ข่าว
100 year

ผบ.ตร.ยกหู 191 รับแจ้งเหตุด่วนด้วยตนเอง ลั่นโทรป่วนเจอคุก 5 ปี

ไทยรัฐออนไลน์4 เม.ย. 2561 13:45 น.
SHARE

“บิ๊กแป๊ะ” ตรวจเยี่ยมศูนย์ 191 สั่งเพิ่มความเสถียรทางเทคโนโลยีให้สอดคล้องกับกำลังพล เพื่อตอบสนองรองรับประชาชนได้อย่างเต็มรูปแบบ เผยโทรป่วน 3,200 สายต่อวัน หากรู้ฝีมือใครเจอคุกไม่เกิน 5 ปี

วันนี้ 4 เม.ย. 61 ที่กองกำกับการศูนย์ร่วมข่าว หรือ ศูนย์วิทยุรับแจ้งเหตุ กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (บก.สปพ.) หรือ 191 พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ลงตรวจเยี่ยมและตรวจความพร้อมในการรองรับการจัดตั้งศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินแห่งชาติ (191) ให้ทันสมัย เพื่อสามารถดูแลชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมเปิดเผยว่า ศูนย์รับแจ้งเหตุ 191 เป็นศูนย์ที่จัดตั้งเพื่อบริการประชาชนทั้งในเรื่องงานบริการ /การแจ้งเหตุด่วนเหตุร้าย/ การขอความช่วยเหลือ และแจ้งเบาะแสต่างๆ

โดยปัจจุบันศูนย์ 191 โทรติดง่าย รับสายเร็ว มีทั้งหมด 60 คู่สาย มีเจ้าหน้าที่รับสายผลัดละ 30 คนสามารถให้บริการประชาชนได้ประมาณร้อยละ 96 มีส่วนแปลภาษาที่ปรึกษากฎหมายบริการตลอด 24 ชั่วโมง โดยวันนี้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้ทดสอบการรับเหตุด่วนจากประชาชนด้วยตนเอง ซึ่งเป็นการแสดงขั้นตอนการให้บริการ คือ รับสายจากประชาชน หลังจากนั้นก็แจ้งไปยังสถานีตำรวจในพื้นที่เพื่อช่วยเหลือและบริการอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่นาที และในอนาคต ศูนย์รับแจ้งเหตุ 191 จะมีความรวดเร็ว และเชื่อมโยงมากยิ่งขึ้น พร้อมเชื่อว่าจะมีประโยชน์มากในการแจ้งเหตุประชาชน

“แต่สำหรับจุดบกพร่อง คือ บางจังหวัดมีศูนย์ 191 ไม่สอดคล้องกับกำลังพล เนื่องจากผู้รับสายยังไม่ทราบว่า ประชาชนขอความช่วยเหลือ ณ จุดใด หรือการไม่ถนัดในเรื่องพื้นที่ และสถานีตำรวจนครบาลใด ก่อนจะเรียกใช้พนักงานวิทยุให้ตรงกับพื้นที่รับผิดชอบ จึงเสนอให้ข้าราชการตำรวจเก่าในพื้นที่ ที่เกษียณไปแล้ว มาช่วยรับสายด้วย เพราะมีประสบการณ์ และทราบรายละเอียดในพื้นที่อย่างดี” ผบ.ตร. กล่าว

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ปัญหาระบบ sever เก่า มีอายุใช้งานยาวนาน ทำให้ขาดความเสถียร และขัดข้องบ่อย จึงไม่สนองต่อเหตุที่เพิ่มถี่ขึ้น จึงสั่งการให้เพิ่มความเสถียรมากขึ้นไปอีก ไม่ว่าเป็นข่องทางแจ้งเหตุ ระบบระบุพิกัดผู้แจ้ง ระบบแผนที่ และระบบสั่งการ และองค์ความรู้ในการรับแจ้ง โดยอีกประมาณ 3 ปี เมื่อประชาชนโทร 191 เข้ามาระบบจะแสดงที่ตั้ง หรือ สถานที่อยู่ ต่อตำรวจทันที หากเป็นอุบัติเหตุก็จะเชื่อมต่อไปยังโรงพยาบาล หน่วยงานกู้ภัย เพื่อช่วยเหลือประชาชนได้ทันท่วงที ซึ่งเป็นระบบการเชื่อมโยงหน่วยงานหลายหน่วยเข้าด้วยกัน

“สำหรับสถิติทั่วประเทศปี 2560 มีประชาชนโทรเข้าหมายเลข 191 เฉลี่ยประมาณปีละ 10 ล้านสาย โดย 191 ของนครบาลมีจำนวนสายเข้าเป็นร้อยละ 40 ของทั้งประเทศ คือปีละประมาณ 4 ล้านสาย เฉลี่ยสายเข้าประมาณวันละ 14,000-15,000 สาย เดือนละประมาณ 300,000-400,000 สาย ขณะที่เลขหมายที่โทรป่วน สถิติล่าสุดอยู่ที่ 100 สาย เฉลี่ยวันละ 3,200 สายต่อวัน ซึ่งเป็นเหตุให้บางรายโทรแจ้งเหตุไม่ติด และหากทราบว่าบุคคลใดที่โทรป่วน จะมีบทลงโทษ คือ จำคุกไม่เกิน 5 ปีด้วย” ผบ.ตร. กล่าว

ด้าน พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่าหมายเลข 191 เป็นตัวเลขที่ประชาชนจำได้ง่าย และมีประชาชนโทรหามากที่สุด โดยอีกประมาณ 3 ปี เมื่อประชาชนโทร 191 เข้ามาระบบจะแสดงที่ตั้ง หรือ สถานที่อยู่ จะแสดงต่อตำรวจทันที หากเป็นอุบัติเหตุก็จะเชื่อมต่อไปยังโรงพยาบาล หน่วยงานกู้ภัย เพื่อช่วยเหลือประชาชนได้ทันท่วงที ซึ่งเป็นระบบการเชื่อมโยงหน่วยงานหลายหน่วยเข้าด้วยกัน สำหรับสถิติทั่วประเทศปี 2560 มีประชาชนโทรเข้าหมายเลข 191 เฉลี่ยประมาณปีละ 10 ล้านสาย โดย 191 ของนครบาลมีจำนวนสายเข้าเป็นร้อยละ 40 ของทั้งประเทศ คือปีละประมาณ 4 ล้านสาย เฉลี่ยสายเข้าประมาณวันละ 14,000-15,000 สาย เดือนละประมาณ 300,000-400,000 สาย.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

191โทรป่วนโทรป่วน191ผบ.ตร.คุกข่าวทั่วไป

คุณอาจสนใจข่าวนี้