ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    ตลาดทองคึกคัก ยอดติดโควิดฯสหรัฐฯพุ่ง ดันราคาพีคสุดรอบเกือบ 9 ปี

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์9 ก.ค. 2563 19:13 น.
    SHARE

    "วายแอลจี" เผยตลาดทองคำคึกคัก หลังราคาพุ่งสู่ระดับสูงสุดในรอบเกือบ 9 ปี เหตุนักลงทุนเน้นลงทุนสินทรัพย์ปลอดภัย หลังตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิดฯในสหรัฐฯพุ่งขึ้นต่อเนื่อง มองระยะยาวมีโอกาสไปต่อ ส่วนระยะสั้นอาจมีแรงเทขายทำกำไร ชี้ ราคาปรับตัวลงเป็นโอกาสเข้าซื้อ แนะนักลงทุนสามารถเพิ่มทางเลือกการลงทุนช่วงทองแพงผ่านตลาด TFEX

    เมื่อวันที่ 9 ก.ค.63 น.ส.ฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG) ตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าในตลาด TFEX เปิดเผยว่า ราคาทองคำทั้งในตลาดโลกและในประเทศนั้นปรับตัวขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเมื่อวันที่ 8 ก.ค.63 ราคาปรับขึ้นไปอยู่ระดับสูงสุดของปีนี้ที่ 1,818 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งถือว่าปรับขึ้นมาจากต้นปีแล้วเกือบ 20% โดยราคานี้ถือเป็นราคาที่ปรับขึ้นมาสูงสุดในรอบเกือบ 9 ปี เท่ากับระดับราคาในเดือน ก.ย.ปี 54 สำหรับการปรับขึ้นมาอย่างต่อเนื่องนั้น ยังคงมาจากปัจจัยความวิตกหลังตัวเลขผู้ติดเชื้อ COVID-19 รายใหม่ในสหรัฐฯพุ่งต่อเนื่อง ล่าสุด Johns Hopkins University ระบุว่า ตัวเลขผู้ติดเชื้อ COVID-19 รายใหม่ในสหรัฐฯพุ่งแตะ 60,021 ราย ในวันอังคารที่ 7 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่ ทำให้ผู้ติดเชื้อในสหรัฐฯทะยานขึ้นสูงกว่า 3 ล้านราย ด้านความสัมพันธ์สหรัฐฯ-จีนยังคงย่ำแย่ จากประเด็นจีนเตรียมกำหนดข้อจำกัดวีซ่าต่อพลเมืองสหรัฐฯ เพื่อเป็นการตอบโต้กรณีเปิดประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนในทิเบต รวมถึงเรื่องความมั่นคงในฮ่องกง จึงทำให้มีแรงเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย อย่างไรก็ตามหากมีการผลิตวัคซีน COVID-19 สำเร็จ ก็อาจเป็นปัจจัยกดดันให้ราคาทองคำปรับลดลงมาได้

    น.ส.ฐิภา กล่าวต่อว่า การปรับตัวขึ้นของราคาทองคำในขณะนี้ อาจทำให้นักลงทุนบางส่วนมีข้อจำกัดในด้านการลงทุน เพราะราคาที่สูงขึ้นทำให้ต้องใช้เงินลงทุนในการลงทุนทองคำแท่งที่สูงขึ้นตาม อย่างไรก็ดีนักลงทุนสามารถเลือกลงทุนทองคำผ่านตลาด TFEX ทั้งในแบบโกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์ส (Gold Online Futures) ที่เป็นการซื้อขายทองคำล่วงหน้าในรูปแบบดอลลาร์สหรัฐฯ ทำให้นักลงทุนไม่ต้องมีความกังวลด้านความเสี่ยงจากการผันผวนของค่าเงิน ส่วนนักลงทุนที่มีความคุ้นเคยในการลงทุนในรูปของเงินบาทนั้น ก็สามารถลงทุนผ่านโกลด์ฟิวเจอร์ส (Gold Futures) ได้เช่นกัน ซึ่งในส่วนนี้แม้จะเป็นการซื้อขายด้วยเงินบาท แต่สามารถเป็นทางเลือกในการป้องกันความเสี่ยง สำหรับการลงทุนในทองคำและกลุ่มร้านทองที่สำคัญ คือ การลงทุนผ่าน TFEX ยังใช้เงินลงทุนน้อยกว่าการลงทุนในทองคำแท่ง เพราะวางเงินลงทุนเพียงไม่ถึง 1 ใน 10 ของมูลค่าสัญญา เช่น หากนักลงทุนทำการลงทุนในทองคำแท่งมูลค่า 10 บาททองคำ ต้องใช้เงินลงทุนมากกว่า 260,000 บาท แต่ถ้าลงทุนใน TFEX จะใช้เงินลงทุนไม่ถึง 20,000 บาท และหากในอนาคตราคาทองคำปรับขึ้นไปตามที่ลงทุนไว้ ก็สามารถทำกำไรได้ อีกหนึ่งความพิเศษของการลงทุนใน TFEX คือ สามารถทำได้ทั้งสภาวะที่ราคาทองเป็นขาขึ้นและขาลง

    "สำหรับคำแนะนำการลงทุนในช่วงนี้ มองว่าราคาทองยังแกว่งตัวขึ้น แต่ระยะสั้นแนะนำหาจังหวะขายทำกำไรช่วงราคา 1,818 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาผ่านได้ให้รอขายที่แนวต้านถัดไปที่ 1,831 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่วนแนวรับหากราคาทองคำปรับตัวลดลงให้ทยอยเข้าซื้อ 1,800-1,789 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และแนวรับถัดไปที่ 1,777 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อย่างไรก็ตามสำหรับนักลงทุนที่ลงทุนใน TFEX ควรตั้งจุดตัดขาดทุน เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากราคาที่อาจผันผวนได้ โดยแนะนำตั้งจุดตัดขาดทุนสถานะซื้อหากราคาหลุด 1,789 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพื่อถอยจุดซื้อไปยังแนวรับถัดไป" น.ส.ฐิภา กล่าว.

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ทองทองคำราคาทองคำตลาดทองซื้อขายทองข่าวทั่วไป

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้