ข่าว
100 year

ลงทุนปิโตรเคมี 3 แสนล้าน

ไทยรัฐฉบับพิมพ์9 ธ.ค. 2562 05:20 น.
SHARE

อ็กซอนขีดเส้นรัฐขอความชัดเจนใน2ปี

“เอ็กซอนโมบิล” คุยลั่นทุ่งเทงบประมาณถึง 3 แสนล้านลงทุนโครงการปิโตรเคมีในเขตอีอีซี ลุ้นรัฐเคาะเงื่อนไขถมทะเลขอชัดเจนภายใน 2 ปี หากไม่คืบหน้าอาจพิจารณาไปลงทุนในเวียดนามหรือจีนแทน

นายอดิศักดิ์ แจ้งกมลกุลชัย ประธานบริหารโครงการอุตสาหกรรมแห่งอนาคต บริษัท เอ็กซอนโมบิล จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทได้วิเคราะห์ความต้องการด้านปิโตรเคมีจะมีการเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 40% ในระหว่างปี 2559-2583 โดยเฉพาะความต้องการบริโภคปิโตรเคมีที่เพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่อยู่ในทวีปเอเชีย ทำให้บริษัทมองหาโอกาสการ ลงทุนดังกล่าวผ่านโรงงานอุตสาหกรรมแห่งอนาคต คือ โครงการปิโตรเคมี ที่ใช้เทคโนโลยีทันสมัย สามารถนำน้ำมันดิบ (ฟีดสต๊อก) เข้าสู่กระบวนการผลิตเป็นผลิตภัณฑ์เคมีได้โดยไม่ต้องไปผ่านกระบวนการกลั่น และเทคโนโลยีนี้ บริษัทเป็นเจ้าแรกเริ่มดำเนินการครั้งแรกในสิงคโปร์ เมื่อปี 2555 แต่การลงทุนครั้งใหม่นี้จะใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยกว่าเดิมเป็นมิตร กับสิ่งแวดล้อม

“ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างเลือกว่าจะเข้าไปลงทุนโครงการดังกล่าวในประเทศใด ระหว่าง ไทย เวียดนาม และจีน ผมในฐานะคนไทยก็อยากผลักดันให้เกิดการลงทุนในไทย เพราะไทยมีนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ที่จะเป็นตัวขับเคลื่อนการลงทุนขนาดใหญ่ที่ปลอดมลพิษ และมีการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาธุรกิจ ที่เอื้อต่อการลงทุนจากต่างประเทศ”

ขณะเดียวกัน ศักยภาพภาคการก่อสร้าง แรงงานก็เป็นปัจจัยสนับสนุนให้ประเทศไทย เป็นประเทศที่ดึงดูดการลงทุน และบริษัทก็มีสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศไทยต่อเนื่องยาวนานจนครบ 125 ปี ปัจจุบันมีการจ้างงานของบริษัทในเครือเอ็กซอนโมบิล ในไทย 3,000 คน หากเลือกลงทุนในไทย จะช่วยเสริมความสัมพันธ์ให้แข็งแกร่งขึ้น

ที่สำคัญการลงทุนครั้งนี้ได้ประเมินมูลค่า ไว้ที่ 300,000 ล้านบาท แต่ตัวเลขสามารถบวกและลบได้เพราะต้องขึ้นอยู่กับความชัดเจนจากรัฐบาลว่าจะสนับสนุนโครงการนี้หรือไม่ บริษัทได้ศึกษาโครงการนี้มา 1-2 ปีแล้ว และได้ยื่นคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เมื่อปี 2561 โดยล่าสุดภาครัฐได้มอบให้การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) จัดหาพื้นที่ลงทุน ซึ่งบริษัทอยู่ระหว่างประสานข้อมูล รายละเอียด ทราบว่า กนอ.ได้ว่าจ้างสถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย เป็นผู้ศึกษาเพื่อประเมินความเป็นไปได้ จะมีความชัดเจนในต้นปี 2563 และบริษัทวางแผนให้โครงการนี้เริ่มดำเนินการผลิตในปี 2569-2570 เพราะหากพื้นที่ลงทุนชัดเจน จะใช้เวลาทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (อีเอชไอเอ) เรื่องถม ทะเล และอีเอชไอเอในส่วนต่างๆที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะระยะเวลาที่ใช้ถมทะเลต้องใช้รวม 3 ปีแล้ว

“เรื่องการถมทะเล กนอ.ได้ศึกษาพื้นที่ในภาพใหญ่พบว่าต้องถมทะเล 3,000 ไร่ ซึ่งบริษัทไม่ได้ใช้พื้นที่ทั้งหมด เพราะใช้เพียง 1,000 ไร่ ส่วนที่เหลือเพื่อรองรับผู้ประกอบการรายอื่นๆที่เน้นลงทุนในอุตสาหกรรม เทคโนโลยีแห่งอนาคต การถมทะเลนี้เป็นข้อเสนอของ กนอ.ที่เห็นว่ามีความเหมาะสม และเป็นไปได้ เนื่องจากที่ผ่านมาท่าเรือสำคัญในภาคตะวันออกก็ใช้วิธีถมทะเลเช่นกัน ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ต้องสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจ ไม่ใช่โครงการที่ทำลายสิ่งแวดล้อม หากมีการบริหารจัดการที่ดี และใช้เทคโนโลยีขั้นบริหารจัดการ”

สำหรับที่ตั้งของโรงงานอุตสาหกรรมแห่งอนาคตนี้ ต้องการให้ตั้งอยู่ใกล้กับโรงกลั่นน้ำมันของเอ็กซอนโมบิล ที่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี รัศมี 5 กิโลเมตร เพื่อผลิตโพลิเมอร์ที่มีคุณภาพพิเศษ คือ โพลิเอทิลีน และโพลีโพรพิลีนที่แข็งแรง เบา ใช้สำหรับอุตสาหกรรมอนาคตอย่างรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) อิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์การแพทย์ เกษตร นอกจากนี้ จะบูรณาการกระบวนการผลิตต่อเนื่องระหว่างโรงกลั่นน้ำมัน และโครงการปิโตรเคมีที่จะสร้างขึ้นใหม่ ทำให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น จากการใช้จุดเด่นของโรงกลั่นที่มีอยู่ในปัจจุบัน.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เอ็กซอนโมบิลอดิศักดิ์ แจ้งกมลกุลชัยอีอีซีปิโตรเคมีการลงทุนอีเอชไอเอโรงงานอุตสาหกรรม

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้