ข่าว
100 year

แพ็กเกจกระตุ้นเศรษฐกิจมาแน่! “อุตตม” ย้ำชัดประชาชนทุกกลุ่มได้ประโยชน์

ไทยรัฐฉบับพิมพ์6 ส.ค. 2562 08:24 น.
SHARE

“อุตตม” ลั่นคลังเตรียมเสนอ ครม.เคาะแพ็กเกจกระตุ้นเศรษฐกิจภายในเดือน ส.ค.นี้ ยันครอบคลุมคนทุกกลุ่ม ทั้งเกษตรกร ประชาชนฐานราก ประชาชนทั่วไป คนทำงาน สตาร์ตอัพ เอสเอ็มอี หวังดันให้เศรษฐกิจไทยปีนี้โตไม่ต่ำกว่า 3% ขณะที่ “สนธิรัตน์” ลั่นทุกกระทรวงมีแผนดูแลประชาชนชัดเจนใน 3 เดือน

นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง เปิดเผยภายหลังการนำผู้บริหารกระทรวงการคลัง และธนาคารเฉพาะกิจ เข้าพบนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เพื่อหารือถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่จะดำเนินการในเร็วๆนี้ ว่า กระทรวงอยู่ระหว่างหารือมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

โดยจะเสนอเป็นแพ็กเกจ ทั้งในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงการคลัง ธนาคารเฉพาะกิจ และกระทรวงอื่นๆ เช่น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งจะนำมาหารือในคณะรัฐมนตรี (ครม.) เศรษฐกิจก่อนจะเสนอให้ ครม.พิจารณาภายในเดือน ส.ค.นี้ เพื่อรักษาอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจไทย
ปีนี้ไม่ให้ต่ำกว่า 3% จากไตรมาสแรกขยายตัวเพียง 2.8% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว และไตรมาส 2 น่าจะขยายตัวไม่ดีนัก เนื่องจากภาวะโลก เช่น สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีน รวมถึงปัญหาการเมืองภายในประเทศ

“หากรัฐบาลไม่มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงนี้ มีโอกาสที่จะเห็นจีดีพี (ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ) ต่ำกว่า 3% ได้ แต่ถ้ามีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและมาตรการได้ผลดี จีดีพีไทยปีนี้จะโตมากกว่า 3% แน่นอน แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ เศรษฐกิจในระยะยาว ถือเป็นความท้าทายแท้จริงในอีก 3-5 ปีข้างหน้า”

สำหรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่กำลังศึกษาอยู่นี้ จะให้ความช่วยเหลือครอบคลุมคนทุกกลุ่ม ทั้งเกษตรกร ซึ่งธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และกระทรวงเกษตรกรและสหกรณ์ จะเป็นแกนหลัก ส่วนประชาชนในระดับฐานราก มี ธ.ก.ส. ธนาคารกรุงไทยและธนาคารออมสิน เป็นแกนหลัก ขณะที่ประชาชนทั่วไป คนทำงาน และผู้ประกอบการใหม่ (สตาร์ตอัพ) ผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก (เอสเอ็มอี) มีธนาคารออมสินและธนาคารกรุงไทย เป็นแกนหลัก ส่วนมาตรการเพิ่มเติมช่วยเหลือผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐนั้นมีแน่นอน แต่ต้องกำหนดมาตรการให้ชัดเจนก่อนว่าใครจะได้ประโยชน์ และต้องใช้งบประมาณเท่าไร

นายอุตตม กล่าวต่อถึงการปฏิรูปโครงสร้างภาษีว่า เป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องทำภายใน 3 เดือน โดยมอบให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ร่วมกับกรมจัดเก็บภาษี ได้แก่ กรมสรรพากร กรมศุลกากร และกรมสรรพสามิต ศึกษาแนวทางปรับปรุงและยกระดับระบบการจัดเก็บภาษี โดยยังสามารถรักษาวินัยการเงินการคลัง ซึ่งเป็นจุดแข็งของประเทศไทยไว้ได้ “ระบบการจัดเก็บภาษี ต้องสร้างความเท่าเทียม ซึ่งไม่ใช่แค่จ่ายภาษีเท่ากันทั้งหมด แต่ต้องเท่าเทียมตามความเหมาะสมของรายได้ประชาชน ทั้งในภาคอุตสาหกรรมบริการ และภาคเอกชน”

นอกจากนี้ ยังเตรียมเก็บภาษีอีคอมเมิร์ซรูปแบบอื่นๆจากบริษัทต่างชาติขนาดใหญ่ที่เข้ามาทำธุรกิจในไทย ซึ่งกำลังพิจารณาว่าจะจัดเก็บอย่างไรได้บ้าง ส่วนการขยายฐานการจัดเก็บภาษีรูปแบบใหม่ เช่น ภาษีด้านพลังงาน จะหารือกับรัฐมนตรีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน ซึ่งจะต้องเกิดความสมดุลและเป็นธรรมกับผู้เสียภาษีมากที่สุด

ด้านนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน กล่าวว่า ในอีก 3 เดือน ทุกกระทรวงจะมีนโยบายดูแลประชาชนที่ชัดเจน ขอให้ประชาชนอย่ากังวลใจ แม้รัฐบาลนี้จะเป็นพรรคร่วมรัฐบาล แต่ ครม. โดยเฉพาะกระทรวงเศรษฐกิจ ที่มีถึง 11 กระทรวง จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจร่วมกัน ซึ่งในเร็วๆนี้จะมีการประชุม ครม.เศรษฐกิจนัดแรก.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

อุตตม สาวนายนสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์กระทรวงการคลังกระตุ้นเศรษฐกิจเอสเอ็มอีเกษตรกรจีดีพี

คุณอาจสนใจข่าวนี้