king10
Thairath Logo
กีฬา

แนะอายัดศพ 'พุฒิพัฒน์' หวั่นเป็นปมฆาตกรรม เหตุเจ้าตัวตายแต่สาวสนิทรอด

Share :
line-share-logo

นักวิชาการชี้เงื่อนงำคดี พุฒิพัฒน์ ฆ่าตัวตายแต่อีกคนรอด แนะอายัดศพ หวั่นเป็นฆาตกรรมหวังทรัพย์สินมหาศาล ด้าน ข้าราชการ พม. ข้องใจคำพูด 'เพราะไว้ใจใคร' ก่อนลาโลก จี้ตร.ไขความกระจ่าง...
 
กรณีการเสียชีวิตของ นายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ อดีตปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  (พม.) ด้วยการดื่มยาพิษผสมไวน์ พร้อม น.ส.วาสนา ตะเภาพงษ์ หญิงคนสนิท ภายในห้องนอนหมู่บ้านย่านปทุมธานี โดย น.ส.วาสนาถูกนำส่งรักษาตัวในโรงพยาบาลได้ทัน ขณะที่ทนายของนายพุฒิพัฒน์ แจงถึงการตายของอดีตปลัด พม.ไม่ได้หนีคดี แต่น้อยใจบุคคลบางคนที่ขอปรึกษาแต่เงียบหาย ทั้งบ่นข้อความชวนสงสัย ”ผมไม่ได้ร่วมมือ ผมสั่งให้หยุด แต่เขาไม่ฟังผม ผมพลาดที่ไว้ใจคนผิด” นั้น 


เมื่อวันที่ 1 ก.ค. นางฐณิฎฐา จันทนฤกษ์ ผู้อำนวยการศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดสมุทรปราการ กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) 
ที่เคยยื่นเรื่องร้องเรียนขบวนการทุจริตคนไร้ที่พึ่งที่มีการตรวจสอบในสมัย
นายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ ดำรงตำแหน่งอธิบดี พส. เปิดเผยว่า ในส่วนตนนั้นขออโหสิกรรมแก่ นายพุฒิพัฒน์ ผู้เสียชีวิต  

อย่างไรก็ตามจากการพูดคุยกับเพื่อนข้าราชการใน พม. ต่างก็มีข้อสงสัยหลายประเด็นถึงการเสียชีวิตของนายพุฒิพัฒน์อย่างกะทันทัน โดยเฉพาะคำพูดของที่ปรึกษากฎหมาย นายพุฒิพัฒน์ และ น.ส.วาสนา ตะเภาพงษ์ ที่ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อว่า ได้พูดคุยกับนายพุฒิพัฒน์ในห้องส่วนตัวที่บ้าน นายพุฒิพัฒน์ กล่าวว่า "ผมไม่ได้ร่วมมือกับเขา ผมสั่งให้หยุด แต่เขาไม่หยุด ผมพลาดที่ไว้ใจคนผิด" ซึ่งหลายคนใน พม.สงสัย จะเป็นลูกน้องหรือใครคนไหนสั่งให้หยุดแล้วไม่หยุด ควรมีการสอบสวนในประเด็นนี้ เพราะเป็นการพูดที่ไม่มีความชัดเจนและจะทำให้บุคคลอื่นเสียหาย โดยเฉพาะ  น.ส.วาสนา ซึ่งยังมีชีวิตอยู่อาจบอกรายละเอียดได้ คนที่สั่งให้หยุด ไม่หยุด เป็นใคร ควรหาหลักฐานและรับผิดชอบการทุจริตครั้งนี้ด้วย เพราะได้สร้างความเสียหายมากแก่ กระทรวง พม. และคนนี้มีบทบาทการบริหารงานมากน้อยเพียงใด มีอำนาจอนุมัติหรือไม่ 


นางฐณิฎฐา กล่าวด้วยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นควรจะมีการสอบข้อเท็จจริงให้มีความกระจ่างก่อน แต่ไม่ทราบว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปทุมธานี ได้รับทราบหรือไม่ ทุกคนยังสงสัยว่าใครวางยา เป็นยาอะไร ทำไมคนหนึ่งตาย อีกคนยังสามารถรอดชีวิตได้ และทราบหรือไม่ว่า น.ส.วาสนา เคยเป็นข้าราชการ พม.มาก่อน และได้ลาออกไปเมื่อปี 2559 แต่มีทรัพย์สินเงินทองมากมาย ทั้งบ้านและรถจำนวนมาก ซึ่งได้ถูก ปปง.อายัดทรัพย์สินไว้ก่อนหน้านี้แล้ว เพื่อตรวจสอบเส้นทางกรณีอาจจะเชื่อมโยงการทุจริตเงินสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่ง อีกทั้งการที่ทนายออกมาพูดยืนยันในความบริสุทธิ์ของบุคคลทั้งสอง และกล่าวข้อความเหมือนมีบุคคลอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง เหมือนมีนัยอะไร เป็นหน้าที่ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องหาความชัดเจน แต่ทำไมขณะที่ยังไม่มีการสอบปากคำ น.ส.วาสนาที่รอดชีวิต แต่กลับรีบจัดงานศพและรีบฌาปนกิจในวันที่ 2 ก.ค. เหมือนจะชิงเผาโดยที่ยังไม่มีความกระจ่างใดๆ

ด้าน ผศ.วิวัฒน์ชัย กุลมาตย์ รองประธานอนุกรรมการปราบปรามคอร์รัปชัน ของสภาปฏิรูปแห่งชาติ และอดีตอาจารย์อาชญาจิตวิทยา คณะจิตวิทยา มหาวิทยาลัยรามคำแหง ให้สัมภาษณ์ถึงการเสียชีวิตของนายพุฒิพัฒน์ว่า มีเงื่อนงำ เจ้าพนักงานตำรวจควรดำเนินการพิสูจน์คดีให้เป็นที่กระจ่าง ศพนายพุฒิพัฒน์ เร่งรีบดำเนินการฌาปนกิจผิดสังเกต และ สภ.เมืองปทุมธานี ได้รู้ข้อมูลทรัพย์สินที่มีชื่อ น.ส.วาสนา ตะเภาพงษ์ ตามที่ ปปง.อายัดไว้หรือไม่ ประกอบกับข่าวที่มีการนำเสนอ ช่วงวันที่ได้รับแจ้งเหตุ เจ้าพนักงานตำรวจ เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล ไปยังที่เกิดเหตุ พบนายพุฒิพัฒน์ เสียชีวิตไปหลายชั่วโมงแล้ว แต่ น.ส.วาสนา ล้างท้องทัน หากกินยาพร้อมกันประสงค์ตายพร้อมกัน ก็ไม่น่าจะล้างท้องทัน

นักวิชาการด้านอาชญาจิตวิทยา กล่าวต่อว่า ที่สำคัญคดีนี้ยังไม่มีการสอบปากคำ  น.ส.วาสนา ซึ่งพ้นขีดอันตรายแล้ว โดยเฉพาะช่วงเวลากินยา ใครเป็นฝ่ายวางยา แก้วน้ำมีคราบยา ดีเอ็นเอ หรือไม่ ภาพที่ปรากฏตามข่าว แก้วน้ำไวน์ นายพุฒิพัฒน์เหลือไวน์ครี่งแก้ว แต่เสียชีวิต อีกแก้วย่อมเป็นของ น.ส.วาสนา ซึ่งทานหมดแก้ว แต่ไม่เสียชีวิต และล้างท้องทัน รวมทั้งมีขวดน้ำเต้าหู้ตั้งอยู่ ดังนั้นควรมีการตรวจสอบว่าเป็นการฆาตกรรมอำพรางหรือไม่ การล่อหลอกให้ฆ่าตัวตายพร้อมกันหรือไม่ จึงควรดำเนินการอายัดศพไว้ก่อน ซึ่ง น.ส.วาสนา ต้องให้ความกระจ่างแก่เรื่องนี้ และทรัพย์ที่มากมหาศาลจะทำอย่างไร บอกที่มาที่ไปได้หรือไม่ ทั้งที่ก็เป็นข้าราชการเหมือนกัน จะส่งคืนต่อแผ่นดินหรือไม่ ที่สำคัญจดหมายที่สั่งเสีย พินัยกรรมมรดกให้แก่ญาติเหล่านั้น อยู่ในบัญชีทรัพย์สิน ป.ป.ช.หรือไม่ ควรตรวจสอบ

ผศ.วิวัฒน์ชัย กล่าวด้วยว่า ทราบว่ามีผู้ร้องไป ปปง. ให้ตรวจสอบและอายัดทรัพย์สิน น.ส.วาสนา ซึ่งมีความใกล้ชิดกับนายพุฒิพัฒน์ ต่อมา ปปง.ได้ดำเนินการอายัดทรัพย์สินที่คาดว่าเป็นการฟอกเงินจากการทุจริตเงินคนไร้ที่พึ่ง มูลค่าเกือบ 88 ล้านบาท นอกจากนี้ทราบว่าเมื่อเร็วๆ นี้ ปปง.ได้อายัดเงินบัญชีเพิ่มเติมอีก 20 ล้านบาท แต่ยังไม่ปรากฏเป็นข่าว อยู่ในระหว่างให้ นายพุฒิพัฒน์ และ น.ส.วาสนา ชี้แจงข้อกล่าวหา นายพุฒิพัฒน์ ได้เสียชีวิตไปแล้ว แต่ทรัพย์สินที่อายัดเป็นชื่อของ น.ส.วาสนา เนื่องจากคดีนี้ทรัพย์สินมาก คาดว่าจำนวนสูงกว่า 100 ล้าน ซึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบอาจพบและอายัดเพิ่มเติม

นักวิชาการด้านอาชญาจิตวิทยา กล่าวด้วยว่า ดังนั้นในฐานะที่ตนเป็นผู้มีประสบการณ์เชี่ยวชาญทางจิตวิทยาโดยเฉพาะ อาชญาจิตวิทยา จึงอาจมีหลายเหตุผล หลายองค์ประกอบด้วยกัน หาก นายพุฒิพัฒน์ มีชีวิตอยู่ อาจรับสารภาพก็มีความเสี่ยงทำให้ถูกยึดทรัพย์ได้เช่นกัน กรณีนี้จึงมีข้อน่าสงสัย ทั้งนี้การแสดงความเห็นของตน เพื่อหวังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันสร้างบรรทัดฐานการปฏิบัติหน้าที่กรณีเช่นนี้ ดำเนินการเอาทรัพย์สินจากการทุจริตคืนให้กับแผ่นดิน.
 

อ่านเพิ่มเติม...
พุฒิพัฒน์ ฆ่าตัวตายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ฆาตกรรมวางยาพิษอายัดศพข่าวทั่วไป