ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    วายแอลจี แนะกลยุทธ์รับมือส่วนต่าง "ซื้อ-ขาย" ทองแท่ง เพิ่มโอกาสทำกำไร

    ไทยรัฐออนไลน์31 มี.ค. 2563 02:39 น.
    SHARE

    "วายแอลจี" วิเคราะห์ประเด็นส่วนต่างการซื้อ-ขายทองคำแท่ง เพิ่มเป็น 300 บาท จากเดิมอยู่ที่ 100 บาท เป็นไปตามส่วนต่างราคาทองคำแท่งในตลาดโลกที่กว้างขึ้น หลังจากโรงงานสะกัดทองคำในสวิตเซอร์แลนด์ ระงับการผลิตชั่วคราวจากผลกระทบ "โควิด-19"  แนะนักลงทุนในประเทศปรับกลยุทธ์ ถือยาวมากขึ้นรอส่วนต่างเหมาะสม ก่อนขายทำกำไร ส่วนนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้น้อย แนะชะลอการลงทุน 

    เมื่อวันที่ 30 มี.ค.63 นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) ผู้นำเข้าและส่งออกทองคำแท่งรายใหญ่ของไทย กล่าวว่า จากที่สมาคมค้าทองคำได้ประกาศการกำหนดราคาทองคำแท่งขายออก และราคาทองคำแท่งรับซื้อคืนมีส่วนต่าง 300 บาท จากเดิมอยู่ที่ 100 บาท เพื่อให้การซื้อขายทองคำภายในประเทศ ยังสามารถดำเนินการต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ว่าจะได้รับผลกระทบจากการระบาดของ COVID-19 ที่ทำห่วงโซ่อุปทานทองคำทั่วโลกหยุดชะงัก เนื่องจากจากการระบาดของ COVID-19 นั้นส่งผลให้เที่ยวบินระหว่างประเทศถูกยกเลิก จึงกระทบกับการขนส่งทองคำ ไม่เพียงเท่านั้นโรงสกัดทองรายใหญ่ที่อยู่ในเมืองทิซิโน ของสวิสเซอร์แลนด์ ซึ่งอยู่ใกล้พรมแดนอิตาลี ที่ผลิตทองคำราว 1,500 ตันต่อปี หรือคิดเป็น 1 ใน 3 ของปริมาณการผลิตทั่วโลก ถูกสั่งระงับการผลิตชั่วคราว เพื่อยับยั้งการระบาด COVID-19 ไปถึงวันที่ 29 มี.ค. และ 5 เม.ย. ดังนั้นจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ผู้ค้าทองคำ ซัพพลายเออร์ และผู้ผลิตที่ถือสถานะขาย (Short) ในสัญญาฟิวเจอร์สทองคำตลาด COMEX เกิดความวิตกว่า อาจจะไม่สามารถส่งมอบทองคำตามกำหนดได้ จึงเกิดการปิดสถานะขายด้วยการทำธุรกรรมฝั่งตรงข้าม คือ การซื้อคืนจึงเป็นที่มาที่ทำให้ส่วนต่างระหว่าง สัญญาฟิวเจอร์สทองคำตลาด COMEX กับ Gold Spot กว้างมากขึ้น

    ขณะที่มาตรการ Lockdown ในประเทศกระทบการกำหนดราคาในตลาดทอง OTC ลอนดอน พร้อมกันนี้ความเสี่ยงจากการขนส่งทองคำ ความเสี่ยงจากการนำเข้า-ส่งออก และความเสี่ยงอันเนื่องมาจากการระงับการผลิตชั่วคราว ของโรงสกัดทองส่งผลให้ส่วนต่างราคาซื้อ-ขาย ของราคาทองคำแห่งในตลาดโลกกว้างมากกว่า 20 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ดังนั้นเมื่อส่วนต่างการซื้อขายของราคาทองคำในตลาดโลกเพื่อสูงขึ้น ย่อมส่งผลให้ส่วนต่างราคาซื้อขายของราคาทองคำในประเทศเพิ่มมากขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

    อย่างไรก็ตามส่วนต่างราคาที่เพิ่มขึ้น ย่อมจะเป็นอุปสรรคสำหรับนักลงทุนระยะสั้นที่จะเผชิญปัญหา เมื่อซื้อแล้วต้องรอการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำมากยิ่งขึ้นจึงจะสามารถขายทำกำไรได้ ตามปกติแล้วหากค่าเงินบาทคงที่ เมื่อราคาทองคำในตลาดโลกขยับขึ้น-ลง 1 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จะส่งผลให้ราคาทองคำในประเทศขยับขึ้น-ลงประมาณ 10-15 บาทต่อบาททองคำ กรณีปัจจุบันส่วนต่างเพิ่มขึ้นจาก 100 บาทเป็น 300 บาท นั่นเท่ากับว่านักลงทุนต้องรอให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นมากถึง 20-30 ดอลลาร์ต่อออนซ์จึงจะสามารถขายทำกำไรได้ ดังนั้นวายแอลจีจึงแนะนำปรับระยะของการลงทุน อาทิเช่น จากเดิมหากเป็นนักลงทุนทำกำไรระหว่างวัน อาจปรับเป้าหมายการลงทุนเป็นระยะสัปดาห์ แต่หากนักลงทุนรับความเสี่ยงได้น้อย แนะนำรอสถานการณ์ทองคำในตลาดโลกกลับสู่สภาวะปกติ แล้วจึงกลับเข้ามาลงทุนในตลาดทองคำอีกครั้ง สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้มาก รวมไปถึงนักลงทุนระยะกลางและระยะยาว แนะนำรอจังหวะการอ่อนตัวของราคาแล้วจึงเข้าซื้อสะสม เนื่องจากมีปัจจัยบวกเพิ่มเติมที่อาจส่งผลหนุนราคาทองคำในปีนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปรับลดอัตราดอกเบี้ยทั่วโลก ซึ่งจะสร้างแวดล้อมที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำถึงติดลบ ทำให้ต้นทุนการถือครองทองคำอยู่ในระดับต่ำ นอกจากนี้การอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในปริมาณมหาศาล อาจกระตุ้นความวิตกเกี่ยวกับ "ภาวะเงินเฟ้อ" พร้อมกันนี้เงินสกุลต่างๆยังมีแนวโน้มอ่อนค่า โดยเฉพาะสกุลเงินดอลลาร์อาจมีแนวโน้มอ่อนค่าลงอีกด้วย

    "เบื้องต้นหากเกิดแรงขายในตลาดทองคำ แต่หากราคาไม่หลุดโซนแนวรับ 1,554 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ประเมินว่า เป็นการอ่อนตัวลงเพื่อสะสมแรงซื้ออีกครั้ง ทั้งนี้นักลงทุนอาจพิจารณาเข้าซื้อบริเวณดังกล่าว เพื่อหวังทำกำไรจากการดีดตัวขึ้นทดสอบแนวต้านโซน 1,671-1,703 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ที่สำคัญ คือ นักลงทุนจัดสรรเงินทุนให้เหมาะสมกับความเสี่ยงและเงินทุนของตนเอง ที่สำคัญคือต้องมีวินัยในการลงทุน ซึ่งจะทำให้นักลงทุนสามารถลงทุนทองคำได้อย่างประสบความสำเร็จ ในยามที่ตลาดทองคำทั่วโลกเผชิญความท้าทายในแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน" นางพวรรณ์ กล่าว

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ทองทองคำราคาทองคำตลาดทองคำซื้อขายทองคำข่าวทั่วไป

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้