กองปราบบุกจับคาผ้าเหลือง ผู้ต้องหาลักลอบขนแรงงานต่างด้าว หนีคดี 12 ปี มาบวชเป็นพระที่โคราช อ้างขายให้นายทุนที่กรุงเทพฯ เรียกเก็บค่าหัวรายละ 16,000 บาท
เมื่อวันที่ 26 พ.ค.61 ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผกก.2 บก.ป. สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการ กก.2 บก.ป. จับกุมตัวนายสมคิด ปลั่งกลาง อายุ 37 ปี ชาวจังหวัดนครราชสีมา ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดแม่สอด ที่ 136/2552 ลงวันที่ 13 พฤศจิกายน 2552 ในข้อหา พรบ.คนเข้าเมือง โดยจับกุมตัวได้ที่ภายในวัดแห่งหนึ่ง จ.นครราชสีมา
ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อประมาณปี 2549 นายสมคิด ได้ทำการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวจำนวน 54 คน จากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาภายในประเทศเพื่อนำไปส่งให้กับนายทุน กทม. โดยการใช้เพียงแค่รถยนต์กระบะกั้นคอกสูงคันเดียวเท่านั้นแล้วให้คนงานเหล่านั้นนั่งซ้อนทับกันอยู่ด้านล่างแล้วใช้ผักปกคลุมปิดทับไว้ด้านบนอีกทีเพื่อปิดบังอำพราง แต่ระหว่างนั้นได้ถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และตชด.ที่ 34 ค่ายพระเจ้าตาก ซึ่งตั้งจุดด่านคงามมั่นคงอยู่ริมถนนพบเห็นความผิดปกติของรถคันดังกล่าวจึงเรียกเพื่อขอทำการตรวจสอบ ก่อนใช้เหล็กทิ่มเข้าไปในกองผักหลังรถคันดังกล่าวเพื่อตรวจสอบว่าภายในมีสิ่งผิดกฎหมายซ่อนอยู่หรือไม่ แต่กลับกลายเป็นว่ามีเสียงร้องของคนดังกลับออกมาแทนจนทำให้เจ้าหน้าที่ทราบว่าผู้ต้องหาได้ลักลอบขนแรงงานต่างด้าว จึงทำการจับกุมตัว
แต่ต่อมาภายหลังจากที่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวนั้นก็ได้หนีไปกบดานซ่อนตัวทำงานอยู่ที่สวนปาล์มแห่งหนึ่งทางภาคใต้ กระทั่งปี 57 ได้ย้ายมาที่ จ.นครราชสีมา และได้บวชเป็นพระที่วัดแห่งหนึ่งในพื้นที่เป็นเวลากว่า 4-5 ปี กระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่กองปราบฯ จับกุมตัวได้ดังกล่าว
จากการสอบสวนผู้ต้องหา ให้การว่าจะนำแรงงานต่างด้าวทั้งหมดส่งให้กับนายทุนที่กรุงเทพฯ โดยเก็บค่าหัวรายละ 16,000 บาท แต่ก็มาถูกจับเสียก่อน.
...