ชาวชุมชนวัดเศวตฉัตร ร้องทหารดำเนินการ เขตคลองสาน-เจ้าอาวาสวัด สั่งปิดตลาดโบราณ 200 ปี แฉพระภิกษุทีมบริหารวัดขัดแย้งผลประโยชน์เรื่องเงินๆ ทองๆ กับฝ่ายฆราวาส จัดเก็บค่าแผงผู้ค้า
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 23 มี.ค. 61 ร.อ.ณรงค์ สมศรี ผบ.มว.ร้อย รส.ป.9 พัน.19 ได้รับแจ้งว่า เกิดการรวมตัวของชาวบ้านในชุมชนวัดเศวตฉัตรวรวิหาร ถนนเจริญนคร แขวงบางลำภูล่าง เขตคลองสาน กทม. จึงรุดไปตรวจสอบพบชาวบ้านและกลุ่มผู้ค้าตลาดลานวัดเศวตฉัตรฯ กว่า 300 ราย เข้าไปประชุมกันภายในสนามกีฬาโรงเรียนวัดเศวตฉัตร โดยมีการจับกลุ่มพูดคุยกันถึงประเด็นเรื่องถูกสั่งให้ยกเลิกตลาด ให้ผู้ค้ายุติการค้าขาย ซึ่งดำเนินการกันมาตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษ นานกว่า 200 ปีแล้ว
จากการสอบถาม นายชาลี เวชกรบริรักษ์ เลขาชุมชนวัดเศวตฉัตรฯ เล่าว่า ตลาดแห่งนี้อยู่คู่กับวัดเศวตฉัตรมาช้านาน ตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 โดยเริ่มแรกมีชาวสวนในละแวกบางลำภูล่าง นำพืชผักมาขายให้คนงานก่อสร้างวัดตามลานสนามทราย และตลาดก็เติบโตขึ้นเรื่อยๆ จนเป็นแหล่งที่ผู้คนบนถนนเจริญนครและใกล้เคียง เดินทางมาจับจ่ายใช้สอยซื้ออาหารสด และกับข้าวกันทุกวันตั้งแต่ประมาณตีสี่จนถึงสิบโมง ต่อมา เมื่อปี พ.ศ. 2523 ทางสำนักงานเขตคลองสานได้ให้มีการจัดระเบียบผู้ค้าบริเวณถนนเจริญรัถและวงเวียนใหญ่ โดยมีการโยกย้ายผู้ค้าแถบนั้นมารวมกับผู้ค้าตลาดวัดเศวตฉัตรฯ ทำให้ตลาดยิ่งมีความเติบโตขึ้นอีก
...
“จากตลาดที่เคยเป็นลานทรายธรรมดาๆ ก็ขยับขยายเป็นลานปูนจนถึงทุกวันนี้ ขณะที่ผู้ค้าและชาวชุมชนก็ช่วยกันดูแลความเรียบร้อยร่วมกันเป็นอย่างดีมาตลอด กระทั่งหลังปี พ.ศ. 2549 พระธรรมญาณมุนี อดีตเจ้าอาวาสวัดเศวตฉัตรฯ มรณภาพลง ตลาดก็ได้เริ่มมีปัญหา เพราะพระภิกษุที่ขึ้นมาบริหารวัดแทนเกิดขัดแย้งผลประโยชน์เรื่องเงินๆ ทองๆ กับฝ่ายจัดเก็บค่าแผงผู้ค้าที่เป็นฆราวาส อยู่หลายครั้งกระทั่งมีการสั่งให้ยุติการค้าขายที่ตลาดแห่งนี้อย่างไม่เป็นธรรมทั้งที่เป็นตลาดโบราณอยู่คู่ชุมชนมานานกว่า 200 ปี” นายชาลี กล่าว
ขณะที่ นางอรสา ศิยะบุตร อายุ 54 ปี ตัวแทนผู้ค้าเล่าว่า ครอบครัวตนขายผักสดและข้าวต้มที่ตลาดแห่งนี้มาตั้งแต่รุ่นคุณแม่ นับเวลารวมกันขณะนี้ได้ 40 ปีแล้ว ในอดีตที่ผ่านมาชาวบ้านและผู้ค้าที่นำของมาขายไม่เคยต้องเสียค่าแผง เพราะ พระธรรมญาณมุนี อดีตเจ้าอาวาสวัดเศวตฉัตรฯ ท่านช่วยสงเคราะห์ชาวบ้านให้มีอาชีพ กระทั่งท่านมรณภาพลง จึงมีการแต่งตั้งเจ้าอาวาสขึ้นใหม่ ก็เริ่มมีการใช้ฆราวาสมาเดินเรียกเก็บค่าแผงจากชาวบ้าน รายละ 20-50 บาทต่อวัน แล้วแต่ขนาดแผงของผู้ค้าแต่ละราย ซึ่งส่วนใหญ่ก็ยอมรับได้เพราะเห็นว่าเงินดังกล่าวน่าจะนำไปบำรุงวัด แต่ตนและผู้ค้าก็ยังรับรู้ปัญหาว่าทีมฆราวาสที่เก็บค่าเช่าให้ทางวัดมักมีปัญหาเรื่องเงินๆ ทองๆ กับเจ้าอาวาส
“กระทั่งเมื่อ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา คนเดินเก็บค่าแผงมาบอกพวกตนว่า ให้ยุติการขาย ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 61 ตามคำสั่งสำนักงานเขตฯ ทั้งที่พวกตนไม่เห็นหนังสือ หรือมีการติดป้ายประกาศบอกกล่าวล่วงหน้าใดๆ เลย แม้จะมีการทวงถามกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน ชาวบ้านและผู้ค้าจึงตัดสินใจรวมตัวกันร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ทหาร ซึ่งรับผิดชอบในพื้นที่ เพื่อขอความช่วยเหลือและจะเดินหน้าทวงถามความจริงตามหน่วยงานต่างๆ เพื่อนำความยุติธรรม และตลาดโบราณประจำชุมชนกลับมาให้ได้” นางอรสา กล่าว
ด้าน ร.อ.ณรงค์ กล่าวว่า หลังได้รับรายงานเหตุการณ์ชาวบ้านรวมตัวก็เดินทางมา ก็ดูแลความสงบเรียบร้อยตามหน้าที่ และรับข้อร้องทุกข์จากชาวบ้าน โดยหลังจากนี้จะมีการประสานทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการหาคำตอบให้ชาวบ้าน และผู้ค้าตลาดลานวัดเศวตฉัตรฯ ต่อไป.