กลุ่มผู้เสียหายประมาณ 80 ราย รวมตัว ค้านดีเอสไอถอนอายัดของกลาง หลังผู้บริหารสหกรณ์ฯ คลองจั่น ฟ้องแพ่งขอให้ดีเอสไอถอนอายัด ชี้หากฟ้องคดีแพ่งได้เงินชดใช้น้อยกว่าความเป็นจริง

เมื่อเวลา 10.00 น. วันนี้ 14 ก.ค. 60 ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายธรรมนูญ อัตโชติ ประธานชมรมคุ้มครองสิทธิเจ้าหนี้รายย่อยสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด พร้อมผู้เสียหายประมาณ 80 ราย เดินทางเข้ายื่นเอกสารต่อ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ เพื่อคัดค้านการส่งคืนทรัพย์ที่มีส่วนเกี่ยวพันคดีสหกรณ์ฯ คลองจั่น และคืนเงินให้แก่ผู้เสียหาย โดยมี พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการศูนย์บริหารคดีพิเศษ ดีเอสไอ และรองโฆษก ดีเอสไอ เป็นผู้รับเรื่อง

นายธรรมนูญ กล่าวว่า สืบเนื่องจากกลุ่มผู้เสียหายจำนวนมากสมัครสมาชิกสหกรณ์ฯ คลองจั่น แต่ถูกหลอกลวงทุจริตโกงเงินไปทำธุรกิจแชร์ลูกโซ่ แต่งงบการเงินบัญชีกำไรอันเป็นเท็จ เป็นการกระทำฝ่าฝืนคำสั่งหน่วยงานที่กำกับดูแลและถูกปล่อยปละละเลยจนก่อความเสียหายร้ายแรงต่อประชาชนผู้ฝากเงินออมทรัพย์ กว่า 10,000 ราย รวมความเสียหาย 1.7 หมื่นล้านบาท ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ก่อนมีการร้องเรียน ดีเอสไอ และ ปปง. จนกระทั่งมีการตัดสินความผิดข้อหายักยอกทรัพย์ ผู้บริหารชุดเก่าพร้อมยึดทรัพย์สินคืนมาได้ จำนวน 3,811 ล้านบาท ตั้งแต่ปี 56 เพราะมีการแปลงสภาพจากเงินเป็นที่ดินและทรัพย์สินอื่นๆ นอกจากนี้ ยังได้มีการยึดทรัพย์ บ.เอ็มโฮมฯ เพิ่มเติมอีก 321 ล้านบาท เพื่อคืนแก่สมาชิกผู้เสียหาย

นายธรรมนูญ กล่าวอีกว่า ปัจจุบัน สหกรณ์ฯ คลองจั่น มีการยอมความกับอดีตประธานสหกรณ์ฯ คลองจั่น นำไปสู่การถอนคดีความ โดยไม่คำนึงถึงความเสียหายในคดีอื่นๆ ที่อยู่ระหว่างดำเนินคดีอีกเป็นจำนวนมาก แม้หน่วยงานกำกับดูแลและนายทะเบียนมีคำสั่งห้ามแล้วก็ยังฝ่าฝืน จนในที่สุดศาลได้ยกคำร้องไม่ให้ถอนคดี เพราะเป็นอำนาจนายทะเบียนสหกรณ์ แต่ยังมีความพยายามเดินหน้าในชั้นศาลฎีกาต่อไปอีก รวมถึง มีกรรมการสหกรณ์ฯ คลองจั่น ที่เคยร่วมทีมเดียวกับอดีตประธานสหกรณ์ฯ ยังคงจ้างให้ทำงานตามปกติ ทำให้ส่งผลต่อความเชื่อมั่นต่อองค์กร แม้จะได้รับการให้เข้าสู่สภาวะการฟื้นฟูกิจการตามนัยกฎหมาย

...

"สมาชิกทราบดีว่าทรัพย์สินที่เสียหายทั้งหมดเป็นเรื่องเกี่ยวพันเชื่อมโยงกับคดีฟอกเงินแต่สหกรณ์ฯ ก็ยังเลือกใช้ช่องทางการฟ้องร้องคดีแพ่ง ทำให้ได้รับคืนเพียงเงินต้นเท่านั้น เพื่อให้คู่กรณีมีการชดใช้คืน หรือยอมความกับคู่กรณี ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อองค์กรและเจ้าหนี้ ซึ่งจริงแล้วหากเป็นคดีฟอกเงินจะต้องได้ดอกเบี้ยคืนหมดจนถึงปลายทางมากกว่าจำนวนเงินหลักร้อยล้านบาท นอกจากนี้ สหกรณ์ฯ คลองจั่น เห็นชอบจ่ายเงินการจ้างทนายความทำคดีต่อยอดจากคดีเจ้าหน้าที่รัฐยึดทรัพย์มาให้ด้วยค่าจ้างสูงถึงร้อยละ 3 ต่อคดี เช่น มูลค่าทรัพย์ 3,811 ล้านบาท ต้องเสียค่าจ้างทนายความเป็นเงินสูงถึง 114 ล้านบาท เป็นต้น และทรัพย์สินผู้เสียหายจะเหลืออะไรบ้าง" นายธรรมนูญ กล่าว

ด้าน พ.ต.ต.วรณัน เปิดเผยว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่รับเรื่องดังกล่าวไว้พิจารณาก่อนนำเสนอ อธิบดีดีเอสไอ ตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป.