ไลฟ์สไตล์
100 year

"สิงห์ เอสเตท" เปิดวิสัยทัศน์การเติบโตที่มั่นคง

วานิชหนุ่ม
6 มี.ค. 2564 05:01 น.
SHARE

สิงห์ เอสเตท” บริษัทผู้พัฒนาและลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของกลุ่มภิรมย์ภักดี จากการประกาศวิสัยทัศน์ การ “พรีเมียร์ พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ แอนด์ อินเวสต์เม้นท์โฮลดิ้ง คัมปานี” สร้างการเติบโตทางธุรกิจด้วยการขยายการลงทุนไปในหลากหลายรูปแบบผ่านพอร์ตโฟลิโอที่เติบโตอย่างมั่นคง

จากจุดเริ่มต้นในฐานะบริษัทของครอบครัว ที่บริหารจัดการสินทรัพย์และดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของตระกูล มาสู่การเป็นบริษัทมหาชน ที่มีการบริหารงานอย่างมืออาชีพ มีสินทรัพย์อยู่ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่หลากหลายกระจายอยู่ในหลายภูมิภาคโครงการที่โดดเด่นของบริษัทคือ สันติบุรี เดอะ เรสซิเดนเซส ที่ถนนประดิษฐ์มนูธรรม ถูกยกว่าเป็นโครงการบ้านเดี่ยวแพงที่สุดอันดับหนึ่งในประเทศไทย ราคาขายหลังละ 260 ล้านบาท บนที่ดินตารางวาละ 265,000บาท

ข่าวแนะนำ

ปัจจุบันธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ของสิงห์ เอสเตทประกอบด้วยพื้นที่อาคารสำนักงานและพื้นที่ค้าปลีกรวม 140,000 ตารางเมตร สร้างรายได้ประมาณ 15% ของรายได้ปี 2563 โรงแรมและรีสอร์ต 39 แห่ง ใน 5 ประเทศ ห้องพักรวมกัน 4,647 ห้อง สร้างรายได้ราว 24% และมีโครงการที่พักอาศัย 23 โครงการ ประกอบด้วยที่อยู่อาศัยแนวราบและคอนโดมิเนียม เช่นแบรนด์สันติบุรี The ESSE และแบรนด์อื่นๆ ซึ่งสร้างรายได้ให้กับบริษัทประมาณ 57%

หลังจากปรับโครงสร้างการบริหารด้วยการเลื่อนต่ำแหน่งผู้บริหารระดับสูงจำนวน 2 คน คือ นางฐิติมา รุ่งขวัญศิริโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงิน เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และนายนริศ เชยกลิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร รองประธานกรรมการ และกรรมการบริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน)หรือS

มาวันนี้ประกาศเดินหน้าแผนการขยายธุรกิจเพิ่มเติมและเสริมความแข็งแกร่งเป็นผู้นำทางด้านธุรกิจ ธุรกิจสร้างสรรค์ใหม่ๆที่จะมาต่อยอดและเสริมความแข็งแกร่งเป็นผู้นำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เตรียมรุกเข้าสู่ธุรกิจพัฒนา โครงการนิคมอุตสาหกรรม ธุรกิจผลิตกระแสไฟฟ้า ธุรกิจให้บริการด้านวิศวกรรม และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องอื่นๆ

นางฐิติมา รุ่งขวัญศิริโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. สิงห์ เอสเตท กล่าวว่า การพัฒนาโครงการขนาดยักษ์ภายในประเทศ การเดินหน้าบูรณาการธุรกิจต่างๆให้มีความแข็งแกร่งคือธุรกิจโรงแรม, ที่พักอาศัย, อสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์และอุตสาหกรรมเข้ากับธุรกิจผลิตกระแสไฟฟ้าและธุรกิจให้บริการด้านนวัตกรรมที่เกี่ยวเนื่องต่างๆ จะสร้างความได้เปรียบเชิงธุรกิจให้กับสิงห์ เอสเตท ได้อย่างมหาศาล และเพิ่มความสามารถในการคว้าโอกาสทางธุรกิจใหญ่ๆที่กำลังจะมีเข้ามา

ทิศทางการบริหารธุรกิจต่อไปได้ตั้งเป้าหมายเพิ่มรายได้เป็นปีละ 20,000 ล้านบาท นับเป็นการเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า ภายในระยะเวลา 3 ปี และเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์จากสิ้นปี 2563 ที่ 65,000 ล้านบาทเป็น 80,000 ล้านบาทภายในปี 2556 รวมทั้งเป้าหมายการเติบโตทางด้านผลกำไรด้วย

การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่เกิดขึ้น เป็นสิ่งยืนยันการตัดสินใจที่ถูกต้องของบริษัทในการวางโครงสร้างธุรกิจเป็น 4 กลุ่มธุรกิจที่เชื่อมโยงกัน เพื่อจะทำให้บริษัท สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีได้อย่างสม่ำเสมอ ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ยากจะคาดเดา ทั้งในประเทศและทั่วโลก โดยในปี 2563 ที่ผ่านมา 3 กลุ่มธุรกิจของสิงห์ เอสเตท คือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ ธุรกิจโครงการที่พักอาศัย และธุรกิจรีสอร์ตและโรงแรม ทำรายได้คิดเป็นสัดส่วน 96% ของรายได้ทั้งหมดของบริษัท

“เราหวังว่าจากนี้เป็นต้นไป กลุ่มธุรกิจที่ 4 จะเป็นธุรกิจใหม่ที่เข้ามาเติมเต็มและต่อยอดธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นแกนหลักมาแต่เดิม และจะสร้างรายได้ให้กับบริษัทได้อย่างมากมาย” นางฐิติมากล่าวและว่า “ด้วยแนวทางการเดินหน้า 4 กลุ่มธุรกิจของสิงห์ เอสเตท จะทำให้เรามีจุดโดดเด่นที่แตกต่าง และทำให้เราเพิ่มโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆที่เกี่ยวเนื่องได้มากกว่า

นอกจากนี้ยังจะช่วยให้เรามีความสามารถในการแข่งขันมากขึ้นจากการเติมเต็มซึ่งกันและกันของกลุ่มธุรกิจต่างๆ การใช้ทรัพยากรร่วมกันและการบูรณาการธุรกิจ พร้อมกันนี้ก็จะช่วยให้เรามีความมั่นคงมากยิ่งขึ้น จากการที่ธุรกิจในเครือมีวงจรทางธุรกิจที่แตกต่างกัน มีรูปแบบความเสี่ยงไม่เหมือนกัน และเพิ่มความสามารถในการสร้างรายได้ประจำและสม่ำเสมอ”

นางฐิติมายืนยันด้วยว่า ด้วยความแข็งแกร่งทางการเงินของบริษัทจากอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนเพียง 0.96 เท่า และการมีเครดิตดีสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ถึง 25,000 ล้านบาท ทำให้เวลานี้เป็นเวลาที่เหมาะสมที่เราจะเดินหน้ากลุ่มธุรกิจที่ 4 ต่อไป

ขณะเดียวกันกำลังศึกษาแนวคิดและวิธีใหม่ๆระดับโลก นำมาใช้ในการบริหารจัดการธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ตของบริษัท เพื่อเพิ่มศักยภาพของธุรกิจให้สามารถเดินหน้าต่อไปได้เป็นอย่างดีในทุกสถานการณ์

รวมทั้งเป้าหมายที่จะแสวงหาความร่วมมือทั้งภายในประเทศและระดับโลก เพื่อเสริมความแข็งแกร่งความสามารถในการแข่งขัน และช่วยขยายฐานธุรกิจในต่างประเทศในอนาคตต่อไป.

วานิชหนุ่ม
wanich@thairath.co.th

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สิงห์ เอสเตทการลงทุนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อสังหาริมทรัพย์อสังหาตลาดนัดหัวเขียววานิชหนุ่ม

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอาทิตย์ที่ 18 เมษายน 2564 เวลา 13:13 น.