ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    ศบศ.ฉุดเอสเอ็มอีขึ้นจากหลุม กำหนดเครดิตเทอม 30-45 วันเติมสภาพคล่อง

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์17 ก.ย. 2563 09:32 น.
    SHARE

    ศบศ.เข็นสารพัดมาตรการช่วยเอสเอ็มอีให้มีสภาพคล่อง สั่งกระทรวงพาณิชย์ และคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า ออกข้อกฎหมายให้มีมาตรฐานการให้เครดิตของคู่ค้าธุรกิจ 30-45 วัน โดยกำหนดบทลงโทษให้ชัดเจน หลังพบปี 2563 เครดิตเทอมขยายเป็น 60-120 วัน ให้บีโอไอและกระทรวงมหาดไทยออกเงื่อนไขสมาร์ทวีซ่าใหม่ ดึงดูดผู้เชี่ยวชาญ นักลงทุนให้มาก

    นายดนุชา พิชยนันท์ รองเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยหลังการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบศ.) ว่า ที่ประชุมศบศ.ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้เห็นชอบให้กระทรวงพาณิชย์และคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า กำหนดเกณฑ์มาตรฐานระยะเวลาเครดิต หรือเครดิตเทอม (Credit term) ในประเทศไทยให้มีผลบังคับใช้และมีบทลงโทษตามกฎหมาย ตามข้อเสนอของ สศช.และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)เพื่อเพิ่มสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ที่เป็นผู้จัดส่งสินค้าและวัตถุดิบการผลิต (ซัพพลายเออร์) ของธุรกิจขนาดใหญ่ โดยลูกหนี้การค้าจะต้องชำระหนี้ให้แก่คู่ค้าภายในระยะเวลา 30-45 วัน ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของแต่ละประเภทธุรกิจ

    “ก่อนหน้านี้เมื่อปี 2559 เครดิตเทอมของธุรกิจ จะอยู่ในช่วง 30-45 วัน แต่ในปีนี้ ก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 มีผลการศึกษาออกมาว่า ขยายเป็น 60-120 วัน ทำให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมีปัญหาสภาพคล่อง หากต้องการให้ธุรกิจเดินต่อไปได้ ก็ต้องหาสินเชื่อเพิ่มเติม ซึ่งที่ประชุม ศบศ.ครั้งนี้ เห็นว่าควรกำหนดมาตรฐานให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมีกำลังต่อรองได้ และให้มีความเป็นธรรมมากขึ้น เพื่อให้ได้เครดิตเทอมที่เหมาะสม”

    ทั้งนี้ นายสุพันธ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) แจ้งด้วยว่า ขณะนี้ ส.อ.ท.กำลังดำเนินการและเห็นด้วยกับการกำหนดมาตรฐานเครดิตเทอมให้อยู่ที่ 30 วันเพื่อรักษาธุรกิจเอสเอ็มอีให้มีสภาพคล่องเพียงพอดำเนินธุรกิจต่อไปได้ และในการประชุมครั้งนี้ ยังไม่ได้หยิบยกข้อเสนอการยืดการพักชำระหนี้ให้เอกชนออกไปอีก 2 ปี

    ขณะที่นายดนุชา กล่าวว่า ศบศ.มีความเห็นด้วยว่าให้คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กำหนดให้บริษัทในตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดเผยข้อมูลระยะเวลาเครดิต เทอมของแต่ละบริษัทโดยเฉลี่ย ในการจัดทำแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี และให้เป็นหนึ่งในเงื่อนไขการประเมินการลงทุนที่รับผิดชอบต่อสังคม และได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปกำหนด แนวทางการส่งเสริมและสร้างแรงจูงใจสำหรับภาคธุรกิจให้มีแนวปฏิบัติที่ดี ในการลดระยะเวลาเครดิตเทอม ซึ่งขณะนี้มีบริษัทขนาดใหญ่ เช่น บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือเอสซีจี และบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ที่ยินดีกำหนดเครดิตเทอม 30 วัน ให้ธุรกิจเอสเอ็มอีเดินได้

    นอกจากนี้ ศบศ.ได้เห็นชอบให้กระทรวงมหาดไทย และสำนักงานส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ไปปรับเงื่อนไขของสมาร์ท วีซ่า หรือมาตรการตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราวเป็นกรณีพิเศษ เพื่อดึงดูดกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ นักลงทุน ผู้บริหารและผู้ประกอบการวิสาหกิจ ประกอบด้วย 1.ปรับปรุงขอบเขตของกิจกรรมและอุตสาหกรรมเป้าหมายให้กว้างขึ้น โดยให้รวมถึงการพัฒนา Startup Ecosystem และนวัตกรรม การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในสาขาอื่น นอกเหนือจากด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

    2.เพิ่มเติมกลุ่มผู้เชี่ยวชาญอิสระที่ไม่มีสัญญาจ้างงานในประเทศ 3.ผ่อนคลายหลักเกณฑ์เงินได้ขั้นต่ำสำหรับผู้เชี่ยวชาญทักษะสูงบางกลุ่ม และการผ่อนปรนหลักเกณฑ์เกี่ยวกับประสบการณ์การทำงานและวุฒิการศึกษาของผู้บริหารระดับสูง และ 4.อนุญาตให้ผู้ถือสมาร์ท วีซ่า ทำงานนอกเหนือจากที่ได้รับการรับรองได้ในบางกรณี

    รวมทั้ง ให้พิจารณา ปรับปรุงหลักเกณฑ์การอนุญาต ให้ถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร (Permanent resident permit) เช่น การพิจารณาเพิ่มประเภทคำขอเพื่อเข้ามาลงทุนซื้ออาคารชุด และกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ตามมูลค่าที่กำหนด โดยห้ามจำนอง จำหน่าย โอน ภายในระยะเวลา 5 ปี และให้ยกเว้นหลักเกณฑ์การกำหนดระยะเวลาการพำนักในประเทศไทยไม่น้อยกว่า 3 ปีก่อนยื่นคำขอ นอกจากนี้ ให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) พิจารณาปรับเงื่อนไขสมาชิกบัตรไทยแลนด์ อีลิท จากที่เน้นนักท่องเที่ยว ให้รวมถึงนักลงทุนที่เข้ามาลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ด้วย.

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ศบศ.เอสเอ็มอีสภาพคล่องกระทรวงพาณิชย์ดนุชา พิชยนันท์สุพันธ์ มงคลสุธีข่าววันนี้

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันเสาร์ที่ 26 กันยายน 2563 เวลา 22:30 น.