เบื้องหลัง “เจ้าคุณธงชัย” เจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ ย่องมอบตัวคดีเงินทอนวัด ปิดห้องสอบเครียดกว่า 5 ชั่วโมง ก่อนนิมนต์ไปฝากขังศาลอาญา ขณะที่ กก.4 บก.ป.ลุยค้นบ้าน อดีตเจ้าอาวาสวัดดังสิงห์บุรีผงะ พบพระพุทธรูปบูชา คาดอาจถูกโจรกรรมมา
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 30 พ.ค.61 ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการติดตามจับกุมตัวพระเถระชั้นผู้ใหญ่จำนวน 2 คนที่ยังคงหนีหมายจับในคดีทุจริตเงินทอนวัดว่า เมื่อเวลา 09.00 น. อดีตพระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขญาโณ) เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) และเจ้าคณะภาค 10 ได้มอบหมายให้ทนายความ ติดต่อขอเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวนกองปราบฯ หลังจากถูกศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลางออกหมายจับ จนตกเป็นผู้ต้องหาในคดีเงินทอนวัด ในความผิดข้อหาสนับสนุนเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์, ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน หลังได้รับการติดต่อทางพนักงานสอบสอบสวนจึงได้รายงานไปยังผู้บังคับบัญชา กระทั่ง พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. ได้ติดต่อคุยโทรศัพท์กับ พระพรหมสิทธิ ด้วยตนเอง โดยพระพรหมสิทธินั้นได้แสดงความจำนงที่จะมอบตัวภายในอุโบสถวัดสระเกศราชวรวิหาร พล.ต.ท.ฐิติราช จึงได้เดินทางไปรับตัวที่จุดนัดหมายก่อนที่จะนำตัวมาสอบสวนที่กองปราบปรามด้วยตนเอง โดยมี พล.ต.ต.อภิชาติ ศิริสิทธิ์ รองผบช.ก. พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง รองผบช.ก. และพล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป. ร่วมสอบปากคำด้วย
...
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทันทีที่เดินทางมาถึง พระพรหมสิทธิ ได้หลบสื่อมวลชนเดินขึ้นบันไดด้านข้างอาคารกองปราบปราม โดยก่อนการสอบสวนเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามได้มีการถ่ายรูป พิมพ์ลายนิ้วมือ ทำประวัติ ก่อนที่จะให้แพทย์จากโรงพยาบาลตำรวจเข้าตรวจร่างกายพระพรหมสิทธิ ตามขั้นตอนการสอบสวนดำเนินคดี ต่อมา พล.ต.ท.ฐิติราช ได้เข้าสอบปากคำพระพรหมสิทธิ อย่างเคร่งเครียด เป็นเวลานานกว่า 5 ชั่วโมง ในประเด็นต่างๆ โดยเฉพาะพฤติการณ์และเรื่องราวของคดีแต่เจ้าตัวยังให้การปฏิเสธ จนกระทั่งเสร็จสิ้นขั้นตอนการแจ้งข้อกล่าวหาและสอบปากคำจึงได้เตรียมส่งตัว พระพรหมสิทธิ ไปผัดฟ้องฝากขังที่ศาลอาญาคดีทุจริตฯ เป็นนัดแรกมีกำหนดเวลา 12 วัน
จากนั้นเวลา 14.50 น. วันเดียวกัน พล.ต.ต.ไมตรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี รองผบก.ป. พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผกก.5 บก.ป. ได้คุมตัว พระพรหมสิทธิ ไปขึ้นรถตู้กองปราบปราม เพื่อขออำนาจศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถนนนครไชยศรี เขตดุสิต เพื่อผัดฟ้องฝากขังท่ามกลางกำลังตำรวจคอมมานโด บก.ป.และ กก.5 บก.ป.กว่า 30 นาย ที่คอยดูแลรักษาความเรียบร้อยอย่างเข้มงวด โดยตลอดเวลาที่มีการสอบปากคำไม่มีนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่รายใดให้ข้อมูลกับสื่อมวลชน อย่างไรก็ตามมีรายงานว่า พล.ต.ต.สุทิน ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผกก.2 บก.ป. นำกำลังชุดสืบสวนร่วมกับ พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผกก.3 บก.ป. เพื่อกดดันติดตามตัว พระพรหมเมธี อย่างเร่งด่วนเนื่องจากเป็นผู้ต้องหารายสุดท้ายที่ยังคงหลบหนี โดยก่อนหน้านี้กองปราบปรามได้ทำหนังสืออายัดตัวญาติโยมคนสนิทพระพรหมเมธี เป็นคนไทยชายหญิง 2 คน และคนลาว 1 คน รวม 3 คนไปยังด่าน ตม.ทั่วประเทศแล้ว หลังเชื่อว่าจะเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับการพาพระผู้ใหญ่รายนี้หลบหนี
ด้าน พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผบก.ปปป. เปิดเผยถึงกรณี พระราชอุปเสณาภรณ์ (สังคม ญาณวฑฺฒโน) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร 1 ใน 7 พระเถระ ที่กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) ได้มีมติถอดถอนออกจากตำแหน่งดังกล่าว ว่า ในส่วนนี้ ไม่อยู่ในความรับผิดชอบของ บก.ปปป.แต่เป็นเรื่องที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เป็นฝ่ายพิจารณาดำเนินการ และมีการเสนอต่อกรรมการ มส.กระทั่งจึงมีมติ มส.ดังกล่าวออกมา
ส่วนความคืบหน้ากรณีกองปราบปรามจับกุมพระครูไกรศร วิลาศ เจ้าอาวาสวัดตราชู ในข้อหาเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อทำจัดการหรือรักษาทรัพย์ใดหรือเป็นของผู้อื่นหรือโดยทุจริต ยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย และพระครูวิลาสกิจจานุกูล รองเจ้าอาวาสวัดกุฎีทอง อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี ในข้อหาเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานและมีหน้าที่ซื้อทำจัดการหรือรักษาทรัพย์ใด หรือเป็นของผู้อื่นหรือโดยทุจริต ยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย พร้อมกับนำตัวทั้งคู่ไปฝากขังยังศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 จ.สระบุรี และถูกคุมขังตัวอยู่ที่เรือนจำสระบุรี ความคืบหน้าวันที่ 30 พ.ค.ที่ กองบังคับการปราบปราม พ.ต.อ.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบก.ป. กล่าวว่า เมื่อวันที่ 29 พ.ค.ที่ผ่านมา ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.แมน เม่นแย้ม ผกก.4 บก.ป.พ.ต.ท.ประเสริฐ หวังบุญสร้าง สว.กก.4 บก.ป. นำกำลังเข้าตรวจค้นที่บ้านพักส่วนตัวของนายกิตติ ชูเนตร อายุ 56 ปี หรืออดีตพระครูวิลาสกิจจานุกูล อดีตรองเจ้าอาวาสวัดกุฎีทอง อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี รวมทั้งหมด 4 จุดในพื้นที่ อ.พรหมบุรี, บางระจัน และอ.เมืองสิงห์บุรี เพื่อขยายผลเพิ่มเติม หลังจากมีชาวบ้านและพระจากวัดหลายแห่งในจ.สิงห์บุรี ร้องเรียนว่า มีพระพุทธรูปเก่าแก่ได้หายไป และสงสัยว่าจะเกี่ยวข้องคดีที่มีการจับกุมดังกล่าว
...
พ.ต.อ.จรูญเกียรติ กล่าวต่อว่า เบื้องต้นจากการตรวจค้น เจ้าหน้าที่พบพระเครื่องและพระพุทธรูปบูชาโบราณขนาดต่างๆ และพระเครื่อง รวมหลายร้อยองค์อยู่ในบ้านพักของนายกิตติ โดยสงสัยว่าทั้งหมดอาจถูกโจรกรรมมาก็เป็นได้ เจ้าหน้าที่จึงได้อายัดของกลางทั้งหมดมาไว้ที่กองปราบฯ เพื่อตรวจสอบหาที่มาต่อไป และหากประชาชนและวัดต่างๆ รายใดที่สงสัยว่าจะเป็นพระพุทธรูปและพระเครื่องของตัวเองที่หายไป ขอให้เข้ามาตรวจสอบของกลางได้ที่กองปราบปราม เพื่อจะได้ขยายผลการดำเนินคดีต่อนายกิตติต่อไป.