หุ้นอาหาร–นิคมยังสวย!!

โดย อินเด็กซ์ 51
18 พ.ค. 2562 05:01 น.
Share :
line-share-logo


ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 17 พ.ค.62 ปิดที่ 1,608.11 จุด ลดลง 6.64 จุด มีมูลค่าซื้อขาย 47,013.92 ล้านบาท ต่างชาติขายสุทธิ 1,394.36 ล้านบาท

หุ้นที่ซื้อขายสูงสุด PTT ปิด 46.50 บาท ลบ 0.50 บาท, CPALL ปิด 76.75 บาท บวก 0.50 บาท, SCC ปิด 454 บาท ลบ 6 บาท, SCB ปิด 121 บาท ลบ 1 บาท และ AOT ปิด 67.25 บาท ลบ 0.75 บาท

“ไพบูลย์ นลินทรางกูร” นายกสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุนและ “เทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม” ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.เอเซียพลัส นักกลยุทธ์การลงทุนยอดเยี่ยมของสมาคมนักวิเคราะห์ปี 2018

ร่วมกันให้มุมมองในหัวข้อ “ลงทุนอย่างไร ในช่วงการเมืองคืบหน้า สงครามการค้าโลกคืบหลัง” โดย “ไพบูลย์” มองภาพรวมตลาดหุ้นไทยระยะสั้นได้รับผลกระทบจาก 2 ปัจจัย คือ สงครามการค้าและการเมืองในประเทศ ซึ่งปัจจุบันเม็ดเงินไหลเข้าลงทุนในตลาดพันธบัตรมากกว่า แต่ หากทั้ง 2 ปัจจัยคลี่คลาย เชื่อว่าครึ่งปีหลังภาพรวมตลาดหุ้นไทยจะฟื้นตัว โดยมองเป้าหมายดัชนีหุ้นไทยไว้ที่ 1,750 จุด เพราะราคาหุ้นไทยยังมีมูลค่า ถูกสุดในอาเซียนและมีปันผลที่น่าสนใจหากเทียบกับดอกเบี้ยเงินฝาก

ขณะที่ให้มุมมองการเมืองไทยว่า ถือว่ากำลังมีรัฐบาลจากการเลือกตั้ง แม้ยังมีความเสี่ยงเสถียรภาพรัฐบาล ซึ่งต้องจับตาการประชุมรัฐสภาสัปดาห์หน้า การโหวตนายกรัฐมนตรีและโฉมหน้ารัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจ ส่วนสงครามการค้าจีน-สหรัฐฯ คาดว่ามีโอกาสคลี่คลายในการประชุมผู้นำ G20 ช่วงเดือน มิ.ย.

“เทิดศักดิ์” ชี้สงครามการค้าหากยืดเยื้อส่งผลกระทบวงกว้าง บล.เอเซียพลัส อาจปรับลดประมาณการดัชนีลงโดยปัจจุบันคงเป้าปีนี้อยู่ที่ 1,705 จุด อิง P/E 16 เท่า โดยประมาณการ EPS ปีนี้อยู่ที่ 106.58 บาท/หุ้น มองราคาน้ำมันดิบดูไบที่ 65 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งหากปรับลดทุกๆ 5 เหรียญ จะกระทบกำไรกลุ่มพลังงานลดลง 1.5 หมื่นล้านบาท

ส่วนการเมืองไม่น่ากังวล ระยะสั้นหุ้นไทยยังรอความชัดเจนทั้ง 2 ปัจจัย เชื่อว่าหุ้นไทยยังไม่หลุดแนวรับ 1,580 จุด ซึ่งเป็นระดับ P/E ที่ 15 เท่า มองหุ้นที่ได้ประโยชน์จากสงครามการค้าคือ กลุ่มส่งออกอาหารจากแนวโน้มเงินบาทชะลอแข็งค่าต้นทุนถั่วเหลืองลดลงหนุน แนะหุ้น CPF, TFG, GFPT, BR และกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม แนะหุ้น WHA, AMATA!!

อินเด็กซ์ 51

อ่านเพิ่มเติม...