ไวยาวัจกรวัดบุไผ่ ร้องดีเอสไอดำเนินคดี นายตำรวจยศ "พล.ต.ต." ยักยอกทรัพย์จัดสร้างรูปเหมือนหลวงพ่อคูณองค์ใหญ่ ซื้อที่ดินในนามส่วนตัวทำมูลนิธิฯ เสียหายกว่า 100 ล้านบาท
เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 27 ก.ค. 60 ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายธนพัฒน์ สุขเกษม ตัวแทนเครือข่ายประชาชนปฏิรูป พร้อมด้วย นายเชาวลิต เงินรวง ไวยาวัจกรวัดบุไผ่ หรือวัดบ้านไร่ 2 ต.วังน้ำเขียว อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา และพระลูกวัดอีก 1 รูป เดินทางยื่นหนังสือต่อ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ ให้ดำเนินคดีกับนายตำรวจเกษียณอายุราชการยศ พล.ต.ต.รายหนึ่ง ซึ่งเป็นลูกศิษย์ใกล้ชิดพระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ เกจิชื่อวัดบ้านไร่ จ.นครราชสีมา กรณียักยอกทรัพย์เงินบริจาคจัดซื้อที่ดินขยายวัดบุไผ่ไป
นายธนพัฒน์ กล่าวว่า เมื่อปี 57 คณะกรรมการวัดบุไผ่ ซึ่งมีนายตำรวจยศ พล.ต.ต.ดังกล่าว เป็นประธานได้มีมติจัดโครงการสร้างรูปเหมือนหลวงพ่อคูณองค์ใหญ่ที่สุดในโลก โดยนายตำรวจคนดังกล่าวได้ทำการโฆษณาให้ประชาชนร่วมบริจาคเงินเข้าบัญชีวัดบุไผ่ หลายบัญชี หลังจากนั้นนายตำรวจคนดังกล่าว ได้เบิกถอนเงินไปซื้อที่ดินติดกับวัด จำนวน 11 ไร่ โดยอ้างว่าเพื่อเป็นการขยายพื้นที่วัด แต่กลับใช้ชื่อตัวเองเป็นผู้ถือครองกรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าว
"หลังซื้อที่ดินไปแล้ว นายตำรวจคนดังกล่าวได้ก่อตั้งมูลนิธิหลวงพ่อคูณองค์ใหญ่ โดยมีตัวเองเป็นประธานมูลนิธิ พร้อมนำรูปเหมือนหลวงพ่อคูณที่จัดสร้างแล้วไปประดิษฐานบนที่ดินที่ซื้อมา อีกทั้งได้จัดสร้างวัตถุมงคลและถาวรวัตถุในที่ดินของตัวเอง โดยไม่ได้เป็นผู้รับมอบอำนาจจากเจ้าอาวาสวัดให้ดำเนินการจัดสร้างวัตถุมงคล ซึ่งเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย และสร้างความเสียหายแก่วัดบุไผ่ คาดว่านับตั้งแต่มีการรับเงินบริจาคจากประชาชนที่มีหลาย 10 ล้านบาท และความเสียหายที่ถูกยักยอกไปอีกหลายส่วน จนถึงปัจจุบันรวมมูลค่าความกว่า 100 ล้านบาท จึงมาร้องดีเอสไอ เพื่อดำเนินคดีข้อหา ยักยอกทรัพย์และฉ้อโกงประชาชน และให้ติดตามเงินมาคืนวัด" นายธนพัฒน์ กล่าว
...
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์เชิญผู้เสียหายเข้าไป กรอกเอกสารในห้องร้องทุกข์ตามขั้นตอนการร้องเรียนต่อไป.