สืบ บช.น.แกะรอยเฟซบุ๊กตามรวบเฒ่าวัย 61 ผู้ต้องหาลักควายหนีคดีติดตัว 6 หมายจับ สารภาพแอบขโมยตามท้องไร่ท้องนา แล้วนำไปเชือด ชำแหละขายให้พ่อค้าแม่ค้าเนื้อ ได้ราคาประมาณตัวละ 1-2 หมื่น
เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 12 เม.ย. พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผบก.สส.บช.น. พร้อมด้วย พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ และ พ.ต.อ.ธีระชัย ชำนาญหมอ รอง ผบก.สส.บช.น. ร่วมกันจับกุมตัว นายบุญเลิศ อำพันธ์ อายุ 61 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดกันทรลักษณ์ เลขที่ 321/2547 ลงวันที่ 7 ก.ค. 47 ข้อหาลักทรัพย์ที่เป็นเครื่องมือการเกษตร (ควาย) และอุปกรณ์อื่นๆ โดยสามารถจับกุมได้ขณะหลบหนีมากบดานที่บ้านเลขที่ 40/51 ซอยสวนผัก 51 ถนนสวนผัก แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กทม.
พ.ต.อ.นพศิลป์ เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก นายบุญเลิศ เป็นผู้ต้องหาคดีลักควาย ที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องที่ จ.ศรีษะเกษ จ.อำนาจเจริญ และพื้นที่ใกล้เคียง ต้องการตัวเป็นอย่างมาก โดยที่ผ่านมา นายบุญเลิศ เคยลงมือก่อเหตุลักควายของเกษตรกรนำไปฆ่าชำแหละขายมาแล้วหลายตัว จนถูกออกหมายจับติดตามตัวอยู่จำนวนมาก แต่ที่ผ่านมา นายบุญเลิศ เปลี่ยนที่หลบหนีกบดานไปเรื่อยๆ ทำให้ยากต่อการติดตามจับกุม กระทั่งวันนี้ฝ่ายสืบสวน บก.สส.บช.น.สืบทราบว่า นายบุญเลิศ หลบหนีมาทำงานเป็นคนงานก่อสร้างให้บ้านหลังกล่าว โดยพบเห็นจากเฟซบุ๊กของลูกชาย นายบุญเลิศ ที่โพสต์ภาพคู่กันกับพ่อจึงนำกำลังพร้อมหมายจับติดตามไปจับกุมตัวได้ในที่สุด
จากการสอบสวน นายบุญเลิศ ยอมรับสารภาพว่า ที่ผ่านมาจะเดินทางไปตามท้องไร่ ท้องนา ในพื้นที่การเกษตรของผู้เสียหาย พอสบโอกาสก็จะแอบไปจูงควายของผู้เสียหาย แล้วนำไปเชือดเพื่อชำแหละขายให้พ่อค้าแม่ค้าเนื้อ สนนราคาได้ประมาณตัวละ 10,000-20,000 บาท แล้วแต่ขนาดของควายที่ลักมาได้ โดยตระเวนก่อเหตุไปเรื่อยในพื้นที่ จ.อำนาจเจริญ จ.ศรีษะเกษ และ จ.ร้อยเอ็ด ก่อนจะหลบหนีไปรับจ้างเป็นคนงานก่อสร้าง และรับจ้างทั่วไปตามพื้นที่อื่นๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
...
ด้าน พ.ต.อ.ธีระชัย กล่าวว่า จากการปฏิบัติงานสืบค้นข้อมูลของตำรวจ กก.1 บก.สส.บช.น. พบประวัติ นายบุญเลิศ ก่อเหตุครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 21 พ.ค. 47 ก่อเหตุลักควายชาวบ้านในพื้นที่ จ.อำนาจเจริญ แล้วไปก่อเหตุอีก 4 ครั้ง ช่วงกลางเดือน ก.ค. 47 ในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ จากนั้นหลบหนีออกจากพื้นที่ไป ก่อเหตุครั้งที่ 6 เมื่อวันที่ 26 ส.ค. 47 ในพื้นที่ จ.ร้อยเอ็ด ทำให้ นายบุญเลิศ มีหมายจับในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ จ.อำนาจเจริญ และ จ.ร้อยเอ็ด ติดตัวอยู่ จำนวน 6 หมาย ซึ่งชุดจับกุมจะประสานให้พนักงานสอบสวนท้องที่ที่เกิดเหตุมารับตัวนำไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.