หนุ่มสำเพ็งขับรถไปส่งของให้ลูกค้าแต่เช้ามืด ซวยสุดๆ ไปเจอแก๊งวัยรุ่นซิ่งเก๋งไล่ยิงเด็กแว้น ทำให้โดนลูกหลงกระสุนเจาะรถตัวเองยางแตก ตร.บุปผาราม เร่งสืบหามือยิงมาดำเนินคดี...
เมื่อเวลา 03.30 น. วันที่ 20 ก.พ. ร.ต.อ.จักรพงศ์ วงศ์งามใส รอง สว.(สอบสวน) สน.บุปผาราม รับแจ้งเหตุวัยรุ่นไล่ยิงกันกลางถนนมีทรัพย์สินชาวบ้านได้รับความเสียหาย บริเวณสี่แยกบ้านแขก ถนนประชาธิปก ฝั่งมุ่งหน้าวงเวียนใหญ่ แขวงหิรัญรูจี เขตธนบุรี กทม. จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.ท.ดร.ปราโมทย์ จันทร์บุญแก้ว รอง ผกก.สส.สน.บุปผาราม พ.ต.ต.สมมาตร วงษ์ดี สว.สส.สน.บุปผาราม กำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน และกำลังเจ้าหน้าที่สายตรวจ โดยที่เกิดเหตุอยู่ตรงทางเบี่ยงซ้ายจากสี่แยกบ้านแขกเข้าสู่ถนนอิสรภาพมุ่งหน้าไปสำนักงานเขตคลองสาน พบรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแจ๊ซ สีขาว ทะเบียน สร 2669 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ในสภาพยางหลังด้านซ้ายแตก ที่ขอบล้อแม็กซ์มีรอยบิ่นเผยอจนลมหมดยางแบนติดพื้น โดยมี นายสุรเชษฐ์ หรือกอล์ฟ ชัยรัตน์ อายุ 24 ปี ชาว จ.นครปฐม เจ้าของรถยืนรอให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ด้วยสีหน้าท่าทางตื่นตระหนก
นายสุรเชษฐ์ เจ้าของรถที่โดนลูกหลง กล่าวว่า ตัวเองทำธุรกิจผลิตกระเป๋าสะพายส่งตลาดสำเพ็ง ก่อนเกิดเหตุขับรถออกจากบ้านพักที่ จ.นครปฐม ไปส่งของให้ลูกค้าในช่วงเช้ามืด อยู่ระหว่างขับรถมุ่งหน้ากลับ กระทั่งมาถึงจุดเกิดเหตุได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด พร้อมกับมีชายวัยรุ่นอายุประมาณ 15-17 ปี ขี่รถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า รุ่นนูโว สีน้ำเงิน ไม่ทราบทะเบียน เสียหลักเซถลามาล้มกระแทกที่ตัวถังช่วงประตูหลังด้านซ้ายรถตน
“เมื่อตนลงจากรถไปดูชายวัยรุ่นดังกล่าว ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์รถล้มมีบาดแผลถลอกเล็กน้อย ก็รีบยกรถจักรยานยนต์ขึ้นแล้วบอกตนว่า ถูกไล่ยิงมา ขอหนีตายออกจากจุดเกิดเหตุไปก่อน เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ตนเห็นรถคู่กรณีอีกคันเป็นรถเก๋งแบบซิตี้คาร์ สีขาว มาจอดชะลออยู่ด้านหลัง และขับเร่งเครื่องหลบหนีไป ตนเชื่อว่า คนในรถซิตี้คาร์ต้องมีปัญหากับชายวัยรุ่นผู้ได้รับบาดเจ็บรายนี้อย่างแน่นอน จึงบอกให้คนเจ็บรีบเร่งเครื่องหนีไป กระทั่งตนสังเกตเห็นล้อหลังด้านซ้ายรถตัวเองมีรอยคล้ายถูกกระสุนปืนยิงจนยางแตก ก็รีบโทรศัพท์แจ้งตำรวจมาตรวจสอบ” เจ้าของรถที่โดนลูกหลงกล่าว
...
ด้าน นางสุธาทิพย์ ป้อมโพธิ์ อายุ 29 ปี เจ้าหน้าที่ อปพร.เขตธนบุรี ผู้ผ่านมาเห็นเหตุการณ์พอดี กล่าวว่า ตนเพิ่งกลับจากไปซื้อเสื้อผ้าที่ตลาดโบ๊เบ๊ ระหว่างที่ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์เพื่อนกลับบ้านย่านวงเวียนใหญ่ พอลงจากสะพานพระปกเกล้า เพื่อมุ่งหน้าสู่สี่แยกบ้านแขก ก็เห็นรถเก๋งแต่งซิ่งยี่ห้อโตโยต้า รุ่นยาริส สีขาว ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ลดกระจกลงทั้ง 4 บาน จนเห็นผู้ขับขี่และผู้โดยสารเป็นชายวัยรุ่นอายุราวๆ 20-25 ปี นั่งอัดแน่นมาเต็มคันรถ กำลังเร่งเครื่องลงจากสะพานพระพุทธยอดฟ้า ไล่ชนรถจักรยานยนต์แบบผู้หญิง จำนวน 2 คัน คันแรกเป็นรถยามาฮ่า นูโว สีน้ำเงิน ที่มีวัยรุ่นผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นคนขี่เพียงลำพัง กับรถจักรยานยนต์อีกคันมองไม่ชัดว่ารุ่นใด แต่มีทั้งคนขี่และคนซ้อนท้ายมาด้วยกัน 2 คน
“โดยเมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ รถเก๋งโตโยต้ายาริสแต่งซิ่ง ได้พยายามขับเบียดปาดหน้าให้รถจักรยานยนต์ทั้ง 2 คันหยุด แต่ปาดไม่สำเร็จ จากนั้นก็มีเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด ทำให้รถจักรยานยนต์คันแรกซึ่งมีวัยรุ่นที่ได้รับบาดเจ็บเป็นผู้ขับขี่เสียหลักพุ่งไปชนกับรถเก๋งของนายสุรเชษฐ์ จนล้มลง ระหว่างนั้นมีพลเมืองดีและโชเฟอร์แท็กซี่ที่ขับตามหลังมาได้พากันจอดรถลงมาดูเหตุการณ์ ทำให้พวกที่อยู่บนรถเก๋งแต่งซิ่งต้องพากันกลับตรงสี่แยกบ้านแขก รถเร่งเครื่องหลบหนีย้อนขึ้นไปทางสะพานพระพุทธยอดฟ้า โดยช่วงก่อนที่ตำรวจจะเดินทางมาถึงตนสังเกตเห็นรถคันดังกล่าวขับวนมาดูจุดเกิดเหตุด้วยจำนวน 2 รอบ” พยานผู้เห็นเหตุการณ์ กล่าว
ด้าน ร.ต.อ.จักรพงศ์ กล่าวว่า หลังจากนี้จะเชิญตัว นายสุรเชษฐ์ พ่อค้ากระเป๋าเดินทางไปสอบปากคำที่โรงพัก ส่วนล้อรถที่ได้รับความเสียหายนั้นยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าถูกกระสุนปืนยิงหรือเกิดความเสียหายจากรถจักรยานยนต์ของวัยรุ่นคู่กรณีที่เสียหลักล้มใส่และวัยรุ่นดังกล่าวก็หลบหนีไปแล้ว เบื้องต้นได้สั่งการให้ช่างช่วยถอดล้อดังกล่าวออกมาตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมประสานฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่เช็กกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่พยานเห็นเหตุการณ์ระบุเพื่อตรวจสอบที่มาที่ไป และหาเบาะแสดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดต่อไป.