ไลฟ์สไตล์
100 year

เศรษฐกิจไทยต้องฝ่าคลื่นลมอีก 2 ปีเต็ม

ลม เปลี่ยนทิศ
22 ม.ค. 2564 05:01 น.
SHARE

วันนี้ต้องบอกว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการคลัง รัฐบาลได้ใช้ออกมาครบทุกขบวนท่าแล้ว มาตรการแจกเงิน “เราชนะ” 31.1 ล้านคน 2.1 แสนล้านบาท น่าจะเป็นไม้ตายสุดท้าย แบงก์ชาติ ก็ปล่อยไม้ตายสุดท้ายทางการเงินออกมาเช่นกัน ให้แบงก์รัฐแบงก์พาณิชย์ช่วยเหลือลูกหนี้ทุกกลุ่ม โดย ให้ปรับปรุงโครงสร้างหนี้ใหม่ ลดค่างวด ลดดอกเบี้ย ต่ออายุวงเงิน ให้กู้เพิ่มเงินทุนหมุนเวียน ชะลอการชำระหนี้ ผ่อนปรนเงื่อนไขเพิ่มเติม และขยายเวลายื่นรับการช่วยเหลืออีก 6 เดือนไปจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน

ช่วยนี้จึงเป็นโอกาสทองของลูกหนี้ทุกกลุ่ม ควรจะ รีบไปยื่นปรับโครงสร้างหนี้ใหม่กับแบงก์เจ้าหนี้ เพื่อชะลอการชำระหนี้ ลดค่างวด ลดดอกเบี้ย ฝ่ามรสุมนี้ไปด้วยกัน

ข่าวแนะนำ

การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยรอบนี้ ผมขอเรียนว่า ยังอยู่อีกยาวไกล ไกลจนมองไม่เห็นฝั่ง คุณอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีคลัง คาดว่า กว่าจะฟื้นกลับไปเท่ากับยุคก่อนโควิด-19 ต้องใช้เวลาอีก 3-4 ปี ขณะที่ ธนาคารแห่งประเทศไทย คาดว่า ต้องใช้เวลาอีกอย่างน้อย 2 ปี จนถึงปี 2565 เศรษฐกิจไทยอาจจะกลับมาเดินหน้าได้เกือบเหมือนก่อนโควิด-19 โดยมีข้อแม้ว่า เราสามารถฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ได้อย่างทั่วถึง จนเกิด “ภูมิคุ้มกันหมู่” (Herd Immunity)

ปี 2564 จึงเป็น ปีวัดฝีมือทีมเศรษฐกิจ ของ รัฐบาลบิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะสามารถนำรัฐนาวาไทยฝ่าคลื่นลมแรงในปีนี้ไปจนถึงปี 2565 ได้หรือไม่

สองวันก่อน คณะกรรมาธิการวิสามัญติดตามตรวจสอบการใช้เงินตาม พ.ร.ก.เงินกู้ 3 ฉบับ ได้มีมติเอกฉันท์ให้ แก้ไข พ.ร.ก.ซอฟท์โลน ฉบับที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน โดยเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ใช้อำนาจตราเป็น พ.ร.ก.ซอฟท์โลนฉบับใหม่ เพื่อยืดเวลาการชำระคืนเงินกู้ซอฟท์โลน พร้อมดอกเบี้ยให้กับแบงก์ชาติจาก 2 ปี เป็น 5 ปี (ขยายเวลาจากปี 2564 ออกไปอีก 3 ปี) ให้แบงก์คิดดอกเบี้ยเพิ่มจาก 2% ใน 2 ปีแรก เป็น 5% ใน 5 ปีแรก และ ให้รัฐชดเชยความเสียหายของลูกหนี้เพิ่มจาก 70% เป็น 80% เพื่อจูงใจให้แบงก์ปล่อยสินเชื่อซอฟท์โลนเพิ่มขึ้น

ก็ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ที่จะช่วยต่อลมหายใจให้กับลูกหนี้ในระบบ ก็ต้องรอดู นายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ จะเห็นด้วยหรือไม่ แต่ผมคิดว่าในยามวิกฤติเช่นนี้ อะไรที่ช่วยได้และไม่เกิดความเสียหายต่อระบบการเงิน ก็ควรจะช่วยเท่าที่จะทำได้ เพื่อฝ่าวิกฤติไปด้วยกัน

ปีหน้า 2565 แม้ไทยจะสามารถฝ่าคลื่นลมวิกฤตินี้ไปได้ แต่ก็ต้องไปเจอกับทะเลใหม่ที่ชื่อว่า “โลกหลังโควิด-19” ซึ่ง แบงก์ชาติ ได้ออกบทความวิเคราะห์ว่า พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวทั่วโลกอาจเปลี่ยนไป จะให้ความสำคัญกับความปลอดภัยด้านสาธารณสุขมากขึ้น จึงอาจต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจะกลับมาเท่าเดิม เมื่อพึ่งพาจำนวนนักท่องเที่ยวไม่ได้ ก็ต้องเร่งปรับโครงสร้างภาคการท่องเที่ยวให้เน้นด้านคุณภาพ เช่น การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Medical Tourism) การท่องเที่ยวแบบพำนักระยะยาว (Long Stay) ที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น

แบงก์ชาติระบุว่า ช่วง 2 ปีข้างหน้า เรือเศรษฐกิจไทยต้องเผชิญกับคลื่นลมที่ผันผวนอย่างมาก แม้จะมีแรงลมส่ง แต่ก็มาพร้อมความเสี่ยงที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด การรับมือกับคลื่นลมที่หลากหลาย จะต้องมีการประสานนโยบายหลายหน่วยงาน ทั้ง ด้านสาธารณสุขการคลัง และ การเงิน โดยเฉพาะ ความต่อเนื่องของมาตรการภาครัฐที่จะเป็นเครื่องยนต์สำคัญ เพราะ เครื่องยนต์อื่นยังทำงานไม่เต็มที่

ในระยะยาว ไม่เพียงต้อง “อัปเกรดภาคการท่องเที่ยว” แต่ต้อง “ปรับโครงสร้างเรือทั้งลำ” เพื่อให้ แล่นได้เร็วขึ้น และทนต่อคลื่นลมความไม่แน่นอนในอนาคตได้ นี่คือ ภาพใหญ่ของอนาคตเศรษฐกิจไทย แต่ที่สำคัญที่สุด ผมคิดว่าเราจะต้อง “อัปเกรดรัฐบาล” ให้มีคุณภาพมากกว่านี้ จึงจะสามารถ “ปรับโครงสร้างเรือทั้งลำ” ได้ มิฉะนั้นเราก็จะเหมือน คนจนที่เข้าไม่ถึงเงินแจก เพราะ ไม่มีเงินซื้อสมาร์ทโฟน.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

หมายเหตุประเทศไทยลม เปลี่ยนทิศโควิด-19ผลกระทบทางเศรษฐกิจมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจปรับโครงสร้างหนี้เงินกู้

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 4 มีนาคม 2564 เวลา 06:23 น.