กีฬา
100 year

ข่าวปลอมใครแชร์มีความผิด จับเพิ่ม 14 มือแชร์ “ถล่มรัฐบาล”

ไทยรัฐฉบับพิมพ์17 มิ.ย. 2561 05:30 น.
SHARE

“สิ่งสำคัญเหนือกว่าสิ่งอื่นใด คือ การทำให้บ้านเมืองสงบสุขเรียบร้อย การโพสต์และแชร์ข้อมูลได้ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทย มีการบิดเบือนข้อเท็จจริง เป็นเหตุให้ผู้ที่เข้าไปรับข้อมูลเกิดความเข้าใจผิด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กำชับมาการโพสต์ข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์ จะไปลงข้อมูลเพื่อโจมตีผู้ใดหรือรวมทั้งรัฐบาลก็ไม่ว่ากัน แต่ถ้าเป็นเรื่องบิดเบือนข้อเท็จจริงแล้วถือว่าเป็นความผิด ทั้งสิ้น ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกสูง”

คำยืนยันของ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. ที่ให้สัมภาษณ์หลังเปิดปฏิบัติการรวบกลุ่มผู้แชร์ข่าวบิดเบือนเพื่อทำลายความเชื่อมั่นต่อรัฐบาล ขานรับนโยบายตรงจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม สั่งหน่วยงานความมั่นคงเฝ้าติดตาม สร้างข่าวปลอม ปล่อยข่าวโจมตีรัฐบาล

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ นำทีมงานสืบสวนจับกุม บุคคลนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ และคนที่แชร์ข้อความที่โพสต์บทความบิดเบือนให้ร้ายรัฐบาลในเพจ FACE BOOK “KonthaiUk” โดยพาดหัวข่าวเรื่องที่ว่า “เรือเหาะ และซื้อดาวเทียม” ซึ่งคนปล่อยข่าว จงใจสร้างข่าวขึ้นมาเอง

เป็นเรื่องที่ระบาดในโลก “สื่อสังคมออนไลน์” มีคนไทยหลายคนกำลังตกเป็นเหยื่อการกระทำที่ผิดกฎหมายแชร์ข้อมูลปลอมออกมา ทั้งๆที่ตำรวจท่องเที่ยวเพิ่งตามรวบหนุ่มไอทีกัมพูชา ผู้ต้องหาปล่อยข่าวปลอมในสื่อโซเชียลออนไลน์โจมตีรัฐบาล ทำลายความมั่นคง ทำลายความเชื่อมั่นในการบริหารงานของรัฐบาล

ตำรวจท่องเที่ยวบุกจับถึงกัมพูชา ก่อนที่ตามจับกุมผู้ต้องหาในไทยอีก 6 คน แต่ไม่ทันข้ามสัปดาห์ มีข่าวปลอมคนไม่หวังดีจงใจสร้างขึ้นมาหวังดิสเครดิตรัฐบาล และมีคนไทยหลงเชื่อไปตามกดแชร์ข้อมูลออกไป ทั้งๆที่เป็นสิ่งผิดกฎหมาย มีอัตราโทษสูงถึงจำคุก แต่ไม่เคยเกรงกลัว เพราะไม่ได้ตรวจสอบข้อมูล สุดท้ายถูกจับดำเนินคดี

กลายเป็นเหยื่อให้กลุ่มขบวนการสร้างข่าวป่วนรัฐบาล

ตำรวจซึ่งเป็นหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายพบเว็บไซต์หรือคนทำผิดมักจะโพสต์ทำผิดในต่างประเทศ ทำให้การติดตามดำเนินคดีล่าช้า แต่น่าแปลกใจคนที่กดแชร์ข้อมูลโดยไม่ตรวจสอบเป็นข้อมูลจริงหรือทำปลอมขึ้นมาพอเห็นว่าเป็นข้อมูลที่เป็นการโจมตีรัฐบาล “ผสมโรง” กดแชร์ส่งต่อให้เพื่อนๆ โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบที่ตามมามีผลต่อ สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ แค่ไหน บางคนหวังผลการเมือง บางคนทำไปเอาสนุก เอามัน

แต่สิ่งที่ได้ทำเป็นความผิด มีอัตราโทษสูง ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ฐานเผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ มีโทษจำคุก

ล่าสุด พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. พล.ต.ต.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบก.ปอท. พ.ต.อ.ไพบูลย์ น้อยหุ่น รอง ผบก.ปอท. พ.ต.อ.สยาม บุญสม รอง ผบก.ปอท. พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผกก.3 บก.ปอท. พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง ผบก.ทท.1 บช.ทท. พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.สปพ. พร้อมตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจ 191 และตำรวจ ปอท. สืบทราบว่า แอดมินเพจเฟซบุ๊กชื่อ “KonthaiUk” ได้โพสต์ข้อความที่ทำขึ้นมาเองว่า “เรือเหาะ และซื้อดาวเทียม”

นำภาพเรือเหาะ ดาวเทียม ตัดต่อร่วมกับภาพถ่ายของ พล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.ประวิตร เป้าหมายโจมตีรัฐบาล ตำรวจสืบสวนพบข้อมูลเพจเฟซบุ๊กได้ลงทะเบียนใช้ในชื่อบัญชี “Watana Ebbage” ทราบว่าผู้ใช้คือ นางวัฒนา เอ็บเบจช์ อายุ 56 ปี สัญชาติอังกฤษ มีถิ่นพักอาศัยอยู่ที่เมืองลอนดอน ประเทศอังกฤษ

ตำรวจขออนุมัติออกหมายจับจากศาลอาญาที่ 1234/2561 ลงวันที่ 12 มิ.ย. ในความผิดฐาน “นำสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ หรือก่อให้เกิดความตื่น ตระหนกแก่ประชาชน” ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ สั่งให้นำหมายจับนางวัฒนา ผู้ต้องหาที่ศาลอาญาอนุมัติออกหมายจับ ทำเป็น หมายแดง หรือ หมายจับอินเตอร์โพล เพื่อนำตัวมาดำเนินคดี และสืบสวนข้อมูลของบุคคลที่นำข้อความไปแชร์ต่อ แล้วเกิดความเสียหาย จนสามารถดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่มีพฤติกรรมเผยแพร่ หรือส่งต่อข้อความข่าวสารอันเป็นเท็จในเฟซบุ๊ก ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงของชาติ 14 ราย

อยู่ระหว่างการออกหมายเรียกเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอีก 13 ราย รวมทั้งหมด 27 ราย ตำรวจนำผู้ต้องหาทั้ง 14 ราย มาสอบสวนปากคำ หากพบว่าเกี่ยว ข้องกับบุคคลใด กลุ่มขบวนการใด จะขยายผลดำเนินคดีต่อไป ส่วนอีก 13 ราย กำลังติดตามตัวมาดำเนินคดี

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. กล่าวกับ “ทีมข่าวอาชญากรรม” เพิ่มเติมว่า “การติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่มีการโพสต์และแชร์ข้อมูลที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทย มีการบิดเบือนข้อเท็จจริงเป็นเหตุให้ผู้ที่เข้าไปรับชมเกิดความเข้าใจผิด สร้างความ เสียหายต่อรัฐบาล เป็นนโยบายโดยตรงของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เพราะข้อความเหล่านี้กระทบต่องานความมั่นคง สร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจ ตำรวจได้เปิดปฏิบัติการติดตามจับกุมผู้ที่โพสต์ข้อความเป็นแอดมินเพจได้ 1 ราย ที่ประเทศกัมพูชาส่วนอีก 1 ราย ออกหมายจับเจ้าตัวหลบหนีอยู่ที่ประเทศอังกฤษ จะได้ติดตามมาดำเนินคดี ส่วนคนไทยที่แชร์ข้อความโดยไม่ตรวจสอบว่าเป็นข้อความเท็จ สร้างความเสียหายในวงกว้าง ได้ติดตามตัวมาดำเนิน คดีหลายราย อยากเตือนพี่น้องชาวไทยให้ศึกษาข้อมูลให้ช่วยตรวจสอบข้อมูลกับทางราชการว่าถูกต้องหรือไม่ เนื่องจากการแชร์ข้อมูลที่ผิดพลาดอาจถูกดำเนินคดี ส่วนกลุ่มเครือข่ายเฝ้าระวังต่างๆ ตำรวจมีข้อมูลหมดแล้ว อยู่ระหว่างการติดตาม และอยากจะขอให้หยุดการกระทำที่ก่อให้เกิดความแตกแยกสามัคคี แบ่งพรรคแบ่งพวก สร้างข่าวปลอมมาโจมตีรัฐบาล ขอให้หันมาร่วมมือช่วยกันสร้างความสงบสุขในสังคมไทย” เป็นอีกครั้งที่ตำรวจท่องเที่ยวโชว์ผลงาน ตามจับกุมผู้ต้องหาใช้โซเชียล “สื่อออนไลน์” สร้างข้อความอันเป็นเท็จ เป้าหมายโจมตีใส่ร้ายรัฐบาล กระทบต่อระบบเศรษฐกิจ ความมั่นคง

เป็นปัญหาที่รัฐบาลจะต้องเจอ แต่ถ้าตำรวจเอาจริง ตามจับกุมตัวการ คนโพสต์ คนแชร์ได้ต่อเนื่อง พอเกิดเหตุตามจับกุมได้ทันที และขยายผลดำเนินคดีคนที่เกี่ยวข้อง อีกไม่นานคงไม่มีใครกล้าทำผิดอีก

อยากจะเตือนสติคนไทยควรไตร่ตรองข้อมูลก่อนที่แชร์ต่อไป เพราะถ้าทำไปแล้ว เพียงเสี้ยววินาทีโลกออนไลน์ จะขยายวงกว้างออกไป จะกลายเป็นเหยื่อของกลุ่มคนไม่หวังดีต่อประเทศชาติทันที สุดท้ายความผิดพลาดในการกดแชร์ข้อมูลอันเป็นเท็จจะนำมาซึ่งโทษจำคุก เสียอนาคตโดยไม่รู้ตัว

ที่สำคัญที่สุด ความบอบช้ำของประเทศที่เกิดจากฝีมือคนไทยกันเอง.

ทีมข่าวอาชญากรรม

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สื่อสังคมออนไลน์แชร์ข้อมูลแกะรอยรอบสัปดาห์ทีมข่าวอาชญากรรมสื่อออนไลน์

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED