หุ้นหลังเลือกตั้ง!!

โดย อินเด็กซ์ 51
2 เม.ย. 2562 05:01 น.
Share :
line-share-logo

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 1 เม.ย.62 ปิดที่ 1,644.64 จุด เพิ่มขึ้น 5.99 จุด มีมูลค่าซื้อขาย 44,506.99 ล้านบาท ต่างชาติขายสุทธิ 193.95 ล้านบาท

“วิน อุดมรัชตวนิชย์” ประธานกรรมการบริหาร บล.เคทีบี (ประเทศไทย) มองตลาดสัปดาห์นี้แกว่งในกรอบ 1,620-1,660 จุด หลังการเจรจาการค้าจีน-สหรัฐฯที่ผ่านไปได้ด้วยดี เป็นบวกต่อตลาดหุ้น ขณะที่ราคาน้ำมันดิบและราคาสินค้าโภคภัณฑ์มีแนวโน้มที่ดี ทำให้ตลาดคลายความกังวลโดย OPEC ตัดสินใจคงกำลังผลิตน้ำมันในระดับต่ำ อยู่ที่ 30.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน ต่ำสุดในรอบ 4 ปี เป็นผลบวกต่อผู้ผลิตน้ำมันและปิโตรเคมีขั้นต้น

ส่วนประเด็นอื่นที่ต้องจับตาคือ การพิจารณาของรัฐสภาอังกฤษ เพื่อหาทางออกในการถอนตัวจากสหภาพยุโรป รวมถึงตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐฯ

ปัจจัยในประเทศคือการเมืองที่ยังไม่ชัดเจนว่าขั้วใดจะตั้งรัฐบาลได้ ดังนั้นช่วงนี้นักลงทุนอาจชะลอการลงทุน โดยข่าวที่เกี่ยวข้องกับการเมือง จะมีผลต่อตลาดหุ้นแบบรายวัน ส่วนประเด็นอื่นที่น่าสนใจคือ MSCI

ที่จะนำหุ้น NVDR มาคำนวณเพื่อปรับน้ำหนักลงทุน อาจทำให้ราคาหุ้นที่เกี่ยวข้องปรับตัวสูงขึ้น โดยหุ้นที่ถูกคาดว่าจะนำเข้าคำนวณดัชนีฯจากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้คือ INTUCH, CENTEL, RATCH, DTAC

แนะกลยุทธ์ลงทุน เน้นหุ้นรายตัวที่เคลื่อนไหวตามตัวแปรต่างประเทศและหุ้นที่มีการเติบโตของกำไรดี เช่น PTTEP, CPN, BDMS, EA, KTB, SAMART แต่ยังต้องติดตามข่าวการเมืองอย่างใกล้ชิด!!

ขณะที่งานสัมมนาบริษัทในกลุ่มกสิกรไทย แนะหุ้นน่าลงทุนหลังเลือกตั้งคือ CPALL จากนโยบายการขึ้นค่าแรง และหุ้น STEC จากการลงทุนโครงการขนาดใหญ่เดินหน้าต่อเนื่อง ส่วน AOT ได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวนักท่องเที่ยว และรายได้จากการประมูลพื้นที่ดิวตี้ฟรีรวมทั้งอุตสาหกรรมที่ได้ประโยชน์จากสังคมผู้สูงอายุ เชียร์ BH

แนะกลยุทธ์จัดพอร์ตสำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงได้ระดับ 3-4 ให้ลงทุนในหุ้น 55% เป็นหุ้นต่างประเทศ 35% หุ้นไทย 25% และตราสารหนี้ 45% สามารถสร้างผลตอบแทนเฉลี่ย 4-5.5% ต่อปี

ส่วนผู้ที่รับความเสี่ยงได้ระดับ 5-6 ให้ลงทุนในหุ้น 70% เป็น หุ้นไทย 30% หุ้นต่างประเทศ 30% ตราสารหนี้ 21% และสินทรัพย์ทางเลือก 7% สามารถสร้างผลตอบแทนเฉลี่ยที่ 5-7.5% ต่อปี!!

อินเด็กซ์ 51

อ่านเพิ่มเติม...