ข่าว
100 year

“กุลิศ” เร่งกรมเชื้อเพลิงเจรจาเชฟรอน รื้อถอนแท่นขุดเจาะปิโตรเลียมเอราวัณ

ไทยรัฐฉบับพิมพ์4 ต.ค. 2562 09:23 น.
SHARE

นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยความคืบหน้าการเจรจาค่าใช้จ่าย เพื่อ ดำเนินการรื้อถอนแท่นขุดเจาะก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย ว่า ได้สั่งการให้กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติไปเจรจากับผู้ถือหุ้นหลักในแหล่งเอราวัณและบงกช โดยเฉพาะในแหล่งเอราวัณ เพื่อเร่งสรุปแนวทาง การดำเนินงาน เพื่อไม่ให้บริษัท เชฟรอน ประเทศไทยสำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด ที่เป็นผู้รับสัมปทานเดิม นำไปสู่กระบวนการยื่นอนุญาโตตุลาการ หากไม่สามารถตกลงกับกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติได้ว่าใครต้องรับผิดชอบการรื้อถอนแท่นขุดเจาะปิโตรเลียม เพราะจะต้องมีการวางหลักประกันการรื้อถอน ทั้งนี้ การดำเนินงานดังกล่าวเป็นไปตามกฎหมายที่กำหนด เพื่อไม่ให้กระทบกับการส่งมอบพื้นที่ให้กับผู้ชนะประมูลรายใหม่ ทั้ง 2 แหล่งนี้ คือ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) และบริษัท มูบาดาลา จำกัด ซึ่งทั้ง 2 แหล่งจะสิ้นสุดอายุสัมปทานในปี 2565 และ 2566

ด้านนายไพโรจน์ กวียานันท์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เชฟรอนประเทศไทยฯ กล่าวว่า เรื่องทั้งหมดขึ้นอยู่กับการหารือเป็นหลัก จึงยังไม่สามารถตอบได้ว่าจะนำไปสู่กระบวนการยื่นอนุญาโตตุลาการหรือไม่ แต่ขณะนี้ถือเป็นการระงับไว้ชั่วคราว ส่วนรายละเอียดต่างๆต้องรอการเจรจากับกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ และยืนยันว่าจะไม่มีผลกระทบต่อการเข้าไปดำเนินการของผู้ได้รับสิทธิสำรวจและผลิตรายใหม่แต่อย่างใด

ขณะที่นายราเชด อัล บลูชิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มูบาดาลา ปิโตรเลียม (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เชื่อมั่นว่าการดำเนินการเปลี่ยนผ่านจากเจ้าของสัมปทานรายเดิมนั้นจะเป็นไปตาม ระยะเวลาที่กำหนด ภายใต้การดูแลของกระทรวงพลังงาน ซึ่งบริษัทยังมีความสนใจที่จะเข้าประมูล สำรวจและผลิตปิโตรเลียม หากมีการเปิดประมูลรอบใหม่อีก “การเปลี่ยนผ่านของผู้สำรวจและผลิตปิโตรเลียมรายใหม่ กรณีการเจรจารื้อถอนแท่นขุดเจาะก๊าซธรรมชาติ เป็นเรื่องปกติเหมือนกับแหล่งปิโตรเลียมแห่งอื่นๆทั่วโลกที่มีปัญหาเช่นกัน แต่สุดท้ายก็เปลี่ยนผ่านได้ราบรื่น”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ได้ส่งหนังสือถึงผู้ถือหุ้นในแหล่งเอราวัณและแหล่งบงกช เมื่อวันที่ 13 มิ.ย.ที่ผ่านมา เพื่อให้ผู้ถือหุ้นวางหลักประกันการรื้อถอนแท่นขุดเจาะก๊าซธรรมชาติ ซึ่งจะครบกำหนดวันที่ 13 ต.ค.นี้ โดยแหล่งเอราวัณมีค่าใช้จ่ายรื้อถอน 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และแหล่งบงกช 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กุลิศ สมบัติศิริกระทรวงพลังงานปิโตรเลียมมูบาดาลาผู้ชนะประมูลรายใหม่เชฟรอนประเทศไทยไพโรจน์ กวียานันท์

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้