ตร.ท่องเที่ยว ร่วมกับศุลกากร จับกุมผู้ต้องหาหนุ่มไต้หวัน นำเข้าบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอม เครื่องรับรหัสธุรกรรมทางการเงิน หรือ Token และซิมการ์ดโทรศัพท์ เชื่อว่าน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องแก๊งคอลเซ็นเตอร์...




เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 18 ธ.ค.60 ที่ กก.3 บก.ทท.1 ชั้น 2 อาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พล.ต.ต.ธัชชา ธาตุศาสตร์ รองผบช.ทท. พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบช.ทท. พล.ต.ต.ประเสริฐ เงินยวง ผบก.ทท.1 พล.ต.ต.ธรรมนูญ ไตรทิพยพงศ์ ผบก.ภ.จ.สมุทรปราการ นายธนิต วัฒน์ธนนันท์ ผอ.ส่วนควบคุมทางศุลกากร สนง.ตรวจของผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงผลการจับกุม นายหวัง จิง ติง (Mr.Wang Jing-Ting) อายุ 20 ปี ชาวไต้หวัน พร้อมของกลาง บัตรเดบิตธนาคารต่างๆ ของประเทศจีน (Union Pay) จำนวน 58 ใบ เครื่องรับรหัสธุรกรรมทางการเงิน หรือ Token และซิมการ์ดโทรศัพท์อีก จำนวนหนึ่ง โดยจับกุมได้บริเวณช่องตรวจไม่มีสิ่งของต้องสำแดง (ช่องเขียว) ทางออก B 



สืบเนื่องจากเวลาประมาณ 10.30 น. วันนี้ เจ้าหน้าที่ศุลกากรประจำท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พบเห็นชายลักษณะคล้ายชาวจีน เดินถือกระเป๋าสัมภาระผ่านช่องตรวจไม่มีสิ่งของต้องสำแดง (ช่องเขียว) ทางออก B อาคารผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศ ต้องสงสัยว่าจะมีสิ่งของที่ยังไม่ได้ชำระค่าภาษีอากร ของต้องห้าม หรือของที่ยังมิได้ผ่านศุลกากรโดยถูกต้องเข้ามาในราชอาณาจักร เจ้าหน้าที่จึงแสดงบัตรขอตรวจค้น เมื่อเปิดกระเป๋าสัมภาระล้อลาก ก็พบสินค้าประเภทอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับทำธุรกรรมทางการเงิน พร้อมบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของบุคคลอื่นและเอกสาร โดยสินค้าทั้งหมดถูกจัดแบบเป็นชุด บรรจุในซองพลาสติกอีกทอดหนึ่ง โดยไม่มีเสื้อผ้าของชายคนดังกล่าว 


...

เจ้าหน้าที่จึงสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่า ชื่อนาย หวัง จิง ติง เป็นชาวไต้หวัน เดินทางมาจากไทเปโดยสารการบินไทย เที่ยวบิน ทีจี637 ส่วนกระเป๋าใบดังกล่าวได้มีคนรู้จักว่าจ้างให้ตนนำของที่อยู่ในกระเป๋ามาส่งให้กับผู้รับในประเทศไทย โดยจะมารับของจากตนที่สนามบิน โดยตนไม่ทราบว่าของดังกล่าวจะนำไปใช้อย่างไร และเมื่อส่งของเสร็จก็จะบินกลับไปทันทีและไปรับค่าจ้างที่ไทเป



พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบช.ทท. กล่าวว่า จากการสืบสวนและตรวจสอบของกลางทั้งหมด เชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในไต้หวัน ที่มาใช้ไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด เนื่องจากบัตรที่พบเป็นของจริงลักษณะเป็นการว่าจ้างให้เปิดบัญชีและนำบัตรมาให้เพื่อให้แก๊งนำไปใช้หลอกลวงเหยื่อที่ไต้หวัน ให้หลงเชื่อแล้วโอนเงินเข้ามายังบัญชีเหล่านี้ เบื้องต้นจึงยึดของกลางทั้งหมดไว้ตรวจสอบ ส่วนนายหวัง จิง ติง นำตัวส่ง พงส.สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อดำเนินคดีในข้อหา นำเข้ามาในราชอาณาจักรไทยซึ่งของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร และมีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ 



นอกจากนี้ ทางรอง ผบช.ทท. ยังได้แถลงผลการจับกุม นายไกรวุฒิ ไกรสรศิวเวท อายุ 38 ปี ผู้ต้องหาลอยแพลูกทัวร์ไปฮ่องกงเมื่อวานนี้ ตามหมายจับของศาลจังหวัดสมุทรปราการ ที่ จ 1018/2560 ในความผิดฐานประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับอนุญาต ถึงแม้ทางผู้ต้องหาจะคืนเงินให้ผู้เสียหายครบตามจำนวนแล้วก็ตาม แต่เนื่องจากเมื่อตรวจสอบจากสารบบบริษัทนำเที่ยวของสำนักทะเบียนกรมการท่องเที่ยวพบว่า บริษัท วีทราเวล พลัส จำกัด ครบกำหนดชำระค่าธรรมเนียมในวันที่ 4 พ.ย.60 แต่จากการประสานกับนายทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ภาคเหนือ เขต 3 (พิษณุโลก) ได้รับแจ้งว่า บริษัท วีทราเวลพลัส จำกัด ได้ถูกยกเลิกทะเบียนบริษัท เมื่อวันที่ 2 ต.ค.60 และได้รับเงินประกันคืนเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นการที่ผู้ต้องหารับจัดโปรแกรมนำเที่ยวทั้งที่ไม่มีใบประกอบธุรกิจนำเที่ยว จึงถือว่าเป็นความผิด.