ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    ธปท.สั่งแบงก์ประเมินเงินกองทุน หวังเสริมแกร่งระยะยาวรับผลกระทบโควิด-19

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์23 มิ.ย. 2563 07:15 น.
    SHARE

    ธปท.ยันแบงก์พาณิชย์ยังแข็งแกร่ง มีเงินกองทุนสูงถึง 18.7% จากเกณฑ์ที่กำหนด 8.5% ส่วนงดจ่ายปันผล และทำ Stress Test เงินกองทุน 3 ปี ขีดเส้นให้ส่งปลายเดือนก.ค.นี้ เป็นการตั้งการ์ดสูง รองรับผลกระทบโควิด-19 ย้ำไม่ปล่อยแบงก์ล้มเหมือนปี 40 ขณะที่นักลงทุนเทขายหุ้นกลุ่มแบงก์ กดดัชนีหุ้นไทยร่วงร่วม 20 จุด

    นายรณดล นุ่มนนท์ รองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน เปิดเผยถึงประกาศ ธปท.ที่ขอให้ธนาคารพาณิชย์งดจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล และงดโครงการซื้อหุ้นคืน รวมถึงประเมินการดำเนินการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (Stress Test) ในส่วนเงินกองทุนในระยะ 3 ปี ว่า เป็นการดำเนินการล่วงหน้า เพื่อให้ธนาคารพาณิชย์ มีสถานะแข็งแกร่ง และมีเงินทุนเพียงพอต่อการปล่อยสินเชื่อ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลังโควิด-19 คลี่คลาย โดยเป็นมาตรการป้องกันและสร้างภูมิคุ้มกันมากกว่ารอแก้ไขตอนเกิดปัญหาแล้ว ถือเป็นการตั้งการ์ดสูงเพื่อรองรับผลกระทบจากโควิด-19 ที่อาจระบาดรอบ 2 หรือมีสถานการณ์อื่นๆมาซ้ำเติม

    “ธปท.หารือกับธนาคารพาณิชย์เรื่องการประเมินกองทุนในระยะ3ปี มาระยะหนึ่งแล้ว เพราะผลการประเมินฐานะเดิม ทำในช่วงก่อนเกิดโควิด-19 โดยให้ส่งแผนประเมินปลายเดือน ก.ค.นี้ ถือเป็นผลดีกับธนาคารในระยะยาว”

    นายรณดล กล่าวว่า การประเมินภาพไปข้างหน้า จะทำให้ธปท.ทราบถึงสถานการณ์ของธนาคารพาณิชย์แต่ละแห่ง และขอให้ธนาคารสำรองหนี้สงสัยจะสูญเพิ่มเติม หรือลดผลกระทบต่อเงินกองทุนได้ เช่น งดจ่ายปันผลระหว่างกาล หรืองดซื้อหุ้นคืน เป็นการช่วยนำกำไรมาสะสมเป็นทุนมากขึ้น

    “ขณะนี้ยังไม่มีธนาคารพาณิชย์ใดต้องเพิ่มทุน ล่าสุด สิ้นไตรมาสแรกปีนี้ ระบบธนาคารพาณิชย์มีสัดส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงสูงถึง 18.7% จากเกณฑ์มาตรฐาน ที่ ธปท.กำหนดไว้ที่ 8.5% และเท่าที่หารือกับธนาคารพาณิชย์ มองเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงที่ 12.5% จึงเป็นไปได้ยากที่จะปล่อยให้ทุนของธนาคารพาณิชย์ต่ำกว่าเกณฑ์ หรือเป็นอันตราย เพราะจะหารือกับธนาคารพาณิชย์ก่อนว่า มีหนทางหาทุนเพิ่มจากส่วนไหนบ้าง เช่น เพิ่มทุนใหม่ ออกหุ้นกู้ หรือเพิ่มกองทุนขั้นที่ 2 ยืนยันว่า สถาบันการเงินไทยไม่เหมือนปี 40 แน่นอน”

    ด้านผู้สื่อข่าวรายงานภาวะการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่ 22 มิ.ย.63 ว่า มาตรการของ ธปท. ที่ขอให้ธนาคารพาณิชย์งดจ่ายปันผลระหว่างกาลปี 63 ให้ผู้ถือหุ้น และงดซื้อหุ้นคืนในตลาด เพื่อรักษาเงินกองทุนของธนาคารให้อยู่ในระดับสูง และมีความแข็งแกร่ง อีกทั้งล่าสุด ธปท.ยังออกนโยบายช่วยเหลือลูกหนี้ระยะ 2 โดยให้ลดดอกเบี้ยสินเชื่อต่างๆ ส่งผลให้มีแรงเทขายหุ้นแบงก์ และกดให้ราคาหุ้นกลุ่มแบงก์ลงทั้งหมด กดตลาดภาพรวม โดยดัชนีหุ้นไทยปิดทำการที่ 1,352.18 จุด ลด 18.64 จุด มูลค่าการซื้อขาย 65,772.37 ล้านบาท

    โดยหุ้นแบงก์กรุงเทพ (BBL) ปิด 105 บาท ลดลง 10.50 บาท, ไทยพาณิชย์ (SCB) ปิด 71.50 บาท ลบ 5.75 บาท, กสิกรไทย (KBANK) ปิด 89.25 บาท ลบ 6.50 บาท, กรุงไทย(KTB) ปิด 10.40 บาท ลบ 0.40 บาท, ทหารไทย (TMB) ปิด 1.05 บาท ลบ 0.05 บาท, ทิสโก้ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (TISCO) ปิด 69.25 บาท ลบ 4.25 บาท, เกียรตินาคิน (KKP) ปิด 41.50 บาท ลบ 2.50บาท ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) โนมูระ พัฒนสิน ให้ความเห็นว่า ประกาศของ ธปท.เป็น Sentiment เชิงลบต่อหุ้นกลุ่มธนาคาร โดยราคาหุ้นธนาคารที่จ่ายปันผลระหว่างกาล อาจเผชิญแรงกดดันที่มากกว่า และ Sentiment เชิงลบ จะมีมากกว่าธนาคารที่จ่ายปันผลปลายปีงวดเดียว.

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ธนาคารแห่งประเทศไทยธนาคารพาณิชย์ตลาดหุ้นไทยการประเมินกองทุนงดจ่ายปันผลผลกระทบโควิด-19

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้