เปิดปมฆ่าหั่นศพสาวผมแดง แค้นกลับไปหาสามีเก่า สุดสยองหนุ่มมือฆ่านอนกับศพทั้งคืน หลังใช้ค้อนทุบหัวจนตาย ก่อนออกไปทำงาน กลับมาชำแหละศพทีละชิ้นในอีกวัน กล้องวงจรปิดหลักฐานสำคัญ เห็นภาพชัด...

บ่ายวันที่ 24 มิ.ย. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จะเดินทางมาติดตามความคืบหน้าคดีฆ่าหั่นศพสาวผมแดง น.ส.ลักขณา หรือ เมย์ กำลังเก่ง อายุ 26 ปี ชาวจังหวัดร้อยเอ็ด อดีตพนักงานบัญชีบริษัทเดียวกัน นายธนกฤต หรือ วุธ ประกอบ ผู้ต้องหาชาวสงขลา ซึ่งเป็นอดีตแฟนหนุ่ม พร้อมทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ในจุดทิ้งชิ้นส่วนศพใส่กระสอบปุ๋ย ภายในป่าซอยสามวา ตรงข้ามโรงงานที่นอนดาร์ลิ่ง แขวงบางชัน เขตคลองสามวา

ทั้งนี้ เมื่อคืนที่ผ่านมาผู้ต้องหารับสารภาพเป็นผู้ลงมือฆาตกรรม หั่นแยกชิ้นส่วนจริง ภายหลังจำนนต่อหลักฐานโดยเฉพาะมีด 6 เล่มที่อยู่ภายในห้องพักก่อเหตุ ในซอยสิงหบุราณุกิจ 10 เขตมีนบุรี ซึ่งเป็นของนายธนกฤต รวมถึงหลักฐานสำคัญจากกล้องวงจรปิดของอพาร์ตเมนต์ ซึ่งเห็นภาพชัดเจนขณะ น.ส.ลักขณา เข้าไปห้องพักของนายธนกฤต เมื่อเวลา 18.44 น. ของวันที่ 12 มิ.ย. และภาพนายธนกฤต สะพายเป้สีดำ และใช้มือขวาลากกระสอบปุ๋ยออกจากห้องพัก เมื่อเวลา 04.24 น. วันที่ 14 มิ.ย. ซึ่งเหมือนเป้ และกระสอบที่ถูกพบบรรจุชิ้นส่วนมนุษย์ ภายในป่าซอยสามวา เมื่อคืนวันที่ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา

ส่วนชนวนการลงมือฆ่า ผู้ต้องหาอ้างว่าจากความหึงหวง ภายหลังผู้ตายซึ่งคบหามากว่า 2 ปี กลับไปคบกับสามีเก่า โดยมีลูกชายวัย 4 ขวบด้วยกัน จากนั้นเมื่อวันที่ 12 มิ.ย.ที่ผ่านมา ผู้ตายได้กลับมาเก็บเสื้อผ้าในห้องของนายธนกฤต และถูกนายธนกฤต ใช้ค้อนทุบหัวจนเสียชีวิต ก่อนนำผ้าห่มห่อศพ ซึ่งเป็นผ้าห่มผืนเดียวที่ใช้ห่อชิ้นส่วนศพที่ถูกนำมาทิ้ง

นอกจากนี้ พบว่าตลอดทั้งคืนวันที่ 12 มิ.ย. ผู้ต้องหาได้นอนอยู่กับศพโดยไม่รู้สึกสะทกสะท้านใดๆ ก่อนเช้าวันที่ 13 มิ.ย. ผู้ต้องหาได้ออกไปทำงานยังบริษัทรับทำสติกเกอร์ตามปกติ ก่อนกลับจากทำงานเข้ามาห้องพักนำศพ น.ส.ลักขนา มายังห้องน้ำเพื่อทำการชำแหละศพทีละชิ้น รวม 14 ชิ้น ซึ่งทำการหั่นชิ้นส่วนอวัยวะอย่างชำนาญ เพราะในอดีตเคยอยู่โรงงานไก่มาก่อน และนำชิ้นส่วนอวัยวะใส่ถุงดำก่อนยัดในเป้และกระสอบปุ๋ย นำออกจากห้องพัก ซึ่งกล้องวงจรปิดเห็นได้ชัดขณะแบกเป้และลากกระสอบปุ๋ย โดยขี่จักรยานยนต์ 2 รอบ นำไปทิ้งริมทางในซอยสามวา

...

อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามการแถลงของเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกครั้งในบ่ายนี้ ขณะที่ญาติของสาวผู้เสียชีวิต ได้เดินทางจาก จ.ร้อยเอ็ด เพื่อขอเข้ารับศพไปทำพิธีทางศาสนายังบ้านเกิด พร้อมไม่ยอมให้อภัยมือฆ่าหั่นศพ ขอให้ตำรวจจับมาลงโทษประหารชีวิต หากไม่ได้จะเข้าไปร้องเรียนกับนายกรัฐมนตรี.