ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    ธปท.ประเมินความสามารถ SMEs ห่วงเสถียรภาพระบบสถาบันการเงินไทย

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์8 ก.ค. 2563 07:35 น.
    SHARE

    ธปท.หารือสถาบันการเงิน ประเมินสถานะและความสามารถชำระหนี้ลูกหนี้เอสเอ็มอีที่พักชำระเงินต้น และดอกเบี้ย หลังครบกำหนดพักหนี้ในเดือน ต.ค.เพื่อ หาทางช่วยเหลือส่วนที่ยังชำระหนี้ไม่ได้ แต่หวังว่าเศรษฐกิจหลังคลายล็อกดาวน์จะช่วยให้เอสเอ็มอีมีความสามารถชำระหนี้ เพิ่มขึ้น ด้านการปล่อยสินเชื่อซอฟต์โลน 5 แสนล้านบาทยังฝืด ใกล้ครบ 3 เดือน ยังปล่อยได้ไม่ถึงแสนล้าน

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้รายงานตัวเลขวงเงินและผู้ได้รับสินเชื่อในโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 หรือซอฟต์โลนวงเงิน 500,000 ล้านบาท แม้ว่าจะเปิดโครงการมาแล้วใกล้จะครบ 3 เดือน แต่ยอดวงเงินปล่อยสินเชื่อให้กับผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อม (SMEs) ยังไม่ถึง 100,000 ล้านบาท ซึ่งโดยล่าสุด ยอด ณ วันที่ 29 มิ.ย.ที่ผ่านมา มีวงเงินสินเชื่อดังกล่าวที่ได้รับการอนุมัติแล้วทั้งสิ้น 95,812 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5,313 ล้านบาท จากวงเงินที่อนุมัติไปสัปดาห์ก่อน 90,499 ล้านบาท หรือในวันที่ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา

    โดยคิดเป็นลูกหนี้ที่ได้รับสินเชื่อทั้งสิ้น 59,258 ราย เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้าที่มีจำนวนผู้ได้รับสินเชื่อ 56,312 ราย เพิ่มขึ้น 2,946 ราย ซึ่งถือว่าวงเงินซอฟต์โลนที่ออกไปยังต่ำกว่าที่คาด เนื่องจากธนาคารพาณิชย์ยังคงมีความระมัดระวังในการปล่อยกู้ โดยเฉพาะรายที่ลูกหนี้ไม่มีหลักประกันเพิ่มเติมในการปล่อยสินเชื่อ ทำให้ยังมีเสียงเรียกร้องให้มีการปรับเงื่อนไขของการปล่อยสินเชื่อเนื่องจากยังมีลูกหนี้จำนวนหนึ่งที่ไม่ได้รับความช่วยเหลือ

    ทั้งนี้ หากคิดตามสัดส่วนจำนวนลูกหนี้เอสเอ็มอี พบว่าลูกหนี้ที่ได้รับสินเชื่อจะเป็นผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดเล็กจำนวนทั้งสิ้น 76.5% ของจำนวนผู้ที่ได้รับสินเชื่อทั้งหมด ขณะที่ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางได้รับรองลงมาได้รับจำนวนทั้งสิ้น 17.4% ขณะที่วิสาหกิจขนาดใหญ่ หรือเอสเอ็มอีขนาดใหญ่ 6.1% แต่หากคิดวงเงินสินเชื่อรวมที่ได้รับจะใกล้เคียงกัน โดยเอสเอ็มอีขนาดเล็กได้รับสินเชื่อเป็นวงเงิน 37.1% ของสินเชื่อที่อนุมัติไปแล้วทั้งหมด เอสเอ็มอีขนาดกลางได้รับสินเชื่อ 26.1% และเอสเอ็มอีขนาดใหญ่ได้รับสินเชื่อทั้งสิ้น 36.8%

    ขณะที่ความคืบหน้าการช่วยเหลือลูกหนี้ของระบบสถาบันการเงิน ผ่านการปรับโครงสร้างหนี้ของระบบสถาบันการเงิน ล่าสุด ณ วันที่ 15 มิ.ย.ที่ผ่านมา พบว่า มีจำนวนบัญชีลูกหนี้ที่ได้รับการปรับโครงสร้างหนี้แล้ว 12.62 ล้านบัญชี คิดเป็นวงเงินสินเชื่อที่ได้รับการปรับโครงสร้างหนี้ทั้งสิ้น 6.74 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ 770,000 ล้านบาท สินเชื่อเอสเอ็มอี 2.21 ล้านล้านบาท และสินเชื่อรายย่อย 3.77 ล้านล้านบาท

    นายรณดล นุ่มนนท์ รองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน กล่าวว่า แม้ว่าสถานการณ์โควิด-19 จะดีขึ้นมาเป็นลำดับ ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจเริ่มกลับมาดำเนินได้อีกครั้ง แต่ ธปท.และผู้ให้บริการทางการเงินยังตระหนักว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ยังมีความไม่แน่นอนสูง และยังคงมีกิจกรรมทางเศรษฐกิจบางส่วนที่ได้รับผลกระทบรุนแรงและอาจยืดเยื้อ และได้เร่งรัดให้สถาบันการเงินให้ความช่วยเหลือลูกหนี้เพิ่มขึ้นทั้งการปรับโครงสร้างหนี้ และการช่วยเหลือผ่านซอฟต์โลน 500,000 ล้านบาท

    อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมานั้น กรณีของลูกหนี้รายใหญ่ยังไม่เห็นผลกระทบจากโควิด-19 ที่ชัดเจนมากนัก อาจเพราะส่วนหนึ่งมีสภาพคล่องที่ดีกว่ารายกลางรายเล็ก และอีกส่วนหนึ่งคือยังมีความสามารถในการบริหารจัดการที่จะยังช่วยเหลือตัวเองได้อีกระยะ ขณะที่สินเชื่อเอสเอ็มอีนั้น ที่มองว่ายังใช้ซอฟต์โลน 500,000 ล้านบาท ไม่มาก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ของ ธปท.ให้เอสเอ็มอีสามารถพักชำระหนี้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยได้เป็นเวลา 6 เดือน จนถึงสิ้นเดือน ต.ค.ที่จะถึงนี้ ทำให้ลูกหนี้เหล่านี้ยังมีฐานะที่จัดชั้นปกติอยู่”

    นายรณดลกล่าวต่อว่า ทั้งนี้ จะต้องติดตามสถานะของเอสเอ็มอีเหล่านี้อีกครั้ง หลังมาตรการพักชำระหนี้หมดไปในเดือน ต.ค.นี้ ซึ่ง ธปท.ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้หารือกับสถาบันการเงินทำการประเมินความสามารถในการชำระหนี้ และผลกระทบที่จะเกิดขึ้นหลังครบกำหนด 6 เดือนเพื่อเตรียมรองรับสถานการณ์ไว้ล่วงหน้า เพราะนอกเหนือจากผลกระทบในเรื่องการล็อกดาวน์เพื่อลดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในช่วงที่ผ่านมาแล้ว ยังมีผลกระทบจากนิวนอร์มอลต่างๆเช่นการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไปและเรื่องดิจิทัลที่เข้ามากระทบต่อความสามารถในเชิงธุรกิจของลูกหนี้ด้วย อย่างไรก็ตาม การดำเนินการปรับหนี้จากระยะสั้นเป็นระยะยาวและภาวะเศรษฐกิจที่ดีขึ้นหลังล็อกดาวน์อาจช่วยให้เอสเอ็มอีกลุ่มนี้มีความสามารถชำระหนี้ที่ดีขึ้นได้.

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำธนาคารแห่งประเทศไทยพักชำระหนี้ลูกหนี้เอสเอ็มอีSMEข่าววันนี้วิสาหกิจขนาดเล็ก

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo