“ผู้กำกับโรงพักสายไหม” เคลียร์ดราม่า รองผกก.สืบฯ ลูกน้องในสังกัด ซ้อมหนุ่มวัย 27 ให้รับสารภาพคดีฆ่าคนตาย ยันไม่มีการแตะเนื้อต้องตัว พร้อมโชว์ภาพถ่ายตอนทำประวัติไร้ร่องรอยบาดแผล

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 5 พ.ค.61 ที่สน.สายไหม พ.ต.อ.ทนงศิลป์ มณีโชติ ผกก.สน.สายไหม พร้อมด้วย พ.ต.ท.ประพจน์ อนุศิริ รองผกก.สส.สน.สายไหม เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง แถลงข่าวกรณีที่มีการแชร์ในโลกโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับ “แม่โพสต์!! ขอความเป็นธรรมลูกโดน ตร. ซ้อมให้รับคดีฆ่าคนตาย”

พ.ต.อ.ทนงศิลป์ กล่าวว่า การชี้แจงในครั้งนี้สืบเนื่องจากมีการร้องเรียนจากนายพงศธร หรือเอ็ม พุ่มราตรี อายุ 27 ปี และน.ส.องุ่น พุ่มราตรี อายุ 52 ปี สองแม่ลูกว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สายไหม คือ พ.ต.ท.ประพจน์ ได้ทำร้ายร่างกายตน ขณะคุมตัวสอบสวนอยู่ที่ห้องสืบสวน สน.สายไหม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจขอชี้แจงว่า คดีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 เม.ย.ที่ผ่านมา ในวันเกิดเหตุเราได้เชิญตัวนายพงศธร ไว้เพื่อสอบสวนข้อเท็จจริงเนื่องจากอยู่ในที่เกิดเหตุ โดยไม่ได้มีการแตะเนื้อต้องตัว และไม่ได้ใส่กุญแจมือ และทำการสอบสวนพร้อมทนายความ ซึ่งจากการสอบสวนนายพงศธรให้การปฏิเสธ

...

พ.ต.อ.ทนงศิลป์ กล่าวต่อว่า หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่จนได้ภาพกล้องวงจรปิด โดยปรากฏเป็นภาพว่านายพงศธร ได้ลงมาจากรถของมือปืน จากนั้นได้พากันเดินไปดูผู้เสียชีวิตทั้ง 2 คน ก่อนที่มือปืนจะหลบหนีไป จากนั้นศาลได้มีการอนุมัติหมายจับ เจ้าหน้าที่จึงได้ถ่ายรูปทำประวัติตอนเวลา 15.00 น. ของวันที่ 28 เม.ย. ซึ่งตอนนั้นผู้ต้องหายังมีสภาพร่างกายปกติไม่มีบาดแผลใดๆ ก่อนที่ผู้ต้องหาจะมีการมาแจ้งความลงบันทึกประจำวันที่ สน.สายไหม วันที่ 30 เม.ย. เพื่อเอาผิด พ.ต.ท.ประพจน์ ในข้อหา "ทำร้ายร่างกาย" ต่อมาวันที่ 3 พ.ค. ได้โพสต์ภาพว่าโดนทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บ

พ.ต.อ.ทนงศิลป์ กล่าวว่า หลังจากนี้จะทำการรวบรวมพยานหลักฐานไว้ก่อน ถ้าพบว่าทางนายพงศธร มีการทำให้ภาพลักษณ์ของเจ้าหน้าที่เสียหายก็จะดำเนินคดีกับผู้นั้น ขอยืนยันว่าทางเจ้าหน้าที่ไม่มีการขอเจรจากับทางผู้ต้องหาเพื่อขอไกล่เกลี่ยแต่อย่างใดตามข่าวที่ปรากฏ

ระหว่างการชี้แจงของเจ้าหน้าที่ นายพงศธร และน.ส.องุ่น มารดา ได้เดินทางเข้ามาระหว่างการชี้แจงท่ามกลางความงุนงงของผู้สื่อข่าวและเจ้าหน้าที่ พร้อมกล่าวขอความเป็นธรรมกับผู้สื่อข่าว โดยน.ส.องุ่น กล่าวว่า กล้องวงจรปิดที่เอามาเป็นหลักฐานของเจ้าหน้าที่ เป็นภาพที่ตัดต่อมา ซึ่งตนมีหลักฐานเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดของ กทม. ว่าลูกของตนไม่ได้มากับทางมือปืน พร้อมทั้งมีหลักฐานการตรวจร่างกายจากทาง รพ.ด้วยว่ามีการถูกทำร้ายร่างกายจริง และหากพบว่าลูกตนไม่ผิดจริง จะขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจรับผิดชอบโดยการลาออกจากราชการ

ด้านนายพงศธร กล่าวว่า ตนถูกควบคุมตัวมาที่ห้องสืบสวน สน.สายไหม เมื่อไปถึงห้องสืบสวน ก็มีนายตำรวจนั่งอยู่ในห้องหลายคน ตั้งแต่ ผกก.สายไหม และระดับ รองผกก. ก่อนจะถามว่า “ไอ้น้องไหนเล่ามาสิว่าคนยิงมันหลบหนีไปไหน ยังไง” ซึ่งตนก็ตอบไปว่าไม่ทราบเพราะไม่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ก่อนที่จะถูกรองผกก.สส.สน.สายไหมทำร้ายร่างกายด้วยการตบใบหน้า 1 ครั้ง จนล้มลง แล้วใช้เท้ากระทืบต่อจนได้รับบาดเจ็บ

ทั้งนี้ ระหว่างการชี้แจง เจ้าหน้าที่ได้นำภาพถ่ายขณะสอบสวน และภาพถ่ายตอนทำประวัติมาให้ผู้สื่อข่าวดูว่าผู้ต้องหาไม่มีร่องรอยบาดแผลแต่อย่างใด.