ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    Thai Lion Air ยืนยันตรวจสอบเครื่องบินอยู่เสมอ มั่นใจความปลอดภัยทุกลำ

    ไทยรัฐออนไลน์6 ส.ค. 2563 21:33 น.
    SHARE

    ไทย ไลอ้อน แอร์ ยืนยันตรวจสอบเครื่องบินอยู่เสมอ มั่นใจความปลอดภัยทุกลำ หลังมีหนังสือจาก FAA เตือนให้สายการบินตรวจสอบ Boeing 737NG

    เมื่อวันที่ 6 ส.ค. 63 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สายการบิน ไทย ไลอ้อน แอร์ (Thai Lion Air) ได้ทำหนังสือชี้แจงกรณีมีเอกสารอ้างอิงของ Federal Aviation Administration หรือ FAA ได้ออกเอกสารเกี่ยวกับ Airworthiness Directive หรือ AD

    ทั้งนี้ เอกสารดังกล่าวนี้ได้ส่งมาให้สายการบินที่ใช้เครื่องบิน Boeing 737NG ตรวจ ตรวจวาล์วควบคุมแรงดันที่ออกจากคอมเพรสเซอร์ลำดับที่ 5 ของเครื่องยนต์ที่จอดพักมาติดต่อกันมากกว่า 7 วัน และเครื่องที่ปฏิบัติการบินมาน้อยกว่า 10 รอบเที่ยวบิน หลังจากที่จอดพักระยะยาว ซึ่งตรงกับวันที่เอกสารนี้ออกมา ( FAA AD#:2020-16-51) วันที่ 23 กรกฎาคม 2563 ที่ผ่านมา

    สำหรับสาเหตุที่จะต้องตรวจเพราะว่าหลังจากที่เครื่องบินจอดติดต่อกันเป็นเวลานาน ตัววาล์วไม่ได้ใช้งานอาจจะมีสนิมทำให้ไม่สามารถเปิดปิดได้อย่างสมบูรณ์ ดังนั้นก่อนปฏิบัติการบิน FAA จึงต้องการให้สายการบินตรวจว่าวาล์วนี้ยังทำงานเป็นปกติอยู่

    ทั้งนี้ เครื่องบินของ ไทย ไลอ้อน แอร์ ที่เริ่มกลับมาบินตั้งแต่เดือนมิ.ย.ที่ผ่านมานั้น ได้ปฏิบัติการบินโดยไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้น ซึ่งเครื่องบินได้ปฏิบัติการบินมาเกิน 10 รอบเที่ยวบินแล้ว ก่อนที่ FAA ได้ออกจดหมายที่เป็นเอกสารดังกล่าวนี้มา

    ทั้งนี้ทางบริษัทผู้ผลิต Boeing Technical Representative ที่ทำงานประสานกับสายการบินได้สรุปแล้วว่า เครื่องบินของสายการบินไทย ไลอ้อน แอร์ สามารถปฏิบัติการบินได้ตามปกติ ไม่มีผลกระทบกับเอกสารทางเทคนิคนี้แต่อย่างใด

    สำหรับข้อบังคับต่างๆ ที่ออกมานั้นมีผลบังคับใช้กับเครื่องบินทุกลำที่ระบุถึง กล่าวคือ ถ้าเป็นเครื่องบินตระกูล Boeing หลังจาก NTSB สืบสวนทราบสาเหตุแล้วก็จะส่งเรื่องต่อให้ FAA จากนั้น FAA ก็จะเป็นผู้ออกข้อบังคับเพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์เดิมนั้นเกิดขึ้นอีก

    โดยข้อบังคับนั้นอาจจะระบุเฉพาะเครื่องบินรุ่นที่เกิดอุบัติเหตุ หรืออาจจะรวมไปถึงเครื่องบินโบอิ้งรุ่นอื่นๆ อีกด้วย ทั้งนี้แล้วแต่ดุลยพินิจของ FAA และถ้าเป็นเครื่องบินตระกูลแอร์บัสก็จะมี BEA เป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่สืบสวน แล้วส่งเรื่องต่อให้กับ EASA หลังจากนั้นทาง EASA ก็จะเป็นผู้ออกข้อบังคับเช่นเดียวกับ FAA โดยเรียกว่า Airworthiness Directive (AD)

    ทั้งนี้ FAA กับ EASA ในบางครั้งอาจจะมีการออกข้อบังคับตามกัน เช่น ข้อบังคับในบางเรื่องที่ FAA ออกมาบางครั้ง EASA ก็อาจจะออกข้อบังคับในเรื่องเดียวกัน ในทางตรงกันข้ามบางครั้ง FAA ก็ออกข้อบังคับตาม EASA แล้วแต่สถานการณ์

    ส่วนสายการบินในเมืองไทยรวมทั้งสายการบินอื่นๆ ทั่วโลกนั้น มีหน้าที่ต้องทำการปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่อง ตามข้อกำหนด AD ที่ FAA หรือ EASA ประกาศออกมา สำหรับสายการบินในประเทศไทยนั้น สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) จะเป็นผู้ตรวจสอบอีกครั้งว่าสายการบินได้ปฏิบัติตามรายการครบทั้งหมดหรือไม่ ถ้าไม่ทำหรือทำไม่ครบถ้วน สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) จะไม่ต่อใบอนุญาตสมควรเดินอากาศให้ได้

    ในกรณีดังกล่าวที่ออกมาเป็นข่าวอยู่นั้น จากการตรวจสอบแล้วไม่มีผลบังคับใช้กับสายการบินไทย ไลอ้อน แอร์แต่อย่างใด เพราะในปัจจุบันเครื่องบินของสายการบินไทย ไลอ้อน แอร์ไม่ได้จอดพัก และนำออกมาใช้งานทุกลำ

    ส่วนที่เคยจอดพักนานเกิน 7 วันนั้น ทาง FAA ให้ตรวจสอบ และติดตามทั้ง 10 เที่ยวบิน ซึ่งมีการกำกับดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อความปลอดภัย ปัจจุบันเครื่องบินของสายการบินได้ปฏิบัติการบินเกินกว่านั้นมากแล้ว ซึ่งยืนยันได้ว่าอุปกรณ์ทำงานปกติ

    ทั้งนี้สายการบินไทย ไลอ้อน แอร์ ขอยืนยันอีกครั้งว่าได้ตรวจสอบและเฝ้าติดตามเครื่องบินทุกลำอยู่เสมอและอย่างใกล้ชิด พร้อมให้ความปลอดภัยกับเครื่องบินทุกลำ

    • Federal Aviation Administration (FAA) หรือองค์การบริหารการบินแห่งชาติ เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการบินแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา อยู่ในสังกัดกระทรวงคมนาคม วางระเบียบและควบคุมตลอดจนตรวจสอบงานการบินพลเรือนของอเมริกา และยังเป็นผู้ให้คำแนะนำแก่หน่วยงานด้านการบินพลเรือนของประเทศต่างๆ ทั่วโลก 
    • Airworthiness Directive (AD) คือ ประกาศ/ระเบียบ/คำสั่ง ด้านความสมควรเดินอากาศ  
    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ไทย ไลอ้อน แอร์Thai Lion Airสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยBoeing 737NGเช็กวาล์วเครื่องบินข่าวทั่วไป

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันอังคารที่ 22 กันยายน 2563 เวลา 23:45 น.