ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    "จุรินทร์" ชู "ตลาดนำการผลิต" ดันไทยสู่ส่งออกอาการเกษตรของโลก

    ไทยรัฐออนไลน์23 ก.ย. 2563 14:30 น.
    SHARE

    "จุรินทร์" เร่งขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ "ตลาดนำการผลิต" ชูวิสัยทัศน์ "เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด" ดันไทยผู้นำผลิตและส่งออกอาหารเกษตรที่สำคัญของโลก

    เมื่อวันที่ 23 ก.ย.63 นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ปรึกษารมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ยุคใหม่ต้องการคนทำงานทุ่มเท เพราะเราอยู่ภายใต้ 3 สถานการณ์วิกฤติระดับโลก คือ ค่าเงินบาทแข็งค่า สงครามการค้า และโรคระบาดโควิด-19 ดังนั้น นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ จึงปรับกลยุทธ์เพื่อรับมือกับทั้ง 3 สถานการณ์ และขณะนี้ก็ได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชนและภาคเกษตรเป็นอย่างดี ดังนั้นกระทรวงพาณิชย์และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องต้องปรับตัวเพื่อรองรับการทำงานที่หนักมากกว่าเดิมหลายเท่า และเมื่อวันที่ 12 ก.ย. ได้ไปมอบนโยบายให้กรมการค้าภายใน ขับเคลื่อน นโยบายเกษตรผลิตพาณิชย์ตลาด ภายใต้ยุทธศาสตร์ "ตลาดนำการผลิต"

    นางมัลลิกา กล่าวว่า รมว.พาณิชย์ ต้องการให้ไทยเป็นหนึ่งในผู้นำด้านการผลิตและการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารที่สำคัญของโลก โดยในปี 2562 ไทยเป็นผู้ส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารอันดับที่ 11 ของโลกมีมูลค่ากว่า 1 ล้านล้านบาท คิดเป็นส่วนแบ่ง ในตลาดโลกร้อยละ 2.51 และใน 5 เดือนแรกของปี 2563 มีสัดส่วนถึงร้อยละ 17.4 ของมูลค่าการส่งออกรวมของไทย โดยได้ตั้งเป้าหมาย 1 สร้าง 3 เพิ่ม คือ สร้างประเทศไทยเป็นศูนย์กลางสินค้าเกษตรและอาหารคุณภาพของโลก เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เพิ่ม GDP ประเทศ และเพิ่มรายได้เกษตรกรและผู้ประกอบการทุกระดับ และมีพันธกิจร่วม 4 ด้านคือสร้าง Single Big Data สนับสนุนข้อมูลราคา ความต้องการสินค้า แนวโน้มด้านการตลาด ต่อยอดจากศูนย์ข้อมูลเกษตรแห่งชาติ ใน 5 รายการสินค้า หลัก (ข้าว ยางพารา ปาล์มน้ามัน ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และมันสำปะหลัง) และจะขยายเพิ่มอีก 8 สินค้า สร้างแพลตฟอร์มกลางส่งเสริมการซื้อขายสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ในรูปแบบออนไลน์ สร้างความเชื่อมั่นด้วยคุณภาพ มาตรฐานความปลอดภัยและการตรวจสอบย้อนกลับ เพื่อผลักดันให้สินค้าเกษตรได้รับการรับรองคุณภาพตามมาตรฐาน เช่น GAP HACCP มาตรฐานสินค้าอินทรีย์ และพัฒนาคนและผลิตภัณฑ์ให้ตรงความต้องการของตลาด รวมทั้งอบรมเพื่อเพิ่มศักยภาพให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการ

    นางมัลลิกา กล่าวต่อว่า นอกจากนี้เดินหน้าแบบ "พาณิชย์ทันสมัย" เน้นการใช้ข้อมูลและเทคโนโลยี ขยายตลาดในประเทศเชิงรุก สร้างทีมเซลส์แมนจังหวัด ซึ่งประกอบด้วยพาณิชย์จังหวัดและผู้ประกอบการในจังหวัด เพิ่มช่องทางการตลาดให้หลากหลาย เพิ่มโอกาสทางการตลาดด้านออนไลน์ ส่งเสริมการใช้แพลตฟอร์มรายสินค้า อีคอมเมิร์ซ รวมทั้งการสร้างองค์ความรู้ให้กับผู้ประกอบการและผู้ส่งออก และส่งเสริมการค้าผ่านช่องทางออนไลน์ทุกรูปแบบ อาทิ การทำ online business matching การจัด online instore promotion การจัดงานแสดงสินค้าออนไลน์เสมือนจริง

    ด้านช่องทางออฟไลน์ จะส่งเสริมการขยายตลาดผ่านโมเดิร์นเทรด โมบายมาร์เก็ต ตลาดกลาง ตลาดต้องชม ร้านค้าธงฟ้า สมาร์ทโชห่วย ฯลฯ นอกจากนี้ จะส่งเสริมการทำเกษตรพันธสัญญา ที่ขณะนี้มีพระราชบัญญัติกำหนดไว้แล้ว เพื่อหาผู้รับซื้อสินค้าเกษตรจากเกษตรกรโดยตรง และสร้างความชัดเจนเรื่องปริมาณและราคา ต่อยอดจาก "อมก๋อยโมเดล" ซึ่งนายจุรินทร์ นำเอากติกานี้ไปจัดการด้านเกษตรพันธสัญญาเพื่อเกษตรกรบนพื้นที่ไกลให้เป็นตัวอย่างของทุกจังหวัดและเกิดการซื้อขายจริงตามสัญญาการซื้อขาย ส่วนกระทรวงมีหน้าที่ติดตามการส่งมอบให้เกิดความเป็นธรรม และจะส่งเสริมการทำเคาน์เตอร์เทรด เพื่อให้เกิดการสร้างเวทีจับคู่แลกเปลี่ยนสินค้า

    โดยเมื่อวันที่ 31 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้จัดงาน "เซลส์แมนจังหวัด จัดซื้อขายแลกเปลี่ยน Counter Trade" สามารถสร้างยอดซื้อขายแลกเปลี่ยนได้รวม 3,244 ล้านบาท โดยภารกิจนี้นายจุรินทร์ได้มอบหมายทีมเซลส์แมนจังหวัด นำโดยพาณิชย์จังหวัด ให้ทำงานล่วงหน้าจนทำให้ได้มูลค่าการซื้อขายแลกเปลี่ยน 778 ล้านบาท และมาต่อยอดกับมูลค่าการจับคู่ธุรกิจในงานอีก 2,466 ล้านบาท เราจะเดินหน้าเรื่องนี้แต่ทีมพาณิชย์จังหวัดต้องทำงานเหนื่อยหน่อย
     
    นอกจากนี้ นายจุรินทร์ได้แต่งตั้งคณะกรรมการภายใต้วิสัยทัศน์ "เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด" ขึ้นมาแล้วโดยมี นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ลงนามร่วม เป็น 2 รัฐมนตรีจาก 2 กระทรวง ที่แต่งตั้งคณะกรรมการร่วมเพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ตลาดนำการผลิต โดยมีปลัดจากทั้งสองกระทรวง เป็นผู้แต่งตั้งอนุกรรมการ 4 คณะมาเพื่อขับเคลื่อนงานจากคณะกรรมการร่วมข้างต้น โดยทั้งคณะอนุกรรมการทั้ง 4 คณะ ประกอบด้วย คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการสร้างและใช้ข้อมูลจากฐานเดียวกัน (Single Big Data) คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการสร้างแพลตฟอร์มกลาง "เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด" คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการสร้างความเชื่อมั่นด้านคุณภาพ มาตรฐาน ความปลอดภัยและการ ตรวจสอบย้อนกลับ และคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาคนและผลิตภัณฑ์ให้ตรงตามความต้องการของตลาด

    นอกจากนี้ ยังมอบภารกิจหลักของกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ที่ต้องขับเคลื่อนต่อเนื่องเพื่อดูแลเกษตรกรผู้ประกอบการผู้บริโภค ทั้งดูแลราคาสินค้าเกษตรในโครงการประกันรายได้สินค้าเกษตร เพิ่มช่องทางตลาดสินค้าเกษตร ส่งเสริมและพัฒนาตลาดสินค้าเกษตร การพัฒนากลไกตลาด พัฒนาตลาดเดิมให้เข้มแข็ง ขยายตลาดใหม่ เชื่อมโยงการซื้อขายสินค้า เพิ่มศักยภาพ ผู้ขาย ผู้ประกอบการตลาด และเกษตรกร ส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก โดยสนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่น ร้านค้าชุมชน ร้านค้าปลีกรายย่อย ให้ดูแลราคาสินค้าและบริการ โดยดูแลต้นทุนสินค้าให้เหมาะสม ดูแลสถานการณ์ราคาให้สอดคล้องกับต้นทุน ตรวจสอบภาวะการค้าและรับเรื่องร้องเรียน กำกับดูแลการชั่งตวงวัดเพื่อความเป็นธรรมแก่ประชาชน ช่วยลดภาระค่าครองชีพแก่ประชาชน ด้วยการจัดกิจกรรมลดค่าครองชีพอย่างสม่ำเสมอ ตามนโยบายพาณิชย์ลดราคา ช่วยประชาชน ซึ่งในช่วงปี 2562 และครึ่งปีแรกของ 2563 เป็นนโยบายของกระทรวงพาณิชย์ที่ประชาชนพอใจเป็นอันดับต้นๆ เรื่องนี้อยู่ในดีเอ็นเอของนายจุรินทร์ที่จะต้องเดินหน้าต่อไป.

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ตลาดนำการผลิตเกษตรผลิต พาณิชย์ตลาดส่งออกเกษตรมัลลิกา บุญมีตระกูลกระทรวงพาณิชย์ผู้นำการผลิตข่าวทั่วไป

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม 2563 เวลา 16:13 น.