ข่าว
100 year

“บีโอไอ” ลุยไฟช่วย 4 กลุ่มเอสเอ็มอี “จีน” แซงหน้า “ญี่ปุ่น” แชมป์ลงทุนไทย

ไทยรัฐฉบับพิมพ์14 ม.ค. 2563 09:26 น.
SHARE

“สมคิด” สั่งบีโอไอหนุน 4 กลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอี ปลื้มบีโอไอทำผลงานทะลุเป้าหมายปี 2562 พร้อมสั่งให้ไปหารือกับ “คลัง” วางมาตรการสนับสนุนนักลงทุนไทยลงทุนให้มากขึ้นใน 6 เดือนนี้เหตุบาทแข็งปั๋ง “บีโอไอ” ชี้นักลงทุนจีนได้รับการส่งเสริมการลงทุนมากที่สุด 160,000 ล้านบาท แซงหน้าญี่ปุ่น

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังมอบนโยบายให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ว่า ได้ย้ำการส่งเสริมเอสเอ็มอีใน 4 กลุ่มหลักให้เห็นผลภายในปีนี้ คือ 1.อุตสาหกรรมด้านการท่องเที่ยวและแรงงานที่ไทยมีศักยภาพ และเน้นให้มีการส่งเสริมด้านการท่องเที่ยว 2.อุตสาหกรรมด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) เน้นส่งเสริมด้านเอนเตอร์เทนเมนต์ ทั้งด้านสร้างภาพยนตร์ แอนิเมชัน การพัฒนาด้านดีไซน์ การละครและศิลปะ 3.กลุ่มอุตสาหกรรมชีวภาพหรือ BCG (ไบโอ เซอคูล่า กรีน) มอบให้บีโอไอออกมาตรการส่งเสริมการลงทุน ให้กับภาคธุรกิจที่ลงทุน เรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อม เป็นอุตสาหกรรมหลัก

4.อุตสาหกรรมที่เน้นลงทุนเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ซึ่งบีโอไอจะทำงานร่วมกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร โดยหากภาคธุรกิจใดเข้าไปมีส่วนร่วม หรือมีการลงทุนใดๆที่เกี่ยวข้องกับการสร้างงาน สร้างรายได้และพัฒนาชุมชน ก็จะได้รับสิทธิประโยชน์จากบีโอไอ และบีโอไอต้องหารือกับกระทรวงการคลังเพื่อออกมาตรการเร่งรัดให้นักลงทุนไทยลงทุนในประเทศมากขึ้น ภายใน 6 เดือนนี้

สำหรับผลการดำเนินงานของบีโอไอปี 2562 ขอชื่นชมที่ทำผลงานได้สูงกว่าเป้าหมายมียอดขอรับการส่งเสริมการลงทุน 1,624 โครงการ มูลค่า 756,100 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 750,000 ล้านบาท โดยนักลงทุนจีนมีมูลค่าสูงที่สุดถึง 260,000 ล้านบาท แซงหน้านักลงทุนญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก

“คำส่งเสริมการลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกมี 506 โครงการ มูลค่า 444,880 ล้านบาท หรือ 59% ของมูลค่าขอรับการส่งเสริมการลงทุนทั้งหมด โดยจังหวัดระยองมีมูลค่าเงินลงทุนมากที่สุด ตามด้วยชลบุรีและฉะเชิงเทรา และคำขอรับส่งเสริมการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายมี 838 โครงการ มูลค่า 286,520 ล้านบาท คิดเป็น 38% ของมูลค่าขอรับส่งเสริมการลงทุนทั้งหมด อุตสาหกรรมที่มูลค่าลงทุนสูงสุด ได้แก่ เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ 80,490 ล้านบาท”

ขณะที่ปีนี้บีโอไอจะเดินสายเปิดตลาดในสหรัฐฯ เดือน มี.ค.นี้ หลังจากได้รับการตอบรับจากทั้งจีน ญี่ปุ่น และฮ่องกงที่เข้ามาลงทุนในไทย เชื่อมั่นว่า แม้เศรษฐกิจโลกผันผวน นักลงทุนต่างชาติ ก็จะยังเข้ามาลงทุนในไทย

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง กล่าวว่า บีโอไอจะนัดหารือกับกระทรวงการคลัง อาทิ กรมสรรพากร กรมศุลกากร เพื่อให้ออกมาตรการทางภาษีใหม่ๆ ช่วยสนับสนุน ลดภาระให้ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะการลงทุนด้านปรับเปลี่ยนเครื่องจักร อุปกรณ์ โดยในหลักการแล้ว การลดภาษีของกรมสรรพากรและลดภาษีนำเข้าของกรมศุลกากร จะเพิ่มแรงจูงใจให้เอกชนลงทุนซื้อเครื่องจักรและอุปกรณ์
ได้ เพราะช่วงเงินบาทแข็งค่าส่งผลดีของการซื้อเครื่องจักรและอุปกรณ์ เพราะมีราคาถูกลง

นางสาวดวงใจ อัศวจินตจิตร์ เลขาธิการบีโอไอ กล่าวว่า ตัวเลขที่นักลงทุนจีนได้รับการส่งเสริมการลงทุนมากเป็นอันดับ 1 อยู่ที่ 260,000 ล้านบาท แยกเป็นการลงทุนในโครงการรถไฟ ความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา) 160,000 ล้านบาท อีก 100,000 ล้านบาท เป็นการลงทุนในโรงงานผลิตยางล้อรถยนต์ อุปกรณ์และชิ้นส่วนโลหะรถยนต์ทางระบบไอที และฟินเทค

“โครงการที่บีโอไอส่งเสริมให้นักลงทุนจีน หากตัดรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินออกไป มูลค่าที่จีนได้รับการส่งเสริมในกิจการอื่นๆก็ยังแตะ 100,000 ล้านบาท มากกว่าปี 2561 ที่มูลค่า 50,000 ล้านบาท ขณะที่ญี่ปุ่นปีที่แล้วได้รับส่งเสริมการลงทุน 73,000 ล้านบาท มาเป็นอันดับสอง ส่วนเป้าหมายส่งเสริมการลงทุนปีนี้จะมีการหารือกับคณะกรรมการบีโอไอเดือน ก.พ.นี้”.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

บีโอไอสมคิด จาตุศรีพิทักษ์เอสเอ็มอีนักลงทุนไทยกระทรวงการคลังมูลค่าเงินลงทุนนักลงทุนจีน

Most Viewed