บอร์ด ป.ป.ท.ลงมติตั้งอนุกรรมการไต่สวนความผิดอาญา กรณีทุจริตกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต ประสาน ปปง.สอบเส้นทางเงิน-บัญชีทรัพย์สิน...

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 20 มี.ค. ที่ห้องประชุมใหญ่ สำนักงาน ป.ป.ท. ถนนแจ้งวัฒนะ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี นายกิตติ ลิ้มชัยกิจ ประธานคณะกรรมการสำนักงาน ป.ป.ท. หรือบอร์ดป.ป.ท.เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการเพื่อพิจารณาสำนวนคดีทุจริต โดยวาระแรก โดยมี พ.ต.ท.วันนพ สมจินตนากุล ผู้ช่วยเลขาธิการ ป.ป.ท. และพ.ต.ท.สิริพงษ์ ศรีตุลา ผอ.กองปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ 2 ได้เสนอสำนวนที่ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นในการทุจริตเงินกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต ของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บอร์ด ป.ป.ท.มีมติตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนความผิด การทุจริตเงินกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต พร้อมประสาน สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและเส้นทางการเงินบุคคลที่เกี่ยวข้อง ในกรณีที่พบทรัพย์สินที่น่าเชื่อว่า ทำให้ร่ำรวยผิดปกติ เพื่อรวบรวมข้อมูลส่งต่อให้ ป.ป.ช. ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

ด้าน พ.ต.ท.วันนพ เปิดเผยว่า ที่ประชุมบอร์ด ป.ป.ท. ยังไม่มีวาระเรื่องการพิจารณาเรื่องการตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งเพิ่มเติม คาดจะเข้าสู่การพิจารณาในวันที่ 22 มี.ค.นี้ ซึ่งยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะมีกี่จังหวัดที่จะถูกตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน แต่ในการประชุมบอร์ด ป.ป.ท. วันนี้มีการพิจารณาตั้งอนุกรรมการไต่สวนความผิดในเรื่องการทุจริตกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต ตามที่ ศธ.ส่งเรื่องมาให้ทาง ป.ป.ท.ตรวจสอบ

...

"การทุจริตกองทุนเสมาพัฒนาชีวิตนั้น เป็นลักษณะการโอนเงินทุนการศึกษาของกองทุนเสมาพัฒนาชีวิตเข้าบัญชีของบุคคลอื่นที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ตั้งแต่ปี 2551-2561 ระยะเวลารวม 10 ปี เป็นจำนวนเงินกว่า 88 ล้านบาท ซึ่งผู้ถูกกล่าวหาว่าโกงเงินนั้นเป็นข้าราชการหญิงระดับซี 8 และมีเกี่ยวข้องอีก 4 ราย สำนักงาน ป.ป.ท.จะตรวจสอบและหาข้อมูลการกระทำความผิดข้าราชการคนดังกล่าว รวมไปถึงสอบสวนไปถึงบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องด้วย" พ.ต.ท.วันนพ กล่าว

ขณะที่ พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี กรรมการ ป.ป.ท. เผยว่า หลังจาก ศธ. แจ้งความ พนักงานสอบสวน สน.ดุสิต เอาผิด นางรจนา สินที นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ สังกัดสำนักส่งเสริมกิจการการศึกษา ระดับ 8 กระทรวงศึกษาธิการ ดำเนินคดีว่าเป็นเจ้าหน้าที่เบียดบังงบประมาณ ปี 60 นำเงินไปเข้าบัญชีบุคคลอื่นเป็นเงิน 18.8 ล้านบาท ต่อมาพนักงานสอบสวน สน.ดุสิต ส่งสำนวนมาให้ ป.ป.ท.สอบสวนขยายผลถึงผู้ร่วมกระทำความผิด พร้อมติดตามทรัพย์

"ก่อนหน้านี้ ศธ.ได้ตรวจสอบภายในพบเบาะแสทุจริต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาจึงสั่งการให้ตรวจสอบย้อนหลังไปจนถึงปี 2551 ในแต่ละปีกองทุนเสมาฯ จะได้รับอนุมัติงบประมาณปีละ 10-30 ล้านบาท พบถูกโอนเงินไปพักไว้ในบัญชีแม่ น้องชาย น้องสาว น้องสะใภ้ และลูกศิษย์ของนางรจนา รวมถึงบัญชีของบุคคลอื่นๆ รวม 22 บัญชี จากนั้นจึงโอนกลับเข้าบัญชีของตนเอง ในชั้นสอบสวนนางรจนารับสารภาพว่าเป็นผู้ดำเนินการเพียงคนเดียว โดยมีหน้าที่เป็นผู้ช่วยเลขาจดบันทึกรายงานการประชุม หลังการประชุมนางรจนาจะทำเอกสารต่างๆ แทนที่จะนำเงินเข้าบัญชีของนักเรียน แต่กลับทำเอกสารระบุรายชื่อบัญชีของเครือญาติมาสอดแทรกเข้าไปเพื่อรับเงินแทนก่อนเสนอผู้บังคับบัญชาอนุมัติเงิน"

พล.ต.อ.จรัมพร เผยอีกว่า ล่าสุดที่ประชุมมีมติให้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนนางรจนา ตั้งข้อกล่าวหา 5 ข้อหา 1.ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย มาตรา 147 2.ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาลหรือเจ้าของทรัพย์นั้น มาตรา 151 3.ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ทำเอกสาร กรอกข้อความลงในเอกสารหรือดูแลรักษาเอกสาร กระทำการปลอมเอกสารโดยอาศัยโอกาสที่ตนมีหน้าที่นั้น มาตรา 161 4.ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ทำเอกสาร รับเอกสารหรือกรอกข้อความลงในเอกสาร กระทำการในการปฏิบัติการตามหน้าที่ มาตรา 162 และ 5.ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต มาตรา 157