ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    ตลาดรถยนต์มือสองคึกคัก แม้มีโควิด-19 พบ "โตโยต้า" ราคาตกน้อยสุด

    ไทยรัฐออนไลน์6 ส.ค. 2563 19:24 น.
    SHARE

    KKP Research มองภาพรวมตลาดรถยนต์ พบโควิด-19 กระตุ้นให้ตลาดรถมือสองกลับมาคึกคักอีกครั้ง สวนทางยอดขายรถป้ายแดง พบ "โตโยต้า" ราคาตกน้อยสุด แนะจับตาไตรมาส 4 ตลาดรถจะเริ่มแผ่วลง

    จากการวิเคราะห์ของ KKP Research โดยกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร มองว่า ตลาดรถยนต์ในประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญ ด้วยปัจจัยลบทางเศรษฐกิจที่รุมเร้า และถูกซ้ำเติมด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในช่วงเดือน มี.ค.-พ.ค.ที่ผ่านมา

    ทั้งนี้ ได้ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของประชากร รวมถึงกระทบความต้องการซื้อสินค้าที่มีมูลค่าสูงอย่างรถยนต์ ด้วยจากความไม่มั่นใจต่อเศรษฐกิจและการจ้างงาน อีกทั้งยังมีแนวโน้มใหญ่ (Megatrends) ที่อาจกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน ต่อเนื่องถึงธุรกิจจัดจำหน่าย (Dealership)

    ขณะเดียวกันในอนาคตอันใกล้นี้ การเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีการขับเคลื่อนไปใช้พลังงานไฟฟ้าซึ่งมีประสิทธิภาพดีขึ้น และมีแนวโน้มต้นทุนที่ถูกลง และวิถีชีวิตของคนเมืองที่เริ่มเปลี่ยนแปลงไป จากทางเลือกในการเดินทางที่เพิ่มขึ้นที่อาจส่งผลให้ความเชื่อที่ว่า รถ คือ ปัจจัยที่ 5 ได้ลดความสำคัญลง (Mobility as a service) สอดคล้องกับยอดขายรถยนต์ทั่วโลกที่มีแนวโน้มชะลอลง

    "ตลาดรถยนต์ไทยได้รับผลกระทบจากทั้งรอบวัฏจักรการเปลี่ยนรถยนต์ที่ได้ผ่านพ้นไปแล้ว และจากวิกฤตการณ์โควิด ส่งผลให้ตลาดรถยนต์ใหม่จะหดตัว 35% ในปี 63"

    อย่างไรก็ตาม ในห้วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านนี้ รถยนต์มือสองดูเหมือนจะเป็นทางเลือกหนึ่งที่หลายคนเริ่มมองหา ในช่วงที่ภาวะการเงินของครัวเรือนได้รับผลกระทบและมีความไม่แน่นอน แต่ยังมีความจำเป็นต้องใช้รถเพื่อเดินทางไปทำงาน หรือเพื่อการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศแทนการเดินทางด้วยเครื่องบิน หรือการท่องเที่ยวต่างประเทศ

    โดย KKP Research พบว่า วัฏจักรการเปลี่ยนรถยนต์ของผู้ใช้รถในไทยอยู่ที่ประมาณ 74 เดือน หรือ ประมาณ 6 ปี แต่พบว่าในอนาคตนี้ ระยะเวลาการเปลี่ยนรถมีแนวโน้มสั้นลงเรื่อยๆ โดยรอบใหญ่ของการซื้อรถยนต์เกิดขึ้นระหว่างปี 2012-2013

    ส่วนใหญ่เป็นรถขนาดต่ำกว่า 1,500 ซีซี รวมถึงรถกระบะเพื่อใช้สิทธิ์คืนภาษีฯ ตามนโยบายรถคันแรกของรัฐบาล ส่งผลให้รอบการเปลี่ยนรถที่เคยใช้สิทธิ์จากโครงการฯ เกิดขึ้นอีกครั้งในปี 2018 ที่ผ่านมา โดยตลาดรถยนต์ใหม่ หรือรถป้ายแดงขยายตัวได้ถึง 20%

    อย่างไรก็ตาม ตลาดรถยนต์ใหม่เริ่มแผ่วลงหลังจากนั้น ก่อนถูกซ้ำเติมจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้กำลังซื้อของประชากรลดลงจากผลกระทบต่อรายได้ และความเสี่ยงจากการถูกเลิกจ้าง เป็นผลให้ในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้พบว่า ตลาดรถใหม่หดตัวแล้วถึง 37% 

    KKP Research คาดว่าตลอดทั้งปี 2020 ยอดขายรถยนต์ใหม่จะลดลงเหลือเพียง 651,000 คัน คิดเป็นการหดตัวถึง 35% จากยอดขายในปีที่แล้วที่ 1 ล้านคัน

    โควิดกระตุ้นตลาดรถมือสองให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง

    แม้ว่ายอดขายรถยนต์ป้ายแดงจะหดตัว 37% ตลอดครึ่งปีแรก แต่ยอดขายรถมือสองที่วัดจากยอดโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์ลดลงเพียง 15% สะท้อนให้เห็นสภาวะตลาดรถยนต์มือสองที่ยังคงแข็งแกร่ง และยืดหยุ่นกว่าตลาดรถใหม่ เนื่องมาจากกำลังซื้อที่หดตัวลงอย่างมากจากสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้ผู้บริโภคอาจชะลอการตัดสินใจซื้อรถยนต์ใหม่ออกไป รวมทั้งอาจมีบางส่วนตัดสินใจหันไปซื้อรถยนต์มือสองเพื่อทดแทนการซื้อรถยนต์ป้ายแดงมากขึ้น

    อีกทั้งแนวโน้มราคารถยนต์มือสองปรับตัวลดลงจนมีความน่าสนใจ และมีสัดส่วนรถปีใหม่ๆ คือ หลังปี 2015 ออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้นจากการเทขายของผู้ใช้รถที่เผชิญปัญหาสภาพคล่อง หรือจากการขายทอดตลาด

    จากข้อมูลบนเว็บไซต์ One2car ที่เป็นตลาดรถออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยในปัจจุบัน พบว่าจำนวนรถที่ลงประกาศขายก่อนครบรอบการเปลี่ยนรถปกติ (Replacement cycle) หรือรถมือสองที่จดทะเบียนหลังปี 2015 เพิ่มขึ้นถึง 6.1% จากต้นปี สวนทางกับรถปีเก่าที่มีจำนวนลดลงกว่า 1 ใน 4 และขยายสัดส่วนเพิ่มจาก 26% ในเดือนมกราคมเป็น 32% ในเดือนมิถุนายน

    ตลาดรถมือสองได้รับผลกระทบน้อยกว่าตลาดรถใหม่ และได้รับความสนใจเพิ่มมากขึ้นหลังโควิดจากความกังวลด้านสุขภาพ ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจซบเซาและการใช้จ่ายสินค้าคงทนต่างๆ มีแนวโน้มหดตัว รถมือสองหรือรถใช้แล้วกลับได้รับผลกระทบน้อยกว่ารถใหม่

    ทั้งนี้ เนื่องจากสามารถทดแทนรถใหม่ได้ในราคาที่ถูกกว่ามาก และยังเป็นตลาดแลกเปลี่ยนให้ผู้ใช้รถสามารถขยับขยายขนาด หรือประเภทของรถตามความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละช่วงอายุ (Life cycle) โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งเงินสดก้อนใหญ่หรือขอสินเชื่อ

    ข้อมูลจาก Google Trends ยังชี้ให้เห็นว่าตลาดรถมือสองในช่วงคลายล็อกดาวน์กลับมาได้รับความสนใจมากขึ้น โดยการค้นหาข้อมูลรถมือสองยี่ห้อหลักในอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 2 ปี ชี้ให้เห็นถึงความต้องการมีรถยนต์เพื่อใช้เป็นพาหนะในการเดินทางที่เพิ่มสูงขึ้น แม้ว่าจะมีข้อจำกัดในแง่กำลังซื้อที่ทำให้ไม่สามารถซื้อรถใหม่ได้

    ราคารถมือสองเริ่มทรงตัว เต็นท์กล้ารับซื้อรถมากขึ้น

    ตลาดรถมือสองได้รับผลกระทบอย่างมากในปี 2019 หลังการจบรอบการเปลี่ยนรถยนต์ที่เคยใช้สิทธิ์จากโครงการรถคันแรกที่ส่งผลให้มีสต๊อกรถมือสองเข้าสู่ตลาดจำนวนมากเกินความต้องการซื้อในห้วงเวลาที่เศรษฐกิจชะลอตัว ราคารถมือสองจึงปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง

    อย่างไรก็ตาม ตลาดรถมือสองเริ่มทรงตัวได้ตั้งแต่ช่วงต้นปีก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19 ข้อมูลจาก One2car บ่งชี้ว่าราคารถในตลาดมือสองโดยภาพรวมปรับตัวลงมากในช่วงมีนาคม-พฤษภาคม ก่อนจะปรับตัวดีขึ้นในเดือนมิถุนายน ทำให้ในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ราคารถยนต์มือสองโดยภาพรวมปรับลดลงเพียง 1.4%

    ขณะเดียวกัน ราคารถประมูลซึ่งสะท้อนต้นทุนสำหรับเต็นท์รถดิ่งลงในเดือนเมษายน ซึ่งเป็นช่วงที่การแพร่ระบาดของโควิด-19 สูงสุดโดยลดลงถึง 18% เมื่อเทียบกับต้นปี จากการเปลี่ยนรูปแบบการประมูลมาเป็นการประมูลแบบออนไลน์แทนที่ศูนย์ประมูล จึงกลายเป็นโอกาสที่เต็นท์รถมือสองสามารถซื้อรถด้วยต้นทุนที่ถูกลงมาก

    นอกจากนี้ยังสามารถปรับราคาขายเพื่อกระตุ้นยอดขายโดยยังคงส่วนต่างกำไรได้ ด้วยสาเหตุนี้ประกอบกับความต้องการที่อั้น (Pent-up demand) มาจากช่วงโควิด-19 ในช่วงแรกของการกลับมาดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจ เราเชื่อว่าตลาดรถมือสองจะยังคงคึกคักต่อไปได้ในระยะ 2-3 เดือนข้างหน้า

    เมื่อพิจารณาตามยี่ห้อรถยนต์ พบว่า โตโยต้า (Toyota) ได้รับผลกระทบด้านราคาน้อยที่สุด โดยติดลบราว 3% YTD กลุ่มยี่ห้อที่ได้รับผลกระทบรองลงมา ได้แก่ ฮอนด้า (Honda), มิตซูบิชิ (Mitsubishi), ฟอร์ด (Ford), อีซูซุ (Isuzu) ที่ติดลบประมาณ 4-6% YTD ส่วนกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด ได้แก่ นิสสัน (Nissan) และ มาสด้า (Mazda) ซึ่งติดลบราว 8%


    ปัจจัยที่ต้องติดตามในอนาคต

    แม้ว่าตลาดรถโดยรวมจะกระเตื้องขึ้นในช่วงคลายล็อกดาวน์ แต่ตลาดมีแนวโน้มแผ่วลงในช่วงปลายปีนี้จากกำลังซื้อที่ลดลง KKP Research มองว่า ด้วยความต้องการซื้อรถยนต์ส่วนตัวที่อั้นมาจากช่วงการแพร่ระบาดสูงสุดของโควิด-19 ประกอบกับความต้องการเดินทางที่ธรรมชาติพื้นฐานของมนุษย์ ท่ามกลางความกังวลด้านสุขภาพ อีกทั้งราคารถที่มีแนวโน้มทรงตัวจะเป็นปัจจัยหนุนให้ตลาดรถ โดยเฉพาะรถมือสองยังคงคึกคักได้ตลอดไตรมาส 3 ของปีนี้

    อย่างไรก็ตาม คาดว่าตลาดรถจะเริ่มแผ่วลงในไตรมาส 4 พร้อมกับการทยอยสิ้นสุดของการพักชำระหนี้ของสถาบันการเงิน และการเลิกจ้างงานที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งอาจทำให้สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ถูกจัดชั้นเป็นหนี้เสีย หรือหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้เพิ่มขึ้น ส่งผลให้มีรถที่ถูกยึดและถูกขายทอดตลาดในระยะเวลาไล่เลี่ยกัน เกินกว่าความต้องการของตลาดจะดูดซับได้ ทำให้ตลาดอาจกลับมาซบเซาอีกคราวหนึ่ง.

    (ข้อมูลจาก KKP Research โดยกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร)

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ตลาดรถมือสองตลาดรถยนต์ซื้อรถยนต์รถมือสองรถป้ายแดงข่าวทั่วไป

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันพุธที่ 23 กันยายน 2563 เวลา 00:55 น.