“อธิบดีคุก” แจงพบผู้ป่วย “วัณโรค” ในเรือนจำ 142 แห่งทั่วประเทศ จำนวน 3,368 คน เนื่องจากพื้นที่มีจำกัด ติดโรคทางเดินหายใจได้ง่าย พร้อมยืนยันไม่ได้นิ่งนอนใจ สั่งทุกเรือนจำดูแลให้ดีที่สุด...
เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 25 ก.ย. นายกอบเกียรติ กสิวิวัฒน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวชี้แจงกรณีที่ปรากฏข่าวเกี่ยวกับการแพร่ระบาดวัณโรคในเรือนจำหลายแห่ง รวมทั้งมีการแพร่เชื้อไปยังผู้ต้องขังรายอื่นๆ ว่า เนื่องจากพื้นที่ในเรือนจำที่จำกัด จึงทำให้การควบคุมโรคและการคัดแยกผู้ป่วยทำได้ยากขึ้น สำหรับปัญหาดังกล่าวทางกรมราชทัณฑ์ ขอชี้แจงว่า จากสถานการณ์วัณโรค ประเทศไทยติดอันดับในกลุ่ม 14 ประเทศที่มีปัญหาภาวะวัณโรคสูง ทั้งวัณโรคทั่วไปและวัณโรคดื้อยา ซึ่งความชุกในประเทศไทยคือ 171 คนต่อประชากร 100,000 คน ทั้งนี้วัณโรคมักเกิดกับประชากรที่มีเศรษฐฐานะต่ำ ซึ่งเป็นกลุ่มประชากรที่เข้ามาอยู่ในเรือนจำ และประกอบกับเรือนจำมีความแออัดสูงมากในปัจจุบัน จึงทำให้เกิดการติดต่อโรคทางเดินหายใจได้ง่าย
"จากปัญหานี้ทางกระทรวงสาธารณสุข โดยสำนักวัณโรค กรมควบคุมโรคติดต่อ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.). และกรมราชทัณฑ์ เล็งเห็นความสำคัญต้องคัดกรองผู้ป่วย จึงดำเนินการให้ผู้ต้องขังในเรือนจำถ่ายภาพรังสีทรวงอก 100 เปอร์เซ็นต์ พร้อมทั้งให้ตรวจเสมหะผู้ป่วยที่สงสัยด้วยเครื่อง Gene-x-Pert จึงได้พบผู้ป่วยวัณโรคเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก" นายกอบเกียรติ กล่าว
อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เผยว่า ผู้ที่ถูกรับการวินิจฉัยว่าเป็นวัณโรคจะได้รับยารักษาอยู่ในห้องที่แยกการควบคุมในระยะแพร่เชื้อ 2 เดือนแรก หลังจากนั้นเมื่อพ้นระยะติดต่อแล้วมีการควบคุมให้กินยาทุกวันไปจนกว่าจะหายขาด ส่วนการป้องกันได้มีการแจกหน้ากากอนามัยกับเจ้าหน้าที่และผู้ต้องขังอื่นในเรือนจำแล้ว ทั้งนี้พบผู้ป่วยวัณโรคในเรือนจำ 142 แห่งทั่วประเทศ จำนวน 3,368 คน จากผู้ต้องขัง 310,000 คน เทียบเป็นความชุก 1,086 คน ต่อประชากร 100,000 คน เนื่องจากพื้นที่ในเรือนจำที่จำกัด จึงทำให้การควบคุมโรคและการคัดแยกผู้ป่วยทำได้ยากขึ้น แต่กรมราชทัณฑ์ได้สั่งให้ทุกเรือนจำดูแลให้ดีที่สุด.
...