ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    "วายแอลจี" คาดหลังคลายล็อกเฟส 3 ตลาดทองคึกคัก ทำกำไรส่วนต่างง่ายขึ้น

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์6 มิ.ย. 2563 03:54 น.
    SHARE

    "วายแอลจี" คาดหลังคลายล็อกดาวน์เฟส 3 พฤติกรรมซื้อทองคำออนไลน์คึกคักต่อเนื่อง เหตุกลายเป็น "New Normal" ผู้บริโภคยุคใหม่ พร้อมมองส่วนต่างราคาซื้อ-ขายปรับลดลงมาสู่ระดับปกติ หนุนนักลงทุนระยะสั้นกลับเข้ามาลงทุนมากขึ้น เพิ่มโอกาสทำกำไร มองทิศทางทองคำระยะสั้นยังมีแรงขายสลับออกมาเมื่อใกล้ถึงจุดสูงสุดของปีที่ 1,765-1,739 ดอลลาร์ต่อออนซ์

    เมื่อวันที่ 5 มิ.ย.63 นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) ผู้นำเข้าและส่งออกทองคำแท่งรายใหญ่ของไทย เปิดเผยว่า หลังการคลายล็อกดาวน์เฟส 3 ตลาดทองคำมีแนวโน้มจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ แม้การระบาดของ COVID-19 จะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของคนไทย เกี่ยวกับการซื้อทองคำไปสู่การซื้อทองคำผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์มากยิ่งขึ้น เกิดความต้องการจัดส่งทองคำแบบเดลิเวอรี่ส่งตรงถึงบ้านก็พุ่งสูงขึ้น ซึ่งถือเป็น "New Normal" ของวงการทองคำ อย่างไรก็ดีเนื่องจากทองคำเป็นสินค้าที่มีมูลค่าสูง ชาวไทยบางส่วนจึงยังนิยมไปเลือกซื้อหรือขายทองคำที่ร้านทองด้วยตนเอง ดังนั้นจึงมั่นใจว่าภาพรวมการซื้อ-ขายทองคำจะคึกคักขึ้น ทั้งในแง่ของออนไลน์และออฟไลน์ควบคู่กันไป

    นอกจากนี้ในช่วงที่ทั่วโลกทำการล็อกดาวน์นั้น ส่งผลให้การขนส่งและการซื้อขายทองคำได้รับผลกระทบ จึงทำให้ส่วนต่างราคาซื้อ-ขายทองคำในประเทศเพิ่มขึ้นสูงเป็น 300 บาทต่อบาททองคำ จึงเป็นอุปสรรคสำคัญสำหรับนักลงทุนระยะสั้น (Day Trade) ที่ต้องรอการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำนานยิ่งขึ้น จึงจะสามารถขายทำกำไรได้ ซึ่งการถือนานขึ้นย่อมจะส่งผลต่อการบริหารความเสี่ยงของพอร์ตลงทุนไปด้วย ดังนั้นเมื่อส่วนต่างราคาซื้อขายกลับมาเป็นปกติ จึงมีแนวโน้มจะดึงดูดนักลงทุนทองคำประเภท Day Trade ให้กลับเข้ามาในตลาดอีกครั้ง ทำให้คาดว่าปริมาณการซื้อขายทองคำเพื่อการลงทุนอาจเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ทองคำมีกรอบการแกว่งตัวกว้างขึ้น ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสที่นักลงทุนสามารถเข้ามาทำกำไรจากการเคลื่อนไหวของราคาทองคำได้

    อย่างไรก็ดีในส่วนของปัจจัยพื้นฐานนั้น แม้ยังมีปัจจัยที่หนุนราคาทองคำในระยะยาวยังคงอยู่ ไม่ว่าจะเป็นแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยทั่วโลกที่อยู่ในระดับต่ำ การดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจทางการเงินและการคลังทั่วโลก ความตึงเครียดระหว่างจีนและสหรัฐฯ รวมถึงปัจจัยระยะสั้นอย่างเหตุจลาจลเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้ นายจอร์จ ฟรอยด์ แต่ความต้องการสินทรัพย์เสี่ยงที่เพิ่มสูงขึ้นในระยะนี้ ท่ามกลางความหวังว่าเศรษฐกิจโลกจะพลิกฟื้นหลังจากทั่วโลกลับมาเปิดเศรษฐกิจอีกครั้ง เป็นปัจจัยกดดันให้ทองคำถูกแรงขายทำกำไรสลับออกมาเป็นระยะ จะเห็นได้ว่าเมื่อราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นเข้าใกล้บริเวณระดับสูงสุดของปีนี้ มักจะมีแรงขายทำกำไรสลับออกมาทุกครั้ง ดังนั้นวายแอลจีจึงยังคงแนะนำให้นักลงทุนแบ่งทองคำออกขายทำกำไร เมื่อราคาปรับตัวสูงขึ้นเข้าใกล้ระดับสูงสุดของปีนี้ บริเวณ 1,765-1,739 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือ 26,450-26,050 บาทต่อบาททองคำ หากผ่านได้ค่อยถือต่อไปรอขายบริเวณแนวต้านโซน 1,788-1,795 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือ 26,800-27,900 บาท ซึ่งเป็นจุดสูงสุดของช่วงเดือน ก.พ. ,ก.ย. และ ต.ค. 2555 

    ขณะที่การเข้าซื้ออาจรอราคามีการปรับตัวลดลงและไม่หลุดแนวรับ เบื้องต้นคาดการณ์แนวรับแรกบริเวณ 1,690-1,680 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือ 25,300-25,150 บาทต่อบาททองคำ (ราคาไทยคำนวณจากค่าเงินบาท ณ ระดับ 31.60 บาท/ดอลลาร์) ที่สำคัญนักลงทุนควรหลีกเลี่ยงการไล่ซื้อพร้อมกำหนดจุดตัดขาดทุนประกอบการลงทุนทุกครั้ง

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ทองทองคำราคาทองคำตลาดทองคำซื้อขายทองข่าวทั่วไป

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้