เปิดแผนรับต่างชาติยุคโควิด ไทยเที่ยวไทยไม่กระเตื้อง ธุรกิจเจ๊งตกงาน 4 ล้านคน

Business & Marketing

Marketing & Trends

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

เปิดแผนรับต่างชาติยุคโควิด ไทยเที่ยวไทยไม่กระเตื้อง ธุรกิจเจ๊งตกงาน 4 ล้านคน

Date Time: 27 ส.ค. 2563 20:04 น.

Video

เช็กให้ชัวร์ คุณอาจกำลัง "พลาด" โอกาสประหยัดภาษีหลายหมื่น! | Thairath Money Night Stand EP.22

Summary

แม้ขณะนี้กระทรวงท่องเที่ยวฯ จะพยายามสนับสนุนให้คนไทยเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ ผ่านโครงการต่างๆ ที่ออกมากระตุ้นการท่องเที่ยว แต่ผู้ประกอบการยังไม่สามารถอยู่รอดได้

Latest


แม้ขณะนี้กระทรวงท่องเที่ยวฯ จะพยายามสนับสนุนให้คนไทยเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ ผ่านโครงการต่างๆที่ออกมากระตุ้นการท่องเที่ยว แต่ผู้ประกอบการยังไม่สามารถอยู่รอดได้ เนื่องจากรายได้จากการท่องเที่ยวกว่า 3 ล้านล้านของไทย ซึ่งส่วนใหญ่มีรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติกว่า 2 ล้านล้าน นอกนั้นเป็นรายได้จากภายในประเทศเพียง 1 ล้านล้านบาท จึงจำเป็นต้องเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ

  • ล่าสุด ที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส โควิด-19 (ศบค.) ชุดใหญ่ เห็นชอบให้ชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาในไทย ในรูปแบบท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ, ผู้ถือบัตรสมาชิก ไทยแลนด์ อีลิท การ์ด และต่างชาติเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ในไทย

  • การเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ จะพิจารณาในจังหวัดที่ได้รับผลกระทบเรื่องการท่องเที่ยวมากที่สุด และเปิดรับนักท่องเที่ยวในจำนวนจำกัด ต้องผ่านการคัดกรองตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง และให้อยู่ในพื้นที่ท่องเที่ยวเท่านั้น เบื้องต้นจะนำร่อง จ.ภูเก็ต เป็น “โมเดล” โดยต้องฟังเสียงประชาชนในพื้นที่ จะเปิดรับนักท่องเที่ยวหรือไม่ หากมีการยินยอม คาดจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2563 เป็นต้นไป

  • “ภูเก็ตโมเดล” จะเริ่มบางพื้นที่ในจังหวัดภูเก็ต ยกตัวอย่าง หาดป่าตอง จะปิดพื้นที่ในรัศมี 1 กิโลเมตร ให้นักท่องเที่ยวเข้าไปอยู่เป็นเวลา 14 วัน เมื่ออยู่ครบ จะมีการตรวจเชื้อโควิด หากผลตรวจไม่พบเชื้อ นักท่องเที่ยวคนนั้นๆ จะสามารถออกจากพื้นที่จำกัด ไปท่องเที่ยวในพื้นที่อื่นภายในจังหวัดภูเก็ตได้อีก

  • กรณีจะเดินทางไปท่องเที่ยวจังหวัดอื่นๆ ต้องอยู่ในสถานที่จำกัดอีก 7 วัน รวมทั้งส้ิน 21 วัน และต้องตรวจหาเชื้อโควิดอีกครั้ง ก่อนอนุญาตให้ออกไปท่องเที่ยวในจังหวัดอื่นได้ ซึ่งจะมีการขยายพื้นที่ในแต่ละภูมิภาคในการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา คาดว่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น ประมาณ 2 ล้านคน ในช่วงระยะเวลา 6 เดือน ตั้งแต่ 1 ต.ค. 2563 ถึง สิ้นเดือน มี.ค. 2564

  • แผนการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติในจังหวัดท่องเที่ยวหลักในแต่ละภูมิภาค ในรูปแบบ "ภูเก็ตโมเดล" ที่จะตามมาภายหลัง อาทิ ภาคเหนือ เชียงใหม่ เชียงราย, ภาคอีสาน อุบลราชธานี หรืออุดรธานี, ภาคตะวันออก จันทบุรี ระยอง, ภาคตะวันตก ราชบุรี กาญจนบุรี, ภาคใต้ นอกจากภูเก็ตแล้ว อาจเป็นกระบี่ หรือสุราษฎร์ธานี ส่วนภาคกลาง กทม. เป็นต้น

  • การเดินทางในรูปแบบท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ กำหนดไว้ 8 แพ็กเกจ 8 จุดหมายปลายทาง นำร่องใน จังหวัดเชียงใหม่ 7 วัน 6 คืน, จังหวัดภูเก็ต 6 วัน 5 คืน, จังหวัดภูเก็ต 8 วัน 7 คืน, ล่องเรือยอชต์ จังหวัดกระบี่ 5 วัน 4 คืน, เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี 7 วัน 6 คืน, เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี 5 วัน 4 คืน, พัทยา จังหวัดชลบุรี 6 วัน 5 คืน และ พัทยา จังหวัดชลบุรี 11 วัน 10 คืน

  • ส่วนการเปิดให้ต่างชาติมาถ่ายทำภาพยนตร์ในไทยนั้น กำหนดให้ต้องมีใบรับรองแพทย์และเอกสารตามที่ ศบค. กำหนด เมื่อเดินทางถึงไทยต้องเข้ากักกัน 14 วัน และตรวจหาเชื้อตามข้อกำหนดของกระทรวงสาธารณสุข มีเจ้าหน้าที่คอยติดตาม โดยทีมงานทุกคนต้องมีประกันคุ้มครองค่ารักษาโรคโควิด และต้องแจ้งพื้นที่ถ่ายทำให้ทราบล่วงหน้า 

นายชัยรัตน์ ไตรรัตนจรัสพร ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวกับ “ทีมข่าวเจาะประเด็นไทยรัฐออนไลน์” ว่า การเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยนำร่อง จ.ภูเก็ต เป็นจังหวัดแรก หรือ "ภูเก็ตโมเดล" ถือเป็นการทดลองดูในช่วงแรก แต่ประชาชนในพื้นที่ต้องยอมรับ หากไม่เช่นนั้นก็ไม่มีประโยชน์ จะเกิดปัญหาต่างๆ ตามมา และขณะนี้ธุรกิจท่องเที่ยวย่ำแย่หนักมาก หากประเทศไทยไม่ทดลองเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ จะทำให้ธุรกิจพังหมด เพราะเงินหมุนเวียนมหาศาล จากที่ขณะนี้มีคนตกงานไปแล้ว 4 ล้านคน จะมีคนตกงานไปทั้งหมด 10 ล้านคน

“ก่อนหน้านั้นธุรกิจท่องเที่ยว ต้องการให้รัฐช่วยเหลือเยียวยา และหาแหล่งเงินกู้ให้ เพราะบอกไม่ได้ว่าโรคนี้จะอยู่กับเรานานแค่ไหน หากนักท่องเที่ยวต่างชาติไม่เข้ามาเลย จะอยู่อย่างไร จึงต้องทดลองเปิดรับนักท่องเที่ยว แม้จะมีเข้ามาไทยน้อยมาก หรือเดือนหนึ่ง อาจมาไม่ถึงแสนคน ก็ต้องทำ อย่างน้อย 3-4 เดือน แต่สิ่งที่หวังอยากให้รัฐบาล ดูแลเรื่องเศรษฐกิจ ผู้ประกอบการ อาจมีการพิจารณาซอฟต์โลนให้ใหม่เพื่อช่วยผู้ประกอบการที่ไม่เข้าเงื่อนไข มีการชะลอเงินต้น เงินกู้ ชะลอดอกเบี้ย และยกเว้นภาษีโรงเรือน ภาษีประจำปี จากที่หารือเบื้องต้นทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคนใหม่ จะรับไปพิจารณา”

นอกจากนี้จะเสนอให้ขยายการให้เงินเยียวยาแรงงานในธุรกิจท่องเที่ยว ไปจนถึงสิ้นปีนี้ ซึ่งอยู่ในระบบประกันสังคมประมาณ 1 ล้านคน และเสนอให้ตั้งกองทุนการท่องเที่ยว วงเงิน 1 แสนล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ เช่น การซื้อหุ้นส่วนในกิจการเป็นการชั่วคราว เพื่อให้ธุรกิจกลับมาเป็นปกติได้โดยเร็ว เนื่องจากมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวภายในประเทศ อย่างโครงการ "เราเที่ยวด้วยกัน" ต้องยอมรับว่าไม่ประสบความสำเร็จ จากปัญหาผู้ประกอบการปรับขึ้นราคาห้องพัก จึงเท่ากับว่าประชาชนที่ลงทะเบียนไม่ได้รับส่วนลดอย่างแท้จริง และถึงแม้จะพิ่มวันพักจากเดิม 5 วัน เป็น 10 วัน ก็ไม่เป็นผล จึงต้องการรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งเชื่อว่านักท่องเที่ยวต่างชาติจะมาไทยอย่างแน่นอน เพราะไทยมีความปลอดภัย และค่าใช้จ่ายต่างๆ มีราคาถูก

“หากช่วงการทดลอง ไทยได้กลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ ตามเป้าหมาย และไม่เกิดปัญหา เชื่อว่าการท่องเที่ยวจะกระเตื้องขึ้น โดยเริ่มจากภูเก็ต ที่ต้องการนักท่องเที่ยวชาติใดก็ได้ แต่นักท่องเที่ยวชาวจีน น่าจะเป็นเป้าหมายหลัก จะเริ่มทดลองตุลาคมนี้ น่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามามากในช่วงสิ้นปี จากการจัดโปรแกรมท่องเที่ยว โดยผ่านบริษัททัวร์ ก่อนขยายไปยังภูมิภาค หนึ่งในนั้นมีระยอง และจันทบุรี แต่หากคนในพื้นที่ไม่เอาด้วย ก็จะวิกฤติหนัก ต้องทำอย่างไรให้ธุรกิจยืดต่อชีวิตไปได้”

จากมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยว โดยการคาดหวังให้คนไทยเที่ยวไทย ต้องยอมรับมีการท่องเที่ยวภายในประเทศเฉพาะวันศุกร์ เสาร์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เท่านั้น และส่วนใหญ่เป็นการท่องเที่ยวแบบครอบครัว ซึ่งมีการใช้จ่ายอย่างประหยัด หรือมีค่าใช้จ่ายต่อหัวประมาณ 3 พันบาท โดยจังหวัดที่เคยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเที่ยวน้อยจะสามารถอยู่ได้ อาทิ จังหวัดในภาคอีสาน ยกเว้นจังหวัดที่เคยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นหลักจะอยู่ไม่ได้ เพราะฉะนั้นต้องทำอย่างไรให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามา ก่อนจะมีคนตกงานมากขึ้นเป็น 10 ล้านคนในอนาคต.


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ