จเรตำรวจ พร้อมรอง ผบช.ภาค 2 ลงพื้นที่ อ.มะขาม จ.จันทบุรี ตามความคืบหน้าคดีรุมโทรมซ้ำอีกรอบ ด้าน ผู้การเมืองจันท์ เผยอีกไม่กี่อึดใจ จะทราบผลชันสูตร เชื่อสางคดีชัดเจน...

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 7 มิ.ย. 61 พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ จเรตำรวจแห่งชาติ พร้อม พล.ต.ต.สุรพล วิรัตน์โยสินทร์ รอง ผบช.ภ.2 ลงพื้นที่จริงตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุอีกครั้ง บริเวณออบิทผับ ต.ตลาด อ.เมือง จ.จันทบุรี ซึ่งเป็นสถานที่เกิดเหตุการณ์ อุ้ม น.ส.อุมาพร หรือ น้องกิ๊ฟ อายุ 21 ปี ชาวบ้าน ต.วัดใหม่ อ.เมือง จ.จันทบุรี ก่อนพาไปรุมโทรมที่ล้งผลไม้ในพื้นที่ อ.มะขาม จนน็อกเกิดช็อกเสียชีวิต โดยมี พล.ต.ต.จรัล จิตเจือจุน ผบก.ภ.จ.จันทบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.เชษฐา กีชวรรณ์ ผกก.สภ.มะขาม ตลอดจนตำรวจสืบสวนชุดคลี่คลายคดี รายงานความคืบหน้าแนวทางการสืบสวน และจำลองเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุภายในผับ

ต่อมา คณะได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบบริเวณลานถมดินพื้นที่ก่อสร้างของเอกชน ตรงข้ามกับสนามเด็กเล่นสวนสาธารณะ ริมถนนมหาราช ห่างจากออบิทผับไปประมาณ 1 กิโลเมตร ซึ่งเป็นจุดที่ 3 ผู้ต้องหา ขับรถกระบะพา น้องกิ๊ฟออกมาจากผับ มาจอดรอ นายธีม หรือ นายปัฐวีร์ บุญธรรม ผู้ต้องหาอีกราย ที่ขี่รถ จยย.ตามมาสมทบ ซึ่งจุดนี้ นับเป็นการเปิดเผยครั้งแรก นอกเหนือจาก 2 จุดหลัก คือ ผับที่เกิดเหตุ และล้งผลไม้ โดยแนวทางสืบสวน ทราบว่า จุดนี้เป็นจุดที่กลุ่มคนร้ายมารวมตัวเพื่อวางแผนขั้นตอนการลงมือ พาน้องกิ๊ฟไปรุมโทรม โดยเลือกใช้เส้นทางเลี่ยงเมืองไม่ใช้ถนนสายหลัก เพื่อป้องกันการตรวจจับจากกล้องวงจรปิด และป้องกันคนสงสัย ซึ่งในประเด็นนี้ ทางทีมสืบสวนมีหลักฐาน จากภาพจากกล้องวงจรปิดถึง 12 จุด ที่เป็นเบาะแสและหลักฐานสำคัญ ในการมัดตัวผู้กระทำความผิด

...

จากนั้น ได้เดินทางไปยังสถานที่ก่อเหตุรุมโทรม ที่ล้งผลไม้ บ้านตะบกเตี้ย ม.7 ต.ฉมัน อ.มะขาม โดยทางตำรวจสืบสวน ได้นำชี้จุด พร้อมขั้นตอนขณะกลุ่มผู้ต้องหา พาน้องกิ๊ฟมายังล้ง ไปจนถึงขั้นตอนที่พาเข้าห้องพัก ก่อนจะผลัดกันล่วงละเมิด ตลอดจนจุดที่กลุ่มผู้ต้องหา นำถุงยางอนามัย ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญมาโยนทิ้งข้างล้ง จากการตรวจสอบในวันนี้ พบว่าล้งที่เกิดเหตุ ทางตำรวจได้นำเชือกมากั้นบริเวณโดยรอบสถานที่เกิดเหตุ ในการป้องกันวัตถุพยานหลักฐานถูกทำลาย หลังจากตลอดจนหลายวัน ที่ผ่านมา หลังเกิดเหตุ มีประชาชนผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เข้าไปดูที่ล้งผลไม้ ทำให้วัตถุพยานบางส่วนที่หลงเหลือถูกเคลื่อนย้าย ตลอดจนมีร่องรอยนิ้วมือแฝงผู้อื่นเข้ามาปะปนกับลายมือของผู้ต้องหา ทำให้การสืบสวนเกิดความล่าช้า

หลังใช้เวลา ร่วม 2 ชั่วโมง ในการตรวจสอบที่เกิดเหตุ ทางคณะได้เดินทางกลับมายัง กองบังคับการตำรวจภูธร จ.จันทบุรี เพื่อร่วมประชุมรับฟังรายงาน ความคืบหน้าของคดี ตลอดจนแนวทางการสืบสวน จากคณะทำงานชุดคลี่คลายคดี โดยไม่เปิดเผยรายละเอียดให้กับสื่อมวลชน รวมไปการถึงการให้สัมภาษณ์ใดๆ 

พล.ต.ต.จรัล จิตเจือจุน ผบก.ภ.จ.จันทบุรี กล่าวว่า ในส่วนของการมาติดตามคดี ของจเรตำรวจแห่งชาติ และ รอง ผบช.ภ.2 เพื่อให้การทำงานสืบสวน ตลอดจนสำนวนคดีในส่วนต่างๆ เพื่อให้เกิดความละเอียดชัดเจนและรอบคอบ ในส่วนของกระแสข่าวว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงคณะทำงานสืบสวน โดยจะให้กองปราบเข้ามาทำคดี ยังไม่ได้รับคำสั่งเปลี่ยนแปลงจากผู้บังคับบัญชา ซึ่งก่อนหน้านี้ การลงพื้นที่ของ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. ที่ได้ติดตามการทำงานของตำรวจชุดคลี่คลายดี ยอมรับว่าแนวทางการสืบสวนดีอยู่แล้ว เจ้าหน้าที่ทำงานอย่างเต็มที่ สามารถสืบสวนทำให้คดีเกิดความชัดเจนมากขึ้น จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนคณะทำงาน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับความประสงค์ของญาติผู้เสียหาย ว่าพอใจ กับการทำงานของตำรวจชุดเดิม หรือต้องการให้เปลี่ยนคณะทำงานชุดใหม่ เข้ามาสางคดีแทน

ผบก.ภ.จ.จันทบุรี กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องของการตรวจชันสูตรของแพทย์นิติเวช ขณะนี้ ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ มีเพียงผลสรุปจากการผ่าชันสูตรศพในครั้งแรก พบเพียงว่า ผู้เสียชีวิตมีภาวะหลอดเลือดมุดอยู่ในกล้ามเนื้อหัวใจ ส่วนเส้นเลือดหัวใจตีบ ไม่สามารถบ่งบอกได้ชัดเจนว่า จะมีความเสี่ยงทำให้เสียชีวิต หรืออาจเกิดจากการได้รับสารพิษ โดยอยู่ระหว่างการรอผลชันสูตรอย่างละเอียดจากโรงพยาบาลรามาธิบดี อีกประมาณกว่าหนึ่งสัปดาห์

พล.ต.ต.จรัล กล่าวด้วยว่า เพื่อให้เกิดความชัดเจนที่ตรงกัน ซึ่งเชื่อว่า เมื่อผลการชันสูตรออกมา จะช่วยให้การสืบสวนคดี เกิดความชัดเจนมากขึ้น สำนวนมีความกระชับ นำไปสู่การออกหมายจับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้ทั้งหมด หรือเพิ่มข้อกล่าวหาให้แก่ผู้ที่กระทำความผิดเดิม ตลอดจนตอบคำถามข้อสงสัยทางสังคมให้เกิดความกระจ่างได้ต่อไป.