนโคน “คนภูเก็ต” จะได้มีที่ทำกิน โดยไม่ต้องมีต่างชาติมาเบียดเบียน.


    ทีมข่าวอาชญากรรม

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    สุรเชษฐ์ หักพาลทัวร์ศูนย์เหรียญภูเก็ตทีมข่าวอาชญากรรมแกะรอยรอบสัปดาห์

    คุณอาจสนใจข่าวนี้