คนขับแท็กซี่เมา ชักปืนยิงใส่พลเมืองดี บนถนนสุขสวัสดิ์ สร่างแล้ว! สำนึกผิดขอโทษผู้เสียหายทั้งหมด รับซื้อปืนไว้ และไปดักรออดีตเมียกับชายคนใหม่ เพื่อสางแค้น ...
จากกรณี พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ ตงเต๊า ผบก.น.8 นำกำลังตำรวจ สน.ราษฎร์บูรณะ และ สน.บางมด ช่วยกันไล่สกัดจับกุม นายศักดิ์ชัย น้อมระวี อายุ 49 ปี ชาว จ.ร้อยเอ็ด หลังก่อเหตุเมาแล้วขับรถแท็กซี่ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นอัลติส สีชมพู ของสหกรณ์แท็กซี่อาสาสมัคร จำกัด ทะเบียน ทศ 1839 กรุงเทพมหานคร ไปเฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ และ นายศักดิ์ชัย ยังใช้อาวุธปืนขนาด .38 ยิงสกัดการไล่ติดตามของกลุ่มพลเมืองดีที่พยายามช่วยกันเรียกให้หยุดรถ จนเกิดความชุลมุนวุ่นวายขึ้นบนถนนสุขสวัสดิ์ ต่อเนื่องถนนพระราม 2 เมื่อช่วงเช้าวันที่ 6 ธ.ค.ที่ผ่านมา
เบื้องต้น นายศักดิ์ชัย ถูกแจ้งข้อหาพยายามฆ่า, พาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไปในเมืองหมู่บ้านและทางสารธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต, ยิงปืนในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร, เมาสุราขณะขับขี่ยานพาหนะเฉี่ยวชนผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ มีทรัพย์สินได้รับความเสียหาย โดยไม่หยุดรถให้ความช่วยเหลือ ตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าเมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 7 ธ.ค. พ.ต.ท.พจน์ บำรุงชาติ รอง ผกก.สส.สน.ราษฎร์บูรณะ พร้อมด้วย พ.ต.ท.ธนูพล จินตาคม สว.สส.สน.ราษฎร์บูรณะ ทำการเบิกตัว นายศักดิ์ชัย ซึ่งขณะนี้สร่างเมา มีสติดี พูดจารู้เรื่อง และแสดงอาการสำนึกในความผิดอย่างเห็นได้ชัด ออกจากห้องควบคุมผู้ต้องขัง เพื่อเดินทางไปตรวจค้นยังห้องเช่า ริมถนนพุทธบูชา แขวงบางมด เขตจอมทอง กทม. จากการใช้เวลาตรวจหาสิ่งของภายในห้อง นานประมาณ 30 นาที ไม่พบว่ามีวัตถุผิดกฎหมายแต่อย่างใด
...
จากการสอบถาม นายศักดิ์ชัย กล่าวว่า อยากขอโทษผู้เสียหายทั้งหมดที่ได้รับผลกระทบจากการกระทำของตน ส่วนสาเหตุที่ตนกินเหล้าจนขาดสติ และก่อเรื่องขึ้นทั้งหมดนั้น เนื่องจากความโกรธแค้นอดีตภรรยา ที่เลิกรากันไปได้ประมาณ 1 ปี โดยก่อนหน้านั้นภรรยาคนนี้และตนก็พักอาศัยด้วยกันอยู่ที่ห้องเช่าห้องนี้ แต่ต่อมาตนจับได้ว่า ภรรยาไปมีสัมพันธ์กับชายคนใหม่ และยังพากันย้ายออกไปอยู่ด้วยกัน ในซอยสุขสวัสดิ์ 38 ตนจึงตัดสินใจเก็บเงินเพื่อติดต่อไปขอซื้ออาวุธปืนและกระสุนทั้งหมดจากเพื่อนๆ โชเฟอร์แท็กซี่ด้วยกัน ในราคา 20,000 บาท เมื่อได้ปืนมาแล้วตนก็ไปดักรออยู่ที่ห้องเช่าของภรรยา ตั้งแต่ช่วงค่ำวันที่ 6 ธ.ค. เพื่อรอชายคนใหม่และภรรยามาปรากฏตัว หวังจะยิงสางแค้นให้ตายทั้งคู่
โดยระหว่างที่รอนั้นก็ดื่มเบียร์เข้าไปหลายขวดจนครองสติตัวเองไม่ได้ พอถึงช่วงเช้าตนเห็นว่าทั้งคู่ไม่ออกจากห้องเลย ไปเคาะเรียกไม่มีการตอบรับกลับมา จึงตัดสินใจขับรถแท็กซี่ออกจากซอยกระทั่งเกิดเหตุการณ์วุ่นวายขึ้นดังกล่าว
ด้าน พ.ต.ท.ธนูพล กล่าวว่า เมื่อวานนี้ชุดจับกุมนำตัว นายศักดิ์ชัย ไปตรวจหาสารเสพติดที่โรงพยาบาลแล้วปรากฏว่าไม่พบ แต่มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดสูงถึง 137 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์
เบื้องต้นจะนำตัว นายศักดิ์ชัย กลับไปส่งให้พนักงานสอบสวน เพื่อแจ้งข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต เพิ่มเติมอีก 1 คดี จากนั้นจะนำตัวไปส่งศาลอาญาธนบุรีดำเนินการตามกฎหมาย เนื่องจากไม่มีญาติมาติดต่อขอประกันตัวแต่อย่างใด สำหรับเจ้าของอาวุธปืนที่นำมาขายต่อให้นายศักดิ์ชัยนั้น ตำรวจจะขยายผลเพื่อเชิญตัวมาดำเนินคดีด้วยเช่นกัน.