คุมตัวพี่ชายโหด ฆ่าน้องชายฝังดินสอบเพิ่ม ตำรวจนครพนม ระดมค้นหาอาวุธทิ้งหนองน้ำ เตรียมทำแผน ชี้จุดเกิดเหตุ เจ้าตัวสารภาพต้นเหตุแค่เมาแล้วทะเลาะวิวาทกัน...

เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2561 พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ จันทร์ศรี ผกก.สภ.ศรีสงคราม จ.นครพนม พร้อมด้วย ตำรวจชุดสืบสวน คุมตัว นายเผด็จ กัลยาฤทธิ์ อายุ 38 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนครพนม กรณีก่อเหตุฆ่าน้องชาย คือ นายดาบชัย กัลยาฤทธิ์ อายุ 37 ปี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2561 ที่ผ่านมา โดยหลังก่อเหตุทางผู้ต้องหาที่เป็นพี่ชาย ได้นำศพของผู้ตาย ไปทิ้งลงบ่อน้ำเก่าหลังบ้าน และมีการว่าจ้างรถไถมาไถดินฝังกลบ หนีความผิด ก่อนหลบหนีไปอยู่กับญาติ ในพื้นที่ สภ.มาบตาพุด จ.ระยอง จนกระทั่งมีชาวบ้านพบพิรุธ ผู้ตายหายไปไม่ทราบสาเหตุ และช่วยกันค้นหาพบเป็นศพถูกฆ่าฝังดิน พร้อมแจ้งตำรวจมาตรวจชันสูตร รวบรวมหลักฐานเสนอศาลจังหวัดนครพนม ออกหมายจับ จนกระทั่งได้ประสานงานกับตำรวจชุดสืบสวน สภ.มาบตาพุด ติดตามจับกุมตัวมาได้ 

ภายหลังในช่วงบ่ายของวันนี้ ทางตำรวจได้ควบคุมตัว นายเผด็จ กัลยาฤทธิ์ อายุ 38 ปี ผู้ต้องหา มาสอบสวนเพิ่มเติม และมีการเรียกพยานเกี่ยวข้อง ที่ใกล้ชิด มาสอบสวนเพิ่มเติม เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน ดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย นอกจากนี้ยังได้มีการระดมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ลงพื้นที่ค้นหาอาวุธที่ใช้ก่อเหตุ ตามคำให้การของผู้ต้องหาที่ระบุว่า นำไปทิ้งลงหนองน้ำหลังก่อเหตุ ในหมู่บ้าน ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 500 เมตร ซึ่งภายหลังการค้นหาได้พบอาวุธที่ใช้ก่อเหตุเป็นเหล็กกลม ขนาดความยาวประมาณ 70 เซนติเมตร จึงได้นำมาเป็นหลักฐานประกอบการดำเนินคดี เตรียมนำตัวผู้ต้องหา ไปชี้จุดเกิดเหตุ ทำแผนรับคำสารภาพ ในช่วงเช้าของวันที่ 25 เมษายน 2561 

ด้าน พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ จันทร์ศรี ผกก.สภ.ศรีสงคราม จ.นครพนม เปิดเผยว่า ความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับคดีพี่ฆ่าน้อง ทางตำรวจได้นำหมายศาลจังหวัดนครพนม ไปติดตามจับกุมตัวมาเรียบร้อย หลังมีการสอบสวนพยาน รวมถึงหลักฐานเกี่ยวข้อง จนเชื่อมั่นว่าผู้ก่อเหตุเป็นพี่ชาย คือ นายเผด็จ กัลยาฤทธิ์ อายุ 38 ปี โดยทางผู้ต้องหาได้ให้ความร่วมมือในการดำเนินคดี ซึ่งทางตำรวจได้มีการพยายามติดต่อพูดคุยทางโทรศัพท์กับผู้ก่อเหตุ ตั้งแต่หลังเกิดเหตุ และได้สารภาพกับตำรวจทุกประเด็น

...

ผกก.สภ.ศรีสงคราม กล่าวด้วยว่า ส่วนประเด็นสาเหตุที่ลงมือ ผู้ต้องหายืนยันว่าไม่มีปัญหาเรื่องอื่น นอกจากเป็นเรื่องทะเลาะวิวาทส่วนตัว เนื่องจากน้องชายเมาเหล้าชอบทะเลาะวิวาทหาเรื่อง จนเกิดเหตุสลดขึ้น เพราะผู้ต้องหาขาดสติ เนื่องจากมีการทำร้ายร่างกายกัน และเห็นว่าผู้ตาย จะพยายามไปเอาอาวุธมีดมาทำร้าย จึงตัดสินใจใช้เหล็กตีเข้าที่ศีรษะ จนหมดสติไป ทั้งที่ไม่ได้เจตนาที่จะฆ่า แต่พอเห็นว่าน้องชายเสียชีวิต จึงกลัวความผิด ก่อนหาทางนำศพไปทิ้งลงบ่อน้ำหลังบ้าน เพราะเป็นช่วงกลางคืน พอรุ่งเช้าจึงว่าจ้างรถไถไปดันดินกลบ โดยไม่มีใครรู้ว่าตนเอาศพไปฝังอำพรางหนีผิด และหนีไปต่างจังหวัดเพราะเกิดความกลัว จนกระทั่งตำรวจสืบสวนทราบว่าเป็นคนลงมือ จึงยอมสารภาพทุกอย่าง.