คดีฆ่าฝังดิน 3 ศพ ที่ อ.มหาราช อยุธยา สาเหตุยังไม่เคลียร์ว่าเป็นเรื่องยาเสพติด หรือทะเลาะกันด้วยสาเหตุอื่น พบจุดคนฆ่ากับคนตายนั่งคุย ก่อนลงมือสังหารหมู่ ชี้อุกอาจสะเทือนขวัญ ผบช.ภ.1 ลงพื้นที่เร่งล่าแก๊งโหด...
จากเหตุฆาตกรรมฆ่าโหด 3 ศพ ฝังดิน เมื่อวันที่ 14 ส.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่มูลนิธิพุทไธสวรรย์ รับแจ้งมีชายหายไป 3 คน พร้อมกับรถจักรยานยนต์ 3 คัน จากนั้น เจ้าหน้าที่พบโทรศัพท์มือถือถูกเผาฝังดินเอาไว้บริเวณกลางทุ่งนา ม.4 ต.บ้านนา อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา
ต่อมา พ.ต.ท.ธรากร สกุลปิยะเทวัญ สว.สอบสวน สภ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล ผบก.ภ.พระนครศรีอยุธยา เข้าตรวจสอบบริเวณริมคลองส่งน้ำ ม.4 ต.บ้านนา อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา ห่างจากจุดที่พบ โทรศัพท์มือถือถูกเผา และรถจักรยานยนต์ทิ้งไว้ในคลองประมาณ 2 กิโลเมตร พบมีรอยหญ้าแหวกเป็นทางลงเดิน มีร่องรอยถูกขุดจำนวน 2 หลุม หลุมแรกมีกระดูกมนุษย์โผล่ขึ้นมา จึงได้ขุดลึกลงไปประมาณ 1 เมตร พบศพ นายสำรวย วงษ์อักษร อายุ 32 ปี สภาพนอนคว่ำหน้าขึ้นอืดส่งกลิ่นเหม็น ตรวจค้นในกระเป๋ากางเกง พบยาบ้า จำนวน 7 เม็ด
จากนั้น ทำการขุดหลุมที่ 2 พบศพ นายสมพาล บุญสนุน อายุ 39 ปี สภาพขึ้นอืด และศพ นายไพรัช หอมชะเอม อายุ 36 ปี ยังพบรองเท้าบูทครึ่งน่อง จำนวน 2 คู่ สีขาวและดำ จากการตรวจทั้ง 3 ศพ ที่บริเวณหน้าอก ตามร่างกาย มีร่องรอยคล้ายถูกยิงด้วยอาวุธปืน
ล่าสุด เช้าวันที่ 15 ส.ค. 60 พล.ต.ต.อำนาจ จันทร์เจริญ ผยก.สส.ภาค 1 พร้อมด้วยพ.ต.อ.ปรีดา คงจัด ผกก.3 ตำรวจภาค 1 และชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 1 ตำรวจชุดสืบสวนภูธร จ.พระนครศรีอยุธยา ลงพื้นที่จุดเกิดเหตุฆ่า 3 ศพฝังดิน ที่ตำบลบ้านนา อำเภอมหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อหาข้อมูลหลักฐานเพิ่มเติมในที่เกิดเหตุ ทั้งจุดพบเผาเศษผ้าและฝังโทรศัพท์ รวมถึงจุดบริเวณโรงยอ ที่กลุ่มผู้ตายมานั่งดื่มหล้า พบมีการขุดหลุมทิ้งไว้ สภาพยังใหม่ ซึ่งคาดว่าจะเป็นจุดที่กลุ่มผู้ตายและกลุ่มคนร้ายอยู่ด้วยกันก่อนหายตัวไป
...
ขณะเดียวกัน การสอบสวนผู้ที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ และกลุ่มเพื่อน ผู้ใกล้ชิด เจ้าหน้าที่ได้ทำการสอบปากคำทั้งคืน เพื่อเร่งหากลุ่มตัวคนร้ายให้ได้โดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ ยังไม่ตัดประเด็นใดออกไป ทั้ง ยาเสพติด การทะเลาะกันในกลุ่ม ร่วมถึงการขัดผลกระโยชน์บางอย่าง ซึ่งในช่วงบ่าย วันที่ 15 ส.ค. ทาง ผบช.ภ.1 จะเดินทางมาแถลงข่าวที่ สภ.มหาราช พร้อมลงพื้นที่เร่งรัดติดตามตัวคนร้ายให้ได้โดยเร็วที่สุด เพราะถือเป็นคดีอุกฉกรรจ์ เป็นที่สนใจของประชาชน เนื่องจากเป็นการฆ่าทีเดียวถึง 3 ศพ ทั้งยังฝังอำพรางคดี.