ข่าว
100 year

ครม.ไฟเขียวกฎหมายร่วมทุน

ไทยรัฐฉบับพิมพ์4 เม.ย. 2561 08:44 น.
SHARE

ร่นเวลาพิจารณาโครงการไม่เกิน 9 เดือน

ครม.เห็นชอบกฎหมายส่งเสริมการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชนฉบับใหม่ ผนวกระบบพีพีพี ฟาสต์แทร็ก ไว้ในกฎหมายฉบับนี้ด้วย ชี้อนาคตกระบวนการดำเนินโครงการร่วมทุนจะไม่เกิน 9 เดือนในปัจจุบัน จากอดีตใช้เวลา 25 เดือน พร้อมกำหนดโครงการเข้าข่ายร่วมทุนเบื้องต้น 12 ประเภท และต้องเปิดรับฟังความ เห็นเอกชนทุกขั้นตอน

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบในหลักการของร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ส่งเสริมการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. .... (ร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการร่วมลงทุนฯ) และส่งให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาต่อไป ซึ่งร่างกฎหมายดังกล่าว เป็นการปรับปรุง พ.ร.บ.การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ.2556 เพื่อให้มีการกำหนดนโยบายของรัฐที่ชัดเจนและแน่นอนในการจัดทำโครงสร้างพื้นฐานและบริการสาธารณะ มุ่งเน้นการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเป็นหุ้นส่วนระหว่างรัฐและเอกชน

ขณะเดียวกัน จะมีมาตรการส่งเสริมการร่วมลงทุนให้แก่โครงการร่วมลงทุนภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลัง และมุ่งเน้นการใช้ความเชี่ยวชาญและนวัตกรรมของเอกชน โดยคำนึงถึงความสำเร็จของโครงการ รวมทั้งมีหลักเกณฑ์และขั้นตอนในการจัดทำโครงการร่วมลงทุนที่กระชับ ชัดเจน เปิดเผย ตรวจสอบได้ และสามารถสร้างแรงจูงใจให้เอกชนร่วมลงทุนในโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและบริการสาธารณะได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้นตามนโยบายของรัฐบาล โดยให้รวมถึงโครงการทางสังคมด้วย

“กฎหมายนี้จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เพราะจะมีการจัดทำแผนพัฒนาโครงการโครงสร้างพื้นฐานของประเทศและบริการสาธารณะที่ชัดเจน มีมาตรฐานสากล และแก้ปัญหาที่เวลาทำอะไรรัฐจะต้องไปกู้เงินหรือวิ่งหางบประมาณ ซึ่งก็มีภาระเยอะอยู่แล้ว และต้องไปแย่งงบของโรงพยาบาล ทำให้ตูน (อาทิวราห์ คงมาลัย) ต้องมาวิ่งหาเงินบริจาค และเมื่อมีระบบพีพีพี จะลดปัญหาหนี้สาธารณะและเอาไปช่วยโครงการทางสังคมต่างๆได้ด้วย ในเบื้องต้นได้กำหนดไว้ 12 ประเภทกิจการที่สามารถดำเนินงานได้ คือ ถนน เช่น ทางหลวง ทางพิเศษ (มอเตอร์เวย์) รถไฟ ท่าอากาศยาน ท่าเรือ โครงการจัดการน้ำ โครงการด้านพลังงาน กิจการโทรคมนาคม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงพยาบาล โรงเรียน ที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย และให้อำนาจคณะกรรมการนโยบายการให้เอกชนร่วมทุนในกิจการของรัฐหรือบอร์ดพีพีพีเพิ่มประเภทกิจการได้”
ผู้อำนวยการ สคร.กล่าวว่า ในร่างกฎหมายฉบับนี้จะส่งเสริมการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชนให้สะดวกรวดเร็วมากขึ้น ทำให้ขั้นตอนง่าย โดยกำหนดให้มีมาตรการสนับสนุน

โครงการร่วมลงทุน (พีพีพี โปรโมชั่น) และให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) สามารถพิจารณาแก้ไขปัญหาอุปสรรค หรือความล่าช้าเกี่ยวกับโครงการร่วมลงทุนที่เกิดขึ้นจากกฎหมายหรือระเบียบ และจะช่วยยกระดับกองทุนพีพีพีให้สามารถสนับสนุนโครงการพีพีพีได้มากขึ้น ที่สำคัญได้นำเอาหลักการของมาตรการพีพีพี ฟาสต์แทร็กมาบัญญัติไว้ในขั้นตอนการจัดทำโครงการร่วมลงทุน

ทั้งนี้ปัจจุบันใช้มติ ครม.ปี 2558 มาดำเนินการร่นระยะเวลาพิจารณาจากอดีต 25 เดือนมาเหลือ 9 เดือนในปัจจุบัน จนทำให้สำเร็จไปแล้ว 9 โครงการ เช่น รถไฟฟ้าสายสีเหลืองและ สายสีชมพู แต่หากยังเป็นเพียงมติ ครม.หากรัฐบาลใหม่มาอาจไม่เห็นความสำคัญก็เปลี่ยนมติ ครม.ได้ แต่ถ้ากำหนดในกฎหมายจะมีความชัดเจนเป็นระบบ ซึ่งภายใต้กฎหมายฉบับใหม่อาจจะใช้เวลาน้อยกว่า 9 เดือนได้ เพราะกำหนดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมกันพิจารณาตั้งแต่แรก และบอร์ดพีพีพี สามารถกำหนดกรอบระยะเวลาเร่งรัดการจัดทำและดำเนินโครงการร่วมลงทุนได้

นอกจากนี้ ได้กำหนดให้มีการเปิดเผยข้อมูลและตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน กำหนดหลักเกณฑ์และขั้นตอนในการจัดทำโครงการร่วมลงทุนที่ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามามีส่วนร่วมในทุกขั้นตอนจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชนในทุกขั้นตอน จะได้ไม่มีปัญหาแบบอดีตที่เอกชนซื้อซองแล้วไม่มายื่นประมูล และให้หน่วยงานเจ้าของโครงการเปิดเผยสรุปข้อมูลโครงการร่วมลงทุนในรูปแบบที่เข้าใจง่ายต่อสาธารณชน และหน่วยงานตรวจสอบให้ทราบ.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศพีพีพี ฟาสต์แทร็กครม.ลงทุนรถไฟฟ้าสายสีเหลือง

คุณอาจสนใจข่าวนี้