ข่าว
100 year

“สนธิรัตน์” รื้อแผน “พีดีพี 2018” กดค่าไฟถูกลง-ไทยผงาดศูนย์กลางอาเซียน

ไทยรัฐฉบับพิมพ์1 ส.ค. 2562 08:24 น.
SHARE

“สนธิรัตน์” ประกาศรื้อแผนพีดีพี 2018 ร่ายมนตร์สะกดคนไทยเพื่อกดให้ค่าไฟฟ้าถูกลง และทำให้ไทยเป็นศูนย์กลางพลังงานอาเซียน “กบง.” ขยายเวลาลดราคาบี 20 ต่ำกว่าบี 7 ที่ระดับ 5 บาทต่อลิตรไปถึง 30 ก.ย.นี้ ตรึงราคาขายปลีกแอลพีจี–เอ็นจีวีต่ออีก 2 เดือน

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า ตนมีนโยบายทบทวน แผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (พีดีพี 2018) เพื่อตอบโจทย์ให้พลังงานเป็นของทุกคนและทุกระดับ โดยเฉพาะให้ชุมชนมีส่วนร่วมการเป็นเจ้าของโรงไฟฟ้าทำให้ไทยเป็นศูนย์กลางพลังงานในอาเซียน เพื่อทำให้ไทยสามารถบริหารจัดการความมั่นคงด้านไฟฟ้า ที่จะส่งผลทำให้เป็นโอกาสของค่าไฟฟ้า ในระยะยาวของประชาชนจะถูกลงกว่าแผนเดิมที่กำหนดไว้ 20 ปี ราคาค่าไฟฟ้าเฉลี่ย 3.58 บาทต่อหน่วย แต่ก็ยังยึดกรอบใหญ่ของแผนพีดีพี ที่กำหนดไว้ตลอดอายุ 20 ปี ที่กำหนดค่าไฟเฉลี่ยไว้ที่ 3.58 บาทต่อหน่วยตามเดิม ซึ่งยืนยันว่าอาจมีแนวโน้มถูกลงอีก หากบริหารจัดการได้ตามที่วางไว้ โดยเฉพาะการปรับพีดีพีที่ให้เน้นมองจุดแข็งของไทยให้เป็นศูนย์กลางของอาเซียน ก็จะสามารถเชื่อมโยงการผลิตไฟฟ้าที่มีต้นทุนต่ำ รวมทั้งเร่งศึกษาโครงสร้างค่าไฟฟ้าใน 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1.ผู้ที่อยู่รอบโรงไฟฟ้าก็ต้องได้รับค่าไฟฟ้าที่ถูกลง 2.บัตร สวัสดิการแห่งรัฐที่จะให้เข้าถึงผู้มีรายได้ต่ำจริงๆ

“การพัฒนาโรงไฟฟ้าชุมชนก็จะดึงให้ชุมชนมีส่วนร่วมกับเอกชน แต่จะกำหนดสัดส่วนการลงทุนให้ชัดเจนเพื่อลดค่าใช้จ่ายและมีรายได้เพิ่ม รวมไปถึงส่งเสริมให้เกิดสตาร์ตอัพที่ต้องมีการแก้ไขระเบียบและวิธีการขอเงินสนับสนุนจากกองทุนเพื่อส่งเสริมและอนุรักษ์พลังงานในปีงบ ประมาณ 2563 ที่มีอยู่ 12,000 ล้านบาทใหม่ เพื่อให้สอดรับกับการกระจายพื้นที่ของการเกิดโรงไฟฟ้าชุมชน โดยโรงไฟฟ้าชุมชนในหลักการ ต้องเน้นในกลุ่มพลังงานหมุนเวียนโดยเฉพาะพลังงานแสงอาทิตย์ ชีวมวล ไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงชีวภาพ ไฟฟ้าจากขยะ”

ขณะเดียวกัน ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงาน (กบง.) ได้มีมติขยายระยะเวลาให้ระดับราคาขายปลีกน้ำมันไบโอดีเซลบี 20 ต่ำกว่าดีเซลปกติ (บี 7) 5 บาทต่อลิตร ให้กับกลุ่มรถบรรทุกและรถกระบะ จากเดิมที่จะสิ้นสุดอายุมาตรการเมื่อวันที่ 31 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยต่ออายุไปอีก 2 เดือนหรือสิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย.นี้ เพื่อช่วยดูดซับน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) และยกระดับราคาปาล์มสดให้ราคาเพิ่มขึ้น รวมทั้งได้มีมติตรึงราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) สำหรับกลุ่มหาบเร่แผงลอย และตรึงราคาก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (เอ็นจีวี) สำหรับรถโดยสารสาธารณะต่อไปอีก 2 เดือน หรือเดือน ส.ค.-ก.ย.นี้ เพื่อลดค่าครองชีพของประชาชน

“การต่ออายุราคาบี 20 ให้ต่ำกว่าบี 7 ลิตรละ 5 บาท ออกไปอีก 2 เดือน ทำให้กองทุนน้ำมัน ที่ต้องเข้ามาอุดหนุนราคาในส่วนนี้ที่ 4.50 บาทต่อลิตร นับตั้งแต่ดำเนินมาตรการดังกล่าวเมื่อเดือน ก.ค.2561 ที่เริ่มจากส่วนต่าง 3 บาทต่อลิตร และขยายเป็น 5 บาทต่อลิตร รวมเป็นเงินดูแลถึงสิ้นเดือน ก.ย.นี้ รวม 2,781 ล้านบาท”

ขณะที่แผนระยะยาวในการแก้ไขปาล์มราคาตกต่ำได้มอบให้กรมธุรกิจพลังงาน (ธพ.) ไปศึกษาทั้งระบบว่าจะใช้กลไกส่งเสริมการใช้ผ่านบี 7 บี 10 และบี 20 อย่างไรให้เหมาะสมภายในเดือน ส.ค.นี้ จากนั้นจะหารือร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ ฯลฯ เพื่อร่วมวางแนวทางยกระดับราคาปาล์มแบบยั่งยืน

นอกจากนี้ ในเรื่องการให้ความช่วยเหลือโครงการบรรเทาผลกระทบจากการปรับราคาขายปลีกแอลพีจีภาคครัวเรือน (กลุ่มร้านค้า หาบเร่ แผงลอยอาหาร) กบง.ได้มีมติการตรึงราคาแอลพีจี สำหรับกลุ่มหาบเร่แผงลอย และตรึงราคาเอ็นจีวี สำหรับรถโดยสารสาธารณะต่อไปอีก 2 เดือนหรือเดือน ส.ค.-ก.ย.นี้ โดยได้ขอความร่วมมือกับบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ช่วยตรึงราคาปัจจุบันเอาไว้ก่อน เพื่อให้กระทรวงพลังงานได้
มีเวลาเตรียมมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยที่ชัดเจนขึ้น ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐของกระทรวงการคลัง

สำหรับการช่วยเหลือราคาแอลพีจี กลุ่มหาบเร่แผงลอยจะมีส่วนลดราคาให้ไม่เกิน 36 บาทต่อถัง 15 กิโลกรัม (กก.) แต่ไม่เกิน 75 กก.ต่อเดือน (5 ถัง) และ กบง.มอบให้ ธพ.ขอความร่วมมือ ปตท.ขยายเวลาเพิ่มอีก 2 เดือน คือเดือน ส.ค.-ก.ย.นี้ รวมทั้งได้ขอขยายกรอบวงเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมอีก 60 ล้านบาท ขณะที่บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะช่วยเหลือราคาแอลพีจีให้กับผู้มีรายได้น้อย 45 บาทต่อเดือน รวม 3 เดือน ดังนั้น ระหว่างที่จะครบกำหนด ก็จะหารือกระทรวงการคลัง เพื่อปรับแผนการช่วยเหลือราคาในกลุ่ม หาบเร่แผงลอย เพื่อแก้ปัญหาให้ตรงจุดกับผู้มี
รายได้น้อยอย่างแท้จริง.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์โรงไฟฟ้าชุมชนค่าไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขายปลีกน้ำมันไบโอดีเซลแอลพีจี

คุณอาจสนใจข่าวนี้